วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัญหาบ้านเมือง ปัญหาส่วนตัว แยกแยะให้ได้

หลายเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ ตั้งแต่กรณีระเบิดที่นครบอสตัน ซึ่งยังหามือระเบิดตัวจริงเสียงจริงไม่พบ

ยังไม่รู้ว่าเป็น Home grown คือ คนในทำกันเอง หรือเป็นผู้ก่อการร้ายจากต่างแดน ต้องเป็นภาระหน้าที่ของฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการค้นหาความจริงต่อไป ขณะที่ประเทศไทยเรากำลังดำเนินการในกระบวนการทางศาลโลกที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์เกี่ยวกับกรณีความขัดแย้งเรื่องเขาพระวิหาร ขณะที่หลายประเทศมีพิธีการทางการเมืองอย่างเลือกตั้งในเวเนซุเอลาได้ประธานาธิบดีคนใหม่แต่ความวุ่นวายพาเอาคนบริสุทธิ์ล้มตายไปหลายคน ทางอังกฤษเองก็จัดพิธีศพ "หญิงเหล็ก" มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ อย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ

ที่เล่ามาเพื่อให้เห็นกันว่า ในโลกแห่งความเป็นจริงมีปัญหาให้ทั้งคนเป็นผู้นำ ซึ่งในอีกฐานะหนึ่งก็คือ มนุษย์คนเดินดินอย่างพวกท่านทั้งหลาย ซึ่งต้องมีปัญหาอื่นๆ ให้ต้องแก้ไข ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องซึ่งไม่เกี่ยวกับการงานความรับผิดชอบอีกมากมาย แต่ปัญหาหลายอย่างซึ่งมีความซับซ้อนและทำให้เกิดความวุ่นวายหลายๆ ครั้งมาจากการปะปนกันของเรื่องส่วนตัวและเรื่องการงาน

ผมเคยทำงานในหลายองค์กร ซึ่งพยายามให้แยกแยะความเป็นส่วนตัวกับส่วนรวมให้ได้ บางแห่งวัฒนธรรมองค์กรถึงกับกำหนดให้ สามี ภรรยา หากอยู่แผนกเดียวกัน ต้องมีคนหนึ่งยอมย้ายแผนกหรือถ้าไม่สะดวกใจก็ต้องหาองค์กรใหม่รองรับ เพราะเขาเกรงว่า ความสนิทสนมใกล้ชิดกันมาก จะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรื่องของเงินๆ ทองๆ

วันนี้ผมเห็นคนจำนวนหนึ่งใส่หมวกหลายใบ เป็นข้าราชการ เป็นบุคคลเครือญาติของนักการเมือง เข้าไปก้าวก่ายชี้นำการทำงาน หรือ กระทั่งมีอำนาจแทรกแซงการทำงานของนักการเมือง บางทีถึงกับสามารถกำหนดบทบาทรัฐมนตรีในสังกัดได้ก็มีให้เห็น เรียกว่า "บริหารจัดการอยู่หลังฉาก" ซึ่งทำให้คนเป็นข้าราชการจริงๆ ไม่อิงแอบอำนาจการเมืองต้องอึดอัดเพราะไม่ทราบจะรับฟังความคิดเห็นใครดี

ขนาดว่าวันนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งในญี่ปุ่นซึ่งนิยมความผูกพันเชิงเครือญาติ เริ่มตระหนักดีถึงการแข่งขันอันสูงยิ่ง ทำให้การกระทำที่เรียกว่า "แปลงโฉม (transform)" เป็นคำยอดนิยมที่ทุกคนต้องรับเอาไปปฏิบัติประยุกต์ใช้ เท่าที่เห็นวันนี้ บริษัทใหญ่ๆ กลัวการรุกคืบหน้าของ จีน เกาหลี และ แอฟริกา ทำให้ต้องไปซื้อเวลาของสถานีโทรทัศน์ CNBC ทั้งๆ ที่ ต้องใช้เงินมหาศาล และทางสถานียังใช้สิทธิ์ในการขึ้นสไลด์ก่อนเข้ารายการให้เห็นชัดๆ ว่า เป็นการซื้อรายการเพื่อออกอากาศและไม่รับรองความเห็นใดๆ (disclaimer) ของ Japan Channel ทางบริษัทญี่ปุ่นเหล่านั้นก็ยอมลงขันเพื่อชาติ จ่ายแพงเท่าไหร่ก็ยอม

นี่คือ ความรักชาติที่น่านำมาเป็นเยี่ยงอย่าง และ น่าจะนำบทเรียนการรู้จักแยกแยะไม่ปะปนกันระหว่างเรื่องส่วนตัวกับส่วนรวมมาผสมให้วุ่นวาย ตรงนี้น่าจะช่วยแก้ไขปัญหา และไม่น่าจะทำให้ใครหลายคนต้องอาจติดคุกเมื่อเกษียณอายุ ดังที่ปรากฏให้เห็นการถูกดำเนินคดีทั้งใน ดีเอสไอ ป.ป.ช. ของคนหลายคนในเวลานี้