วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

State of the Union 2013 กับ มาร์โค รูบิโอ

ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยเช้าวันพุธตามเวลาบ้านเรา สำหรับสุนทรพจน์แรกอย่างเป็นทางการแห่งการเริ่มต้นสมัยที่สองของประธานาธิบดีสหรัฐ บารัก โอบามา

หรือ State of the Union 2013 อันประกอบด้วย หัวข้อหลัก 3 ประการ ดังนี้

หนึ่ง การลดภาระขาดดุลของรัฐบาลสหรัฐ ให้เป็นการโหวตร่วมกันของทั้ง 2 พรรค (Bipartisan) โดยจะไม่ไปตัดลดค่าใช้จ่ายของผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ อาทิเช่น ผู้สูงอายุในระบบประกันสุขภาพของผู้สูงอายุ (Medicare) ทว่าจะไปลดช่องว่างทางภาษีรวมถึงเก็บภาษีจากผู้มีรายได้สูงเพิ่มขึ้น

สอง การสร้างงานให้กับประชาชนชาวสหรัฐ โดยเฉพาะชนชั้นกลาง ด้วยการส่งเสริมโครงสร้างทางภาษีให้ดึงดูดงานต่างๆ ให้กลับมายังสหรัฐ รวมถึงจะส่งเสริมให้สหรัฐเป็นแหล่งรวมของนวัตกรรมใหม่ๆ ของโลก

ท้ายสุด การส่งเสริมให้สหรัฐใช้พลังงานสะอาด รวมถึงเน้นการไม่ให้ลูกหลานต้องประสบปัญหา การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (climate change) และความรุนแรงจากอาวุธปืน

ต้องบอกว่า เนื้อหาในส่วนของการบริหารจัดการผู้อพยพเข้าสหรัฐ (Immigration) ค่อนข้างจะมีน้ำหนักเบากว่าที่คาดการณ์กันไว้ ในขณะที่เนื้อหาในส่วนของการสร้างงานใหม่ค่อนข้างจะมีน้ำหนักมาก มีการเชิญนายทิม คุก ซีอีโอ บริษัทแอปเปิลเข้ามาร่วมฟัง รวมถึงมีประกาศเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ นั่นก็หมายความว่า 4 ปีข้างหน้านายโอบามาอาจจะให้น้ำหนักต่อ Wall Street ไม่มากนัก

อย่างไรก็ดี บุคคลที่หลายคนจับตาอยู่ไม่น้อย ได้แก่ ผู้กล่าวสุนทรพจน์โต้ตอบในนามพรรครีพับลิกัน ที่ทำหน้าที่กล่าวสุนทรพจน์ตอบประธานาธิบดีโอบามา หนุ่มสัญชาติคิวบาวัย 42 ปี นามว่า มาร์โค รูบิโอ วุฒิสมาชิกรัฐฟลอริด้า ที่ล่าสุด เพิ่งได้ลงปกหน้าหนึ่งของนิตยสารไทม์ ในฐานะตัวเก็งคนหนึ่งที่จะได้รับเสนอชื่อเข้าเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันในการลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดี สหรัฐปี 2016


ในงานนี้ นายรูบิโอได้แสดงความสามารถในการทำหน้าที่ตัวแทนพรรครีพับลิกันได้อย่างไม่มีที่ติเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องผู้อพยพเข้าสหรัฐ แต่ก่อนที่จะลงรายละเอียดในเรื่องนี้ต่อ ผู้เขียนขอเล่าประวัติโดยย่อของนายรูบิโอก่อน นายรูบิโอเป็นบุตรของครอบครัวที่อพยพมาจากคิวบาในช่วงที่นายฟิเดล คาสโตร เข้าครองอำนาจ โดยคุณตาของนายรูบิโอเป็นผู้ลี้ภัยที่ถูกพิพากษาให้เนรเทศกลับคิวบา ทว่าท้ายสุดก็มีการอภัยโทษให้สามารถอยู่ในสหรัฐแบบจำกัดสิทธิบางอย่างได้ เขาจบการศึกษาด้านกฎหมายที่ไมอามี ได้รับเลือกตั้งในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ฟลอริด้าครั้งแรกด้วยวัยที่ยังไม่ถึง 30 ปี จนกระทั่งในปี 2010 จึงได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกรัฐฟลอริด้า ทั้งๆ ที่หลายเดือนก่อนเลือกตั้งคะแนนเป็นรองคู่แข่งอยู่หลายขุม

แน่นอนว่า ด้วยประวัติและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเป็นคนอเมริกันที่มีสัญชาติคิวบา ซึ่งในขณะนี้ถือได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบของการเลือกตั้งในสหรัฐ ซึ่งนับวันคนอเมริกันที่มีสัญชาติของชนกลุ่มน้อย (Minority) จะมีอิทธิพลต่อคะแนนเสียงในภาพรวมของการตัดสินตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะเห็นได้ว่านายโอบามาได้เสียงโหวตจากชาวละตินถึงร้อยละ 71 สูงกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วที่ได้ร้อยละ 67 ส่วนนายรอมนีย์ได้คะแนนเพียงร้อยละ 27 ลดลงจากสมัยประธานาธิบดี จอร์จ บุช ที่ได้ร้อยละ 40

จะเห็นได้ว่าคะแนนเสียงของคนกลุ่มนี้ที่จะโหวตเลือกพรรครีพับลิกันนับวันจะลดลงอย่างฮวบฮาบ กลยุทธ์การนำนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เป็นลูกหลานของคนกลุ่มนี้ขึ้นมาเป็นตัวชูโรงของพรรครีพับลิกันในขณะนี้จึงถือได้ว่าเป็นวิถีทางที่มิอาจเลี่ยงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเมื่อประธานาธิบดี โอบามา ก็มีข้อได้เปรียบดังกล่าวอยู่เช่นกัน

ในทางการเมือง นายรูบิโอ จัดเป็นนักการเมืองหัวอนุรักษนิยม คัดค้านการขึ้นภาษี การเพิ่มเพดานหนี้ รวมถึงเคยถูกแซวว่าเป็น เจ้าชายของกลุ่ม Tea Party ที่มีหัวอนุรักษ์แบบสุดโต่ง ทั้งๆ ที่ในความจริง ตัวเขาเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกลุ่มนี้ก็ตาม

จุดเด่นที่แท้จริงของนายรูบิโอ น่าจะได้แก่ นโยบายที่เกี่ยวข้องกับผู้อพยพเข้ามาในสหรัฐแบบไม่ถูกกฎหมาย ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ ทั้งถูกใจฐานเสียงของคนกลุ่มนี้ เนื่องจากตัวเขาเองก็ถือได้ว่ามีคุณตาจัดเข้าข่ายกลุ่มดังกล่าว และ ไม่ออกนอกกรอบของแนวทางรีพับลิกันที่มักจะมีมาตรการในเรื่องนี้ซึ่งผู้อพยพมักจะไม่ปลื้มมากนัก ซึ่งแนวทางของเขาและนายโอบามามีความคล้ายคลึงกันอยู่ในประเด็นที่มุ่งสนับสนุนการคุมเข้มจุดผ่านแดน ทว่าก็เปิดโอกาสให้ผู้อพยพสามารถแปลงสัญชาติเป็นชาวอเมริกันได้หากสามารถพัฒนาตนเองจนกลายเป็น บุคคลที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ดี จุดยืนของนายรูบิโอมีความแตกต่างจากประธานาธิบดีโอบามาอยู่ 2 ประเด็นหลัก คือ

หนึ่ง จะไม่ออกวีซ่าให้กับคู่ขาเพศเดียวกันของผู้อพยพที่ได้รับสิทธิแปลงสัญชาติเป็นชาวอเมริกัน ซึ่งนโยบายของโอบามายินยอมออกให้

สอง มีโครงการที่จะจ้างชาวต่างชาติมาทำงานที่ไม่ต้องการความชำนาญเพิ่มขึ้น แต่ของโอบามาไม่มี

อย่างไรก็ดี มีอาถรรพ์อย่างหนึ่ง ที่มักเกิดกับใครก็ตามที่ขึ้นหน้าหนึ่งของนิตยสารไทม์ คือผู้ที่ได้รับเกียรติดังกล่าว มักจะไปได้ไม่สวยในเวลาต่อมา ไม่ว่าจะเป็นสตีฟ จอบส์ ที่ต้องออกจากแอปเปิลหลังจากนั้น หรือ อลัน กรีนสแปน ที่หลายคนมองว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดวิกฤตซับไพร์ม จึงต้องจับตานายรูบิโอ กับ การเป็นตัวแทนของรีพับลิกันในปี 2016 ว่าจะถึงฝั่งฝันหรือไม่ครับ


หมายเหตุ หนังสือด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาคของผู้เขียน “จิบกาแฟ ท่องเน็ต เล่นหุ้น...ก็รวยได้” ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 มีวางจำหน่ายทั่วประเทศ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่ www.facebook.com/MacroView และ bonthr.blogspot.com ครับ