ช่วงนี้เริ่มมีกระแสตื่นตัวในเรื่อง พฤติกรรมการดูหน้าจอออนไลน์ ค่อนข้างมาก และได้มีคนเชิญดิฉันไปพูดเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง
เลยถือโอกาสนำเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคในการดูหน้าจอออนไลน์มาแชร์ เพื่อจะได้ใช้เม็ดเงินในการโฆษณาให้คุ้มค่าในยุคนี้
คุณเคยเจอกับตัวเองมั้ยคะว่า...เวลาเปิดเว็บไซต์แล้วมีโฆษณาป๊อปอัพขึ้นมา คุณจะปิดมันลงในทันที แทบจะทำเวลาแข่งกับโฆษณานั้นเลยทีเดียว เพื่อจะไม่ให้มันมีโอกาสแม้แต่ได้ฉาย ช่วงเวลานั้นหัวใจคุณจะเต้นแรงด้วยความหงุดหงิด และด้วยความเร่งเร้าว่าจะต้องปิดโฆษณานั้นลงก่อนที่มันจะฉายด้วยซ้ำไป
จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในการดูหน้าจอออนไลน์ของ "เอ็นไวโรเซล" เราพบว่ากว่า 90% ปิดโฆษณาลงภายใน 3 วินาที เพราะฉะนั้นโอกาสที่คนจะได้ดูโฆษณาที่ใช้เวลาโหลดนานกว่า 3 วินาที แทบจะไม่มี
เราก็ต้องมาย้อนคิดว่าวิธีการโฆษณานั้นเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคหรือไม่ ถ้าไม่เช่นนั้นอาจสูญเปล่า หรือติดลบ เพราะไม่แม้แต่จะสร้างการรับรู้ แถมยังสร้างความหงุดหงิดอีกด้วย เนื่องด้วยผู้บริโภคทุกวันนี้ไม่ชอบการถูกยัดเยียด ซึ่งดูเหมือนว่าจะยังไม่ค่อยมีใครเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคตรงนี้ จึงได้พยายามหาทางยัดเยียดในรูปแบบต่างๆนานา
ซ้ำร้าย!! ไม่ว่าเราจะเปิดคลิปดูอะไรบางอย่างก็จะต้องมีโฆษณาป๊อปอัพขึ้นมา และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ทุกวันนี้ขณะกำลังดูคลิปอยู่ๆ ก็มีโฆษณาป๊อปอัพระหว่างดูขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำอีก ท้าทายให้ผู้บริโภคคลิกปิดตลอดเวลา เคยดูเรทการปิดมั้ยคะว่ากี่เปอร์เซ็นต์ที่ปิดโดยไม่ดูจนจบ ก็เกือบทั้งหมด?
พวกที่ปล่อยให้โฆษณารันไปก็ไม่ได้ดูหรอกนะคะ เพราะทำอย่างอื่นไปด้วย หรือติดอะไรบางอย่างพอดี โฆษณาเลยมีโอกาสรัน แต่ผู้บริโภคไม่ได้ใส่ใจดู
แทนที่จะยัดเยียด ให้ผู้บริโภคหงุดหงิด แถมสร้างภาพติดลบให้กับแบรนด์ เรามาใช้ "เงินกับวิธีการ" ที่ทำให้ผู้บริโภคนั้นยินดีโดยธรรมชาติดีกว่าคะ ผู้บริโภคจะดูก็ต่อเมื่อเขาเต็มใจที่จะดูเอง และยืนยันว่าอัตราการรับรู้แบรนด์มีมากกว่าการยัดเยียดอย่างแน่นอน
มีหลายเว็บไซต์ที่ทำได้ดี โดยการขึ้นโฆษณามาเลยไม่ต้องเสียเวลาโหลด และก็ไม่ได้สร้างความรู้สึกยัดเยียด เพราะจากนั้นโฆษณาก็จะถูกเลื่อนขึ้นไปเอง เป็นแบนเนอร์บนหัวไป เราจะดูไม่ดูก็ได้ แต่โฆษณานั้นก็จะถูกจัดวางให้อยู่ในสายตาเราโดยธรรมชาติ (eyes span) ขณะที่เราดูคอนเทนท์ที่สนใจไป ก็ไหนๆอยู่ในสายตาแล้ว ถ้าโฆษณาแบรนด์ดูน่าดูจริงๆ ผู้บริโภคก็อดไม่ได้ที่จะต้องเหลือบตาไปมอง ซึ่งวิธีการที่ทำให้น่าดูก็ไม่ยาก เพียงใช้ 3 หลักการง่ายๆ
1.ใช้รูปคนอยู่ด้านขวามือ ซึ่งถ้าเป็นพรีเซนเตอร์คนดังก็จะช่วยกระตุ้นความสนใจให้ง่ายขึ้น และธรรมชาติของมนุษย์จะพุ่งสายตาไปที่รูปก่อนการโดยเฉพาะรูปคน
2.ใช้ ตัวอักษรให้น้อยที่สุด เพราะจากงานวิจัยการโดยเครื่องมือ Eye Tracking ซึ่งเป็นเครื่องมือใช้วัดว่าสายตาของผู้บริโภคสแกนสายตาไปที่จุดใดในการอ่านหน้าเว็บ พบว่าผู้บริโภคในปัจจุบันจะอ่านตัวอักษรเพียงแค่ 18% ของหนึ่งหน้าเท่านั้น ยิ่งตัวอักษรเยอะ ผู้บริโภคยิ่งไม่อ่าน ไม่แลดูด้วยซ้ำไป เพราะอย่างที่เคยบอก ผู้บริโภคทุกวันนี้ “ขี้เกียจอ่าน” และชอบที่จะดูเป็นภาพมากกว่าการใช้ตัวอักษร เพียงแค่อธิบายถึงจุดขายหรือโปรโมชั่นสั้นๆเป็นอันว่าพอ
3.สีสันที่สดใส และตัดกับสีพื้นเว็บไซต์ (เนื่องจากเห็นหลายโฆษณาที่ใช้สีพื้น หรือสีที่กลืนกับสีเว็บไซต์ ไม่ต้องกลัวว่าสีจะไม่เข้ากับเว็บไซต์) เพราะสีที่ตัดกันย่อมได้รับความสนใจมากกว่า โดยเฉพาะสีแดงและสีส้มจะกระตุ้นให้คนมองได้ดีกว่า
พบกับเรื่องราวพฤติกรรมและจิตวิทยาผู้บริโภคในแง่มุมต่างๆ กันได้ในฉบับหน้าคะ









