วันก่อนมีโอกาสพบปะ "น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที)
สอบถามถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมไอซีทีไทย ที่มีมูลค่าตลาดเป็นแสนๆ ล้านว่าขณะนี้ เราอยู่ส่วนไหนของของโลก คำตอบที่ได้ทำเอาใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง เพราะวันนี้ ไอทีแบบไทยๆ ของเรา ยังอยู่ในระดับแถวหน้าของอาเซียน เป็นรองแค่มาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่อุตสาหกรรมไอทีของเขาเลิศเลอกว่าเรามากนัก
รัฐมนตรีว่าการไอซีที บอกว่า ขณะนี้ ศักยภาพด้านไอทีของไทยเราอยู่อันดับที่ 3 ของประเทศในอาเซียน เป็นรองมาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยมีต้นทุนของการใช้ไอทีราว 6% ของรายได้ต่อหัวของประชากรทั้งหมด ซึ่งต้นทุนการใช้ไอทีของสิงคโปร์มีแค่ 1% เท่านั้น โดยไอซีทีจะพยายามให้ไทยมีต้นทุนการใช้ไอทีลดลงเหลือ 3% ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของมาตรฐานต้นทุนการใช้ไอทีโลก
ส่วนปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุน คือ การขยายตัวของการใช้บรอดแบนด์ในไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความโหยหาการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ของคนไทย กดดันผู้ให้บริการเน็ตเวิร์คในด้านต่างๆ ต้อง "อัพเกรด" เครือข่ายให้เร็วเพียงพอต่อความต้องการ
การใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ แทบเล็ต ที่ใช้กันล้นหลาม กดดันให้ผู้ผลิตมือถือ ค่ายมือถือ แม้กระทั่งผู้จำหน่ายแอสเซสเซอรี่ หรืออุปกรณ์ต่อพ่วง ต้องสรรหากลยุทธ์สารพัดช่วงชิงกลุ่มลูกค้าในช่วงเวลานี้กันอย่างดุเดือด
การที่ผู้บริโภคได้ใช้เครือข่ายที่เร็วขึ้น เกิดการบริโภคดาต้าผ่านอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์เพิ่มสูงขึ้นส่งผลอนาคตจอุปกรณ์เหล่านี้จะมีราคาที่ลดลง แต่อาจไม่ต้องรอถึงอนาคตแล้ว เพราะวันนี้สมาร์ทโฟนที่เชื่อมอินเทอร์เน็ตได้ ราคาไม่เกิน 3-4 พันบาทก็ซื้อได้แล้ว ซึ่งภาพรวมของงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 7-10 ก.พ. นี้ ก็เป็นการแข่งขันของตลาดสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก หรือระดับราคาไม่สูงมาก ผู้จัดงานประเมินว่าราคาสมาร์ทโฟนเฉลี่ยขายดีในงานราว 70% จะอยู่ระดับ 8,000-12,000 บาท เพราะช่วงนี้หลายๆ แบรนด์ต้องการเคลียร์สินค้าเทคโนโลยีเดิมรอรับเทคโนโลยีใหม่ที่จะเข้ามาช่วงไตรมาสที่ 2 สอดคล้องกับกำหนดการเปิดตัวเครือข่าย 3 จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์
หากในภาพรวม ภาครัฐ หรือผู้กำหนดนโยบายในอุตสาหกรรมไอที ที่มีหลายๆ มาสเตอร์แพลนอยู่ในมือควร "จริงจัง" และ "จริงใจ" พัฒนาให้ต่อเนื่อง รัฐวิสาหกิจของชาติที่เป็นเหมือนฮับด้านสาธารณูปโภคไอซีทีของประเทศ มีโครงข่าย เทคโนโลยีอยู่ในมือมากมาย อย่าง "ทีโอที กสท" ควรเร่งเครื่องวางจุดมุ่งหมาย นำเทคโนโลยีออกมาให้คนไทยได้ใช้เพิ่มขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ คิดถึงผลประโยชน์ชาติบ้างนิดนึง ก่อนจะคิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง
เพราะเทคโนโลยีที่พวกท่านมีอยู่มันก็สมบัติของชาติ ของคนไทยทั้งสิ้ิน หากไม่เอาออกมาใช้มัน "เสียของ" ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยโดยรวมที่ (อาจจะ) ส่งผลให้อุตสาหกรรมไอทีไทย เป็นที่จับตามองของต่างชาติมากขึ้น หลังจากเป็นประเทศที่ถูกมองข้าม หรือไม่ก็แค่เป็นทางผ่านมานาน









