คำว่า "สิทธิ" และ "หน้าที่" ควรต้องมาพร้อมกัน ใยเรียกร้องเฉพาะสิทธิ สิ่งที่ต้องตามมาด้วย คือ ทุกคนต้องมีหน้าที่
เมื่อต่างมีครบทั้งสิทธิ-หน้าที่ ทุกสังคมย่อมเรียบร้อย มีความสุข ไม่ต้องมีกฎเกณฑ์ใดๆ คอยกำกับให้ต้องต่างยุ่งยากใจ ฝ่ายหนึ่งจ้องจับผิด ฝ่ายหนึ่งทำดี หรือละเมิดกฎเกณฑ์ที่อาจไม่ใช่ผิดกฎหมายแต่คือศีลธรรมอันดี ที่เรามักจะได้ยินและเข้าใจกันอยู่เสมอว่า สิ่งเหล่านั้น คือ “ธรรมาภิบาล”
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่เป็นเช่นนั้น มนุษย์โลกจึงต้องมีกฎ ระเบียบ บทลงโทษ มีเส้นไว้คอยกำกับให้แต่ละฝ่าย อยู่แถวแนวเดียวกัน ใครแหลมเข้ามา เป็นต้องมีมาตรฐานต่างๆ ไว้รอท่า
ในโลกของตลาดหุ้น “คู่ซี้” ที่ต้องเจอกันในฤดูกาล การเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีของทุกบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คือ คู่ของ “ผู้บริหารและผู้ถือหุ้น”
ตามเกณฑ์ของการเชิญประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งจัดว่าเป็น “เจ้าของ” กิจการนั้นๆ ต้องมีการเรียกประชุม ภายใน 120 วัน หลังปิดงวดบัญชีประจำปี และเมื่อบริษัทจำกัด (มหาชน) ส่วนใหญ่ปิดงวดบัญชีประจำปีลงในวันที่ 31 ธันวาคม ดังนั้น ตอบโจทย์ง่ายมากกว่าต้องมีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นให้แล้วเสร็จ ในวันที่ 30 เมษายน ของทุกปี
จากบทเรียนในอดีต บนเส้นทางความซื่อสัตย์ของผู้บริหาร พบว่า บางรายสร้างบาดแผลให้กับผู้ถือหุ้น ในรูปแบบต่างกัน ต่างวาระ อาทิเช่น การยักยอก โยกย้ายทรัพย์ การใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ การมีผลประโยชน์ขัดแย้ง และอื่นๆ อีกมากมาย แม้จะมีกฎ ระเบียบให้ปฏิบัติ การมอบรางวัลยกย่อง ให้กำลังใจผู้ทำการดี แต่ก็ยังมีบ้างที่มีกลโกง อย่างที่เห็นกันไปหลายราย
เพื่อเป็นอีกแนวทาง ในการใช้เป็นแนวทางป้องกันและสนับสนุนการทำดี ทำถูกต้องระคนกันแบบธรรมชาติ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. จึงดำริ เรื่องการตรวจสอบแนวป้องกันนี้ ด้วยโครงการที่ชื่อว่า “อาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น” เมื่อปี 2549 โดยมอบให้สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้
สมาคมฯ เริ่มต้นในปีนั้น ด้วยการมีนโยบายในการซื้อหุ้นของทุกบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อใช้สิทธิในการเข้าประชุม การนี้จึงซื้อเพียงอัตราขั้นต่ำสุด คือ หนึ่งบอร์ดล๊อต เท่านั้น
จากนั้นสมาคมฯก็เปิดรับสมัคร “อาสาสมัคร” เป็นตัวแทนไปเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น โดยมีรายการต่างๆ ตามไปตรวจสอบว่า บริษัทจดทะเบียนนั้นได้ทำตามระเบียบของการเป็น “มหาชน” ตามเกณฑ์ข้อกำหนดต่างๆ หรือไม่ ซึ่งไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลย ไม่มีอะไรซับซ้อน ว่าอาสาพิทักษ์เหล่านั้น จะตามไปจับผิด เพราะเป็นกัลยาณมิตร ที่ช่วยไปเตือนความจำกัน เท่านั้น
จากวันนั้น ถึงวันนี้ ต่อเนื่องกันมาทุกปี กิจกรรมดังกล่าวจึงกลายเป็นภารกิจหลักของสมาคมฯ โดยได้รับการแต่งตั้งจาก กลต.ให้เป็นองค์กรตัวแทนของผู้ถือหุ้นรายย่อย รวมทั้งได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกด้วย
ในฐานะองค์กรตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อย สมาคมฯ จึงทำหน้าที่ปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นรายย่อย ซึ่งมักจะกลายเป็นเสียงข้างน้อย เสมือนน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟมาก หากผู้บริหารไม่ซื่อสัตย์
สิ่งที่สมาคมฯทำได้นั้น เหมือนเป็นการทำงานแบบส่วนหน้าเป่านกหวีด ให้สังคมได้รู้ว่า เกิดอะไรขึ้น จากนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ตรวจสอบต่อไป
เจ็ดปีที่ผ่านมา การทำงานในโครงการนี้ ได้รับความร่วมมือระดับดีมากจากบริษัทจดทะเบียน จากแบบฟอร์มการเช็ครายการต่างๆ ที่เรียกว่า Check List ด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนน และเมื่อมาพลิกคะแนน ดูซิว่า ใครมีคะแนนอย่างไร พบว่า หากย้อนไปสี่ปี มีเพียง 17 แห่ง เท่านั้น ที่สามารถทำคะแนนเต็มร้อยสี่ปีซ้อนต่อเนื่องกัน เป็นนิสิต นักศึกษา ก็เป็นเด็กเรียนดีคว้าเหรียญทอง นั่นเอง สมาคมฯจึงมีการมอบรางวัล Investors Choice Award หรือขวัญใจผู้ถือหุ้น ให้ไปแล้ว เมื่อ 15 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา
มีคำถาม แล้วใช่ไหมคะ ว่า ถ้าอยากทำหน้าที่อาสาพิทักษ์สิทธิบ้าง จะได้ไหม จะทำอย่างไร เพราะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เราจะช่วยกันสร้างธรรมาภิบาลให้ตลาดหุ้นด้วยกัน
สมาคมฯ เปิดรับสมัครอาสาพิทักษ์สิทธิและอบรมให้ความรู้กันไปแล้ว เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แบ่งกลุ่มกันทำงานสองแบบ คือ อาสาฯ หน้าใหม่ที่เพิ่งมาทำหน้าที่ปีนี้เป็นปีแรก จึงเรียกกันง่ายๆ ว่า “รุ่นป้ายแดง” ส่วนรุ่นเก๋าที่ทำงานอาสาฯ มาต่อเนื่องเนิ่นนาน ก็มีการเติมความรู้ขั้นเทพให้อีก จึงเรียกว่า “รุ่นกิตติคุณ” เป็นไงคะ ผู้บริหารฟังแล้ว อย่าเพิ่งตั้งการ์ดไปเลย พวกเรามาช่วยกันทำงานด้วยกันเถอะ
ท่านที่สนใจ ปีนี้ไม่ทันซะแล้ว เจอกันปีหน้า งานอาสาสมัครทำเมื่อไหร่ ก็สุขใจเมื่อนั้นคะ ไม่มีคำว่าสาย
ดังนั้น ในระหว่างฤดูกาล การจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในปี 2556 ท่านจะพบเห็นอาสา ฯ ลงสนามทำหน้าที่กันอย่างเข้มแข็ง และด้วยข้อจำกัดของเวลา ในสัปดาห์สุดท้ายก่อนกำหนดเส้นตาย ภายใน 30 เมษายน บางวันในเวลาเดียวกันจะมีบริษัทจดทะเบียน เรียกประชุมมากกว่า 30 แห่ง อาสาฯ จึงต้องระดมวิ่งรอกกัน อย่างเต็มที่ เพื่อเก็บงานอย่างทั่วถึง บรรทัดนี้ ต้องขอชมเชยในน้ำใจของอาสาฯ ทุกท่านไว้ด้วยค่ะ
เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจในการทำหน้าที่ ปีนี้ อาสาฯทุกคน มีการกล่าวปฏิญาณตน ด้วยคติพจน์ประจำใจว่า “เต็มใจ…เต็มความรู้….เต็มศักดิ์ศรี” ที่ สำนักงาน กลต. และรับโอวาทจากท่านเลขาธิการ กลต. กันพร้อมหน้า
มนุษย์ตัวเล็กๆ ทำงานตามกำลังเล็กๆ ของเรา ก็สามารถเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ได้ เมื่อรวมตัวกันอย่างมั่งคง หนักแน่นดุจภูผา เข้มแข็งที่ใจ เริ่มที่ใครๆ ก็ได้ทั้งนั้นค่ะ









