ผู้อ่านหลายๆ ท่านที่นิยมทำสวนคงคุ้นเคยกับการทำสวนดอกไม้กันดี เพราะดอกไม้แต่ละต้นก็ย่อมแตกต่างกัน บางต้นต้องการน้ำมาก
บางต้นต้องการน้ำน้อย บางต้นชอบที่ร่ม บางต้นชอบแดดจัด ฯลฯ การดูแลแต่ละต้นจึงแตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ที่เพาะปลูก
ที่หยิบยกประเด็นการเพาะปลูกขึ้นมาเพราะผมเชื่อว่าการทำสวนหรือการบริหารคนนั้นมีอะไรที่คล้ายคลึงกันอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการบ่มเพาะให้เติบโตขึ้นมาเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ซึ่งแต่ละคนก็เหมือนพืชแต่ละพันธุ์ที่ต้องการอาหารและน้ำไม่เหมือนกัน
ที่สำคัญพืชบางชนิดยังต้องรอให้ถึงฤดูที่เหมาะสมจึงจะออกดอกผลิบานให้ชื่นใจ เช่นเดียวกับคนที่ต้องอาศัยระยะเวลาบ่มเพาะให้มีความพร้อมสูงที่สุดจึงจะแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ การเร่งให้ออกดอกออกผลก่อนฤดูกาลจึงมีแต่ผลเสียมากกว่าผลดี
ในยุคที่สังคมโลกกำลังปรับตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมบริการ การบริหารคนก็กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่ทำให้เราต้องเข้าใจเรื่องฤดูกาลเหล่านี้ให้ถ่องแท้มากขึ้น เพราะในเมื่ออุตสาหกรรมปรับตัวการบริหารคนก็ต้องปรับให้สอดคล้องกับความเป็นไปที่ไม่เหมือนเดิม
ย้อนไปดูในยุคอุตสาหกรรมการผลิต ยุคนั้นแต่ละธุรกิจแข่งขันกันด้วยประสิทธิภาพทางการผลิต คิดให้ง่ายก็เหมือนความต้องการผลิตสินค้าให้ได้จำนวนมากๆ จากสินค้าต้นแบบ ผู้บริหารยุคนั้นจึงมักจะมองหาคนที่มีบุคลิกลักษณะเหมือนตัวเองให้มากที่สุดเพราะต้องการความคิดและแนวทางทำงานคล้ายคลึงกันคือมุ่งผลิตให้ได้มากที่สุดในต้นทุนที่ต่ำที่สุด
แต่มาถึงวันนี้ที่เรากำลังปรับตัวไปสู่แนวทางใหม่ และเราเห็นแล้วว่าประสิทธิภาพสูงสุดอาจไม่ใช่คำตอบในการอยู่รอดของธุรกิจแต่เป็นนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ที่ต้องใช้การผสมผสานความคิดที่แตกต่างจากแต่ละคนมาสร้างให้เกิดเป็นสินค้าใหม่ บริการใหม่ หรือกระทั่งธุรกิจใหม่
อุตสาหกรรมบริการที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้จึงต้องการความหลากหลาย ผู้บริหารจึงไม่อาจมองหาเฉพาะคนที่เหมือนกับตัวเองได้อีกต่อไป แต่ต้องการคนหลายๆ แบบมาทำงานร่วมกันเพื่อขมวดเอาความที่แตกต่างนั้นรวบยอดเข้าด้วยกันให้เป็นที่สุดของโลกธุรกิจ
เปรียบเทียบเป็นสวน เราก็จะพบกับสวนสวยงามที่มีพืชพรรณต่างๆ นานา อยู่บนแปลงเดียวกัน ดอกไม้ต่างพันธุ์ต่างสี ต่างรูปร่าง ล้วนบานสะพรั่ง
ผู้นำยังต้องเป็นผู้ดูแลให้บุคลากรแต่ละคนยอมรับความแตกต่าง และอดทนต่อความเห็นที่ไม่เหมือนจนอาจขัดแย้งกัน รวมถึงต้องสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการแสดงความเห็นต่อกัน เพราะไม่มีใครสมบูรณ์แบบจึงต้องฟังความเห็นที่หลากหลายไปด้วยกัน
บางครั้งนักกลยุทธ์ขององค์กรที่มีความคิดเฉียบคมแต่นำเสนอได้ไม่ดีเพราะอธิบายไม่เป็น หรือพนักงานการตลาดที่ความคิดอาจไม่เฉียบคมนักแต่รู้ความต้องการของลูกค้าอย่างเต็มที่เพราะได้สัมผัสและมีทักษะการสื่อสารกับลูกค้าที่ดีมาก ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะเป็นไปได้ยากมากที่จะมีใครสมบูรณ์แบบทุกๆ ด้าน
ทุกวันนี้สิ่งที่ผู้บริหารกลัวที่สุดจึงเป็นความใกล้เคียงกันมากเกินไปของบุคลากร เพราะความสำเร็จขององค์กรทุกวันนี้ คือความหลากหลายของคนที่เชี่ยวชาญแต่ละด้านมาผสมผสานกัน ผู้บริหารต้องนำสิ่งที่ดีที่สุดของแต่ละคนออกมาผสมผสานกันเป็นกลยุทธ์ เป็นสินค้าและบริการของบริษัท จึงทำให้บริษัทประสบความสำเร็จได้
เรื่องนี้ก็จะกลับมาที่แนวคิดของการทำสวน คือ ต้องนำความแตกต่างที่มีมาผสมผสานกัน เพื่อสะท้อนถึงความหลากหลายเสริมสร้างบริษัทให้เป็นที่ต้องการของลูกค้าได้








