วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการปรับครม.

"ยิ่งลักษณ์ 4" ซึ่งเป็นเกมบังคับที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่า พรรคชาติไทยพัฒนา

ของ บรรหาร ศิลปอาชา เสนอชื่อ สมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ อดีตผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี ให้นั่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่ มาให้ พร้อมเพิ่มเก้าอี้ให้ ยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรฯ นั่งควบรองนายกฯ อีกหนึ่งตำแหน่ง

+++ ส่วนในพรรคเพื่อไทย ก็มีกระแสข่าวว่า วิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย จะไปแทนที่ ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามโควตา ยงยุทธ ติยะไพรัช เนื่องจากปรับ ครม.เที่ยวก่อน เกิดอาการ "ขบเหลี่ยม" ระหว่าง ยงยุทธ กับ "เจ๊คนดัง"

+++ ขณะที่ "กลุ่มมัชฌิมา" ของ สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่แยกตัวออกมาจากภูมิใจไทย ก็ดูจะ (วิ่ง) ฝุ่นตลบเหมือนกัน ถึงขนาดมีข่าวว่า เจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้มาร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน, อนงค์วรรณ เทพสุทิน และ อนุชา นาคาศัย ที่ร้านอาหารกินเส้น ย่านสนามบินน้ำ พร้อมๆ กับมีการหลุดออกมาว่า "เจ๊แดง" ได้ให้คำมั่นสัญญากับ สมศักดิ์ ว่าในการปรับ ครม.เที่ยวนี้ จะมีตำแหน่ง รมช. ให้ 1 เก้าอี้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่กลุ่มมัชฌิมา

+++ แม้ว่า "เจ๊แดง" จะรับปากว่าจะให้เก้าอี้ รมต. แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า "กลุ่มมัชฌิมา" จะ "สมใจนึก" ได้ง่าย ๆ เพราะต้องผ่านด่านแรก "นายใหญ่ดูไบ" และด่านที่สอง คือ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ว่าจะ "โอเค" หรือไม่

+++ เพราะหากว่าการจะปรับใครเข้าใครออกจากครม. ขึ้นอยู่กับ "เจ๊แดง" แล้ว "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ก็จะถูกสังคมมั่นใจยิ่งขึ้นมากกว่าเดิมอีกว่า "ก็แค่หุ่นเชิด"

+++ แม้ว่า หากในที่สุด คุณชายหมู-สุขุมพันธุ์ บริพัตร จะได้รับรองให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่สอง โดยที่เรื่องร้องเรียนต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง จะไม่สามารถเอาผิดได้

+++ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะ "พ้นพงหนาม" ไปเลยเสียทีเดียว เพราะว่าต้องเจอกับ "วิบากกรรม" คดีบริจาคเงินเข้าบำรุงพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง "ดีเอสไอ" อ้าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 มาตรา 57 วรรคสอง ซึ่งระบุว่า การบริจาคแก่พรรคการเมืองตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป จะต้องบริจาคโดยวิธีการสั่งจ่ายเป็นตั๋วแลกเงิน หรือเช็คขีดคร่อมด้วยตนเอง มาเล่นงาน

+++ แต่ที่ผ่านมา คุณชายหมู บริจาคโดยใช้วิธีการให้สภาผู้แทนราษฎรหักเงินเดือน ส.ส.เข้าบัญชีพรรค เป็นจำนวน 100,000 บาท ซึ่ง ดีเอสไอ อ้างว่าผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่น้อยกว่า 3 เท่าของจำนวนเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ที่ให้แก่พรรคการเมืองหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปีด้วย

+++ ดูเหมือนกรณีนี้ "กกต." เคยออกมาระบุแล้วว่าไม่ได้ติดใจอะไร เพราะว่า ส.ส.ประชาธิปัตย์ที่ใช้วิธีการหักเงินเดือนเข้าพรรค ก็ได้แจ้งให้ กกต.รับทราบมาโดยตลอด

+++ แล้วสิ่งที่ "ดีเอสไอ" กำลังดำเนินการอยู่ จะให้หมายความว่าอย่างไร หากไม่ใช่เพราะถูก "ฝ่ายการเมือง" กดดันมา

+++ ระวังเถอะ...ในที่สุดแล้ว จะเสียเวลาเปล่า เอ๊ะ...หรือแค่ต้องการแสดงให้เห็นว่า ได้สนองตอบฝ่ายการเมืองอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนผลในที่สุดจะลงเอยอย่างไร ก็สุดแล้วแต่ อย่างนั้นหรือ...