เป็นรัฐมนตรีอย่าคิดว่า "แน่" เสียทุกอย่าง อย่าคิดว่าทุกคนจะรัก อย่าคิดว่าจะมีคนปลื้ม อย่าคิดว่าจะยิ่งใหญ่จนทุกคนต้อง "หงอ"
โดยเฉพาะนักการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรี งานนี้ไม่เชื่อลองไปจับเข่าถาม "เฮียเพ้ง" พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดูเอาเองก็แล้วกัน ว่าเกิดอะไรขึ้นกับการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากประเทศพม่าให้ประเทศไทย
ไม่รู้ว่าเท็จจริงอย่างไร ว่ากันว่า งานนี้ "เฮียเพ้ง" ถึงกับอึ้งไปเลย เมื่อรู้ว่าทางพม่าจะหยุดจ่ายก๊าซให้ไทย จากเหตุที่ต้อง "ปิดซ่อมแท่นขุดเจาะก๊าซที่ทรุดตัว" ซ้ำร้าย ยังต้องหยุดซ่อมกันหลายวันเสียด้วย
หนักไปกว่านี้ เรื่องที่ทำให้ "เฮียเพ้ง" ออกอาการไม่พอใจ เสมือนหนึ่งถูก "วางยา" หรือเปล่า? เพราะเจ้าตัวเพิ่งรู้ล่วงหน้าก่อนออกมาให้สัมภาษณ์แค่วันสองวัน
เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีการบอกว่าก๊าซจะหายไปจากระบบวันละ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต หรือ คิดเป็น 6,000 เมกะวัตต์ ซึ่งตัวเลขที่ปรากฏนี้เอง ที่ทำให้ "เฮียเพ้ง" ถึงกับ "ควันออกหู" ว่า ทำไมมันเยอะขนาดนั้น แล้วทำไม? ไม่มีใครบอกกล่าวกันล่วงหน้าเลย
งานนี้มองได้หลายอย่าง หากมองในแง่ดี อาจเป็นเพราะงาน "รูทีน" หรือเปล่า ที่หน่วยงานต้องปฏิบัติ ในการปิดซ่อมท่อก๊าซ โดยไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต แต่คนที่เป็นรัฐมนตรี ยิ่งมาจากฝ่ายการเมือง ย่อมมองเรื่องนี้ไม่ธรรมดา แถมยังมีคนเป่าหู ทำนองว่ามีคนเล่นงานรัฐมนตรีเสียแล้ว เลยทำท่าจะกลายเป็นการแก้ปัญหาที่เต็มไปด้วยการเมืองซะแล้ว
แท้ที่จริงแล้ว เรื่องนี้ทางพม่าได้แจ้งมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ทำไม?คนที่เป็นรัฐมนตรีถึงเพิ่งรู้ ตรงนี้ต่างหากที่รู้สึก "เสียหน้า"
ซ้ำร้ายไปกว่านั่น คือ ก๊าซสำรองที่พอจะผลิตไฟฟ้าก็ดันมาอยู่ในขั้นวิกฤติเสียด้วย โดยเหลืออยู่ประมาณ 700 เมกะวัตต์ ซึ่งตัวเลขนี้ใครๆ ก็รู้ว่า "วิกฤติหนัก" และโอกาสที่จะเกิดไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับย่อมเป็นไปได้ เพราะปกติแล้วจะต้องเหลือสำรองไม่น้อยกว่า 1,200 เมกะวัตต์
วันนี้ทุกฝ่ายจึงวิ่งเหมือน "หนูติดจั่น" ต้องบากหน้าไปขอไฟฟ้าเข้าระบบจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก รายใหญ่กันจ้าละหวั่น
ถึงขั้นทีมงาน "เฮียเพ้ง" ต้องยกหูสอบถามคนใน ปตท. ในฐานะคู่สัญญากันอุตลุด ว่าทำไมต้องยอมให้ "บริษัทโททาล" ในฐานะผู้ดำเนินโครงการก๊าซในแหล่งยาดานา ปิดซ่อมก่อนเทศกาลสงกรานต์ ทำไม? ไม่เจรจาให้ปิดซ่อมช่วงสงกรานต์ ซึ่งมีการใช้ไฟฟ้าน้อย ทำไมไม่เซตวันกันให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายอย่างนี้ จริงๆ แล้ว งานนี้ หากจะ "หาแพะ หาแกะ" มารับผิดชอบ คงจะมีอยู่ไม่กี่ส่วน นอกจาก ปตท. แล้ว หน่วยงานที่หนีไม่พ้น น่าจะเป็นกระทรวงพลังงานนั่นเอง
เสร็จงานนี้ สงสัยจะมีการ "เชือดไก่ให้ลิงดู" กันบ้าง เรียกว่าบัญชีต้องชำระ แต่จะเป็นช่วงไหนต้องจับตาดูให้ดี
แต่ที่แน่ๆ การออกมาเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานช่วยกันประหยัดไฟฟ้า จริงๆ แล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือน่าทึ่งสักเท่าไร ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานเองก็รณรงค์ให้มีการประหยัดพลังงานทุกปีอยู่แล้ว
สำคัญยิ่ง ไม่รู้ว่าใช้งบประมาณไปปีหนึ่งๆ เท่าไร อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานลองเรียกข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบมาดูย้อนหลังว่า ปีหนึ่งๆ ใช้งบประมาณไปเท่าไร หากใช้ไม่คุ้มค่าก็ควร "เลิก" เสีย
เพราะว่าตอนนี้การประหยัดไฟ กลายเป็นแผนงานที่หลายๆ บริษัทเรียงคิวเข้าไปหาผลประโยชน์ ทำประชาสัมพันธ์กันยกใหญ่ แต่หากทำแล้วไม่ได้ผล ก็ควรจะนำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น น่าจะคุ้มค่ากว่า! อย่าปล่อยให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจับจองอยู่เพียงแค่ว่าฉันได้งาน
ถ้า รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน เรียกงานทั้งหมดมาดู เชื่อเถอะว่า งานเกือบ 100% ที่เป็นการสร้างความเข้าใจ จะถูกจัดวางให้บุคคลภายนอกทำแทบทั้งสิ้น ถามว่า...ทำแล้วได้ผลจริงหรือ?








