"ยิ่งลักษณ์ 4" ซึ่งเป็นเกมบังคับที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่า พรรคชาติไทยพัฒนา
ของ บรรหาร ศิลปอาชา เสนอชื่อ สมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ อดีตผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี ให้นั่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่ มาให้ พร้อมเพิ่มเก้าอี้ให้ ยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรฯ นั่งควบรองนายกฯ อีกหนึ่งตำแหน่ง
+++ ส่วนในพรรคเพื่อไทย ก็มีกระแสข่าวว่า วิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย จะไปแทนที่ ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามโควตา ยงยุทธ ติยะไพรัช เนื่องจากปรับ ครม.เที่ยวก่อน เกิดอาการ "ขบเหลี่ยม" ระหว่าง ยงยุทธ กับ "เจ๊คนดัง"
+++ ขณะที่ "กลุ่มมัชฌิมา" ของ สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่แยกตัวออกมาจากภูมิใจไทย ก็ดูจะ (วิ่ง) ฝุ่นตลบเหมือนกัน ถึงขนาดมีข่าวว่า เจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้มาร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน, อนงค์วรรณ เทพสุทิน และ อนุชา นาคาศัย ที่ร้านอาหารกินเส้น ย่านสนามบินน้ำ พร้อมๆ กับมีการหลุดออกมาว่า "เจ๊แดง" ได้ให้คำมั่นสัญญากับ สมศักดิ์ ว่าในการปรับ ครม.เที่ยวนี้ จะมีตำแหน่ง รมช. ให้ 1 เก้าอี้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่กลุ่มมัชฌิมา
+++ แม้ว่า "เจ๊แดง" จะรับปากว่าจะให้เก้าอี้ รมต. แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า "กลุ่มมัชฌิมา" จะ "สมใจนึก" ได้ง่าย ๆ เพราะต้องผ่านด่านแรก "นายใหญ่ดูไบ" และด่านที่สอง คือ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ว่าจะ "โอเค" หรือไม่
+++ เพราะหากว่าการจะปรับใครเข้าใครออกจากครม. ขึ้นอยู่กับ "เจ๊แดง" แล้ว "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ก็จะถูกสังคมมั่นใจยิ่งขึ้นมากกว่าเดิมอีกว่า "ก็แค่หุ่นเชิด"
+++ แม้ว่า หากในที่สุด คุณชายหมู-สุขุมพันธุ์ บริพัตร จะได้รับรองให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่สอง โดยที่เรื่องร้องเรียนต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง จะไม่สามารถเอาผิดได้
+++ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะ "พ้นพงหนาม" ไปเลยเสียทีเดียว เพราะว่าต้องเจอกับ "วิบากกรรม" คดีบริจาคเงินเข้าบำรุงพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง "ดีเอสไอ" อ้าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 มาตรา 57 วรรคสอง ซึ่งระบุว่า การบริจาคแก่พรรคการเมืองตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป จะต้องบริจาคโดยวิธีการสั่งจ่ายเป็นตั๋วแลกเงิน หรือเช็คขีดคร่อมด้วยตนเอง มาเล่นงาน
+++ แต่ที่ผ่านมา คุณชายหมู บริจาคโดยใช้วิธีการให้สภาผู้แทนราษฎรหักเงินเดือน ส.ส.เข้าบัญชีพรรค เป็นจำนวน 100,000 บาท ซึ่ง ดีเอสไอ อ้างว่าผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่น้อยกว่า 3 เท่าของจำนวนเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ที่ให้แก่พรรคการเมืองหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปีด้วย
+++ ดูเหมือนกรณีนี้ "กกต." เคยออกมาระบุแล้วว่าไม่ได้ติดใจอะไร เพราะว่า ส.ส.ประชาธิปัตย์ที่ใช้วิธีการหักเงินเดือนเข้าพรรค ก็ได้แจ้งให้ กกต.รับทราบมาโดยตลอด
+++ แล้วสิ่งที่ "ดีเอสไอ" กำลังดำเนินการอยู่ จะให้หมายความว่าอย่างไร หากไม่ใช่เพราะถูก "ฝ่ายการเมือง" กดดันมา
+++ ระวังเถอะ...ในที่สุดแล้ว จะเสียเวลาเปล่า เอ๊ะ...หรือแค่ต้องการแสดงให้เห็นว่า ได้สนองตอบฝ่ายการเมืองอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนผลในที่สุดจะลงเอยอย่างไร ก็สุดแล้วแต่ อย่างนั้นหรือ...









