วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โซเชียลมีเดียในจีนเติบโตข้ามพรมแดน

เว็บไซต์ China Internet Network Information Center (CNNIC) ของจีน ระบุว่าเมื่อปลายปีที่แล้วจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศจีน 564 ล้านคน

เป็นชาย 56% และหญิง 44% มีจำนวนการใช้งานอยู่ที่ 20.7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพิ่มสูงขึ้น 50.9 ล้านคนในปีเดียว และพบว่า 420 ล้านคนใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ ในการติดตามข่าว 62% การเซิร์ชข้อมูล 46% อ่านอีบุ๊ค 44% และทวีต หรือส่ง micro-blogging กว่า 41%

สาเหตุสำคัญที่รัฐบาลจีนคุมเข้มจนถึงบล็อกการใช้งานของโซเชียลแพลตฟอร์มอย่างเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ หรือยูทูบ จึงเป็นการเปิดโอกาสให้แพลตฟอร์มของจีนเติบโตและครองใจหนุ่มสาวชาวจีนจนเป็นตลาดใหญ่ที่เป็นที่หมายตาของค่ายยักษ์จากอเมริกาแล้ว

ข้อมูลทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับ ComScore ที่ระบุในปี 2555 ว่า 38.4% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในจีนใช้โซเชียล ซึ่งน้อยกว่าตัวเลขในอเมริกาที่มีอยู่ 81.4% และน้อยกว่าตัวเลขของผู้ใช้ทั่วโลก 69.8% จึงนับเป็นโอกาสของโซเชียลมีเดียในจีนที่จะเติบโตได้อีกมาก

จีนกับแพลตฟอร์มที่ท้าทาย
บริษัทด้านดิจิทัลในจีนนับว่ามีความแข็งแกร่งและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถให้บริการโซเชียลมีเดียที่ท้าทายแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ของอเมริกาในขณะนี้ ตัวอย่างเช่น Tencent ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่สุดของจีนโดยมีมูลค่ากว่า 58,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งให้บริการโซเชียลเน็ตเวิร์ค อีคอมเมิร์ซ ออนไลน์เกมส์ และให้บริการ Instant Messenger (IM) ที่รู้จักกันดีได้แก่ Tencent QQ ซึ่งผู้ใช้งานกว่า 780 ล้าน และให้บริการบล็อกไซต์และเพลงอย่าง Qzone ซึ่งมีผู้ใช้กว่า 600 ล้าน ตลอดจนบริการที่คล้ายกับทวิตเตอร์อย่าง Tencent Weibo ซึ่งมีผู้ใช้กว่า 470 ล้าน และบริการโมบายแชตที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงในขณะนี้อย่าง WeChat กำลังขับเคลื่อนธุรกิจของตนอย่างเต็มที่ผ่านโมบายและโฆษณา

จีนยังมีผู้ให้บริการ micro-blogging อย่าง Sina Weibo ซึ่งให้บริการคล้ายกับทวิตเตอร์บวกกับเฟซบุ๊ค โดยสามารถส่งข้อความได้ 140 ตัวอักษรรวมถึงการวีดิโอ รูปภาพและเสียงจนมีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 370 ล้านคน โดยได้เริ่มให้บริการในภาษาอังกฤษเพื่อเปิดบริการสู่ตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ Sina Weibo ได้รับการกล่าวถึงจากการที่เซเลบดังอย่าง Tom Cruise ซึ่งมีผู้ตามกว่า 3 ล้านคน และ Emma Watson เข้ามาใช้บริการ

Renren หรือ สมญานามเฟซบุ๊คของจีน มีผู้ใช้งานไม่น้อยกว่า 160 ล้านคนก็กำลังไปได้ดีกับสังคมโซเชียลมีเดียของจีนจากอานิสงส์ของการบล๊อกเฟซบุ๊คของรัฐบาลจีน นอกจากนั้น วีดิโอเว็บไซต์อย่าง Youku Tudou ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของวีดิโอเว็บไซต์ซึ่งเคยเป็นอันดับหนึ่งและอันดับสองของจีน โดยการรวมตัวกันจะทำให้ธุรกิจนี้มีสีสันได้มากขึ้นจากการผลิตวีดิโอที่มีคุณภาพ

สำหรับ Baidu เสิร์ชเอนจิ้นอันดับหนึ่งซึ่งครองตลาดกว่า 80% ในจีนและมีผู้ใช้งานประจำกว่า 80 ล้านคนผ่านโมบาย ก็ก้าวสู่การขยายตลาดและสร้างรายได้ให้มากขึ้น โดยตอนนี้ Baidu ได้เข้ามาเปิดบริการในไทยผ่านเว็บไซต์ http://th.hao123.com รวมถึงการเข้าไปเปิดบริการในประเทศเวียดนามและอียิปต์ด้วย

โมบายแชตมาแรงกว่าเฟซบุ๊ค
ในขณะที่โมบายแชตที่รู้จักกันในบ้านเราอย่าง WhatsApp และ Line กำลังได้ความนิยมอย่างมาก โดย WhatsApp มีผู้ส่งข้อความถึง 10,000 ล้านข้อความต่อวัน และ Line ซึ่งมีผู้ใช้แล้วกว่า 100 ล้านคนในเวลาเพียง 19 เดือน ซึ่งเมื่อเทียบกับเฟซบุ๊คที่ใช้เวลากว่า 54 เดือนจึงมีผู้ใช้ในจำนวนเดียวกัน โดยเฉพาะ Line มีสมาชิกในไทยกว่า 12 ล้านคน

สำหรับ WeChat ของ Tencent ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจาก 100 ล้านคนในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 200 ล้านคนในเดือนกันยายนในปี 2555 จนขณะนี้มีผู้ใช้งานกว่า 300 ล้านจาก 30 ประเทศทั่วโลก โดย Tencent มีแผนที่จะเชื่อมแอพนี้เข้ากับบริการอื่น เช่น Tenpay ทำให้น่าจับตาดูว่าจะกลายเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่สามารถเขย่าเฟซบุ๊คได้เช่นกัน

หากเปรียบเทียบเซเลบในทวิตเตอร์ที่มีคนตามมากที่สุดในอเมริกา คือ จัสติน บีเบอร์ ด้วยยอดผู้ตามกว่า 34 ล้านคน จีนเองก็มีเซเลบใน Tencent Weibo ที่มีผู้ติดตามมากที่สุด คือ He Jiong ซึ่งมีผู้ตามสูงกว่า 36 ล้านคน จึงไม่ต้องแปลกใจว่าจีนได้คว้าความเป็นอันดับหนึ่งผู้ที่มีคนติดตามมากที่สุดไปแล้วเช่นกัน ด้วยจำนวนผู้ใช้ออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 4 ล้านคนทุกเดือน ทำให้จีนกลายเป็นเจ้าสนามดิจิทัลแล้ว

การขยายพื้นที่ของโซเชียลมีเดียจีนดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อยแต่หากพิจารณาถึงมูลค่าตลาดของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีนจะเห็นว่ามีมูลค่าตลาดค่อนข้างสูง เช่น Tencent มีมูลค่าถึง 62,000 ล้านเหรียญ ในขณะที่ Sina 3,530 ล้านดอลลาร์ และ Baidu 33,690 ล้านดอลลาร์ จึงทำให้สามารถระดมทุนที่จะขยายกิจการเข้ายังประเทศเพื่อนบ้านได้ไม่ยากนัก ทำให้การแข่งในสนามโซเชียลมีเดียเข้มข้นขึ้น และผู้บริโภคมีโอกาสได้เลือกใช้บริการเพิ่มขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารแบรนด์ต้องตัดสินใจเลือกใช้แพลตฟอร์มในการโฆษณาได้ตรงกลุ่มเป้าหมายให้ดีขึ้นเช่นกัน