ถ้าสังคมการผลิตเฟื่องฟูในศตวรรษที่ 19 และกลายเป็นจักรวรรดิการบริโภคในศตวรรษที่ 20 ขยายไปไร้พรมแดน ฉะนั้นศตวรรษที่ 21
เมืองที่มิได้วางแผนรองรับเตรียมพร้อม ก็เหมือนละครชีวิตที่ไร้ฉากเวทีที่งดงาม แต่กลายเป็นมรดกขยะเรี่ยราดของยุคที่เรียกว่า “การพัฒนา” ได้หรือไม่
สิ่งที่เรียกว่าเมืองสวรรค์จะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อเมืองนั้นมีชีวิตอันเป็นสุข สงบร่มเย็นใต้การขับเคลื่อนของชีวิตที่รู้คุณค่าในการบริโภคทรัพยากรอันจำกัด
นั่นแหละ การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพจึงเข้ามาเพื่อสร้างความสมดุลและกำไรให้กับชีวิตและสังคม ด้วยการวางนโยบาย แผน และจัดวางงบประมาณอย่างแยบยลเหมาะสมเพื่อให้สำเร็จบรรลุจุดหมายตามเป้าประสงค์ที่คาดหวังของเมืองโดยรวม
การเข้ามาบริหารกรุงเทพมหานคร จึงเป็นการอาสาเพื่อเป็นผู้นำและผู้จัดการการเงิน งาน บุคลากรและเวลาให้คุ้มค่าที่สุดสำหรับการดำเนินไปของทุกนาทีชีวิตของผู้มาเยือนและคนกรุงเทพฯไม่ต่ำกว่า 13 ล้านคนต่อวัน
ถ้าเลือกคนที่เข้าไม่ถึงนัยของ "ใจชุมชน" ไม่มีความสามารถ ไร้ภาวะผู้นำ ก็เท่ากับการเดินทางด้วยยานไร้พลขับ ปราศจากผู้กำหนดทิศเป้าหมายของสังคมเมือง
นั่นเพราะสมรรถนะในการเป็นผู้จัดการกรุงเทพฯต้องสามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามพันธกิจ ในขณะเดียวกันก็ต้องมีวิสัยทัศน์ในนโยบายและแผนของเมืองที่กว้างไกลชัดคม และปฏิบัติการได้จริงด้วยทรัพยากรบุคคล การจัดงบประมาณการเงินจากรายได้และภาษีอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เหนือกว่ากรอบของคาบเวลา 4 ปีของการอาสามาเป็นกัปตันของกรุงเทพมหานคร
ฉะนั้นผู้มีสิทธิในการเลือกตั้งจะปล่อยสิทธิให้กับผู้ที่จะมาเป็นตัวแทน ในการเข้ามาเผาเวลาและผลาญเงินกทม. ก็เสมือนเป็นการทอนทุกวินาทีชีวิตให้มอดไปกับทางผ่านของเวลา และสิ่งที่เหลือก็คงเป็นซากขยะหรืออนุสาวรีย์น้ำลายของคำสัญญา
ทิศทางการจัดการต้องมีพันธกิจเฉียบคมทั้งแง่นโยบายบริหารและการบูรณาการชัดลึกไปถึงแก่นประเด็นอย่างมีเป้าหมายในแต่ละชุมชน ที่ประกอบเป็นภาพรวมอันกระจ่างในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม คมนาคม และสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ถ้าลงลึกถึงการเตรียมการแบบรอบทิศทางของการขยายตัวของการเป็นมหานครที่เชื่อมต่อจุดต่างๆ ในการรองรับความเป็นย่านกลาง ASEAN อย่างเหมาะสมครบครัน ควบคู่กับแผน การเตรียมภาพการป้องกันทุกรูปแบบ ที่อาจคุกคามการดำเนินชีวิตทางสังคมและเศรษฐกิจของคนกรุงเทพฯ ได้อย่างรัดกุมมีประสิทธิภาพ
อาทิเช่น เรื่องของน้ำ ก็ต้องมีข้อมูลรอบด้านในการวางแผนการบริหารจัดการน้ำ ทั้งความสะอาดและคุณภาพของน้ำดื่มเพื่อสุขอนามัย และความพอเพียง ด้วยการวางแผนการลงทุนในการพัฒนาแหล่งทรัพยากรน้ำ การบำบัดน้ำเสีย การกำจัดน้ำเน่า การจัดหาน้ำให้พอเพียงกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และพลังงานในอีก 20 - 50 ปีข้างหน้า รวมถึงน้ำใช้เพื่อการเกษตรในเขตชานพระนคร ที่ต้องรักษาไว้ไม่ให้ถูกทำลายความหลากหลายทางพันธุกรรมชีวิตทางสังคมเมือง ด้วยมลพิษจากกากอุตสาหกรรมและของเสีย แต่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการบริหารต้องพร้อมรับกับเหตุการณ์ทุกรูปแบบ ทั้งความเจริญและความเสื่อม ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติจากธรรมชาติ น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสีย และบริหารจัดการน้ำดื่มที่มีคุณภาพต้องชัดเจนในทุกชุมชนของกรุงเทพฯ เพราะน้ำเป็นสมบัติตามธรรมชาติจึงเป็นสิทธิที่ทุกชีวิตต้องเข้าถึงในราคาถูก
ง่ายๆ ที่ต้องเจาะให้เข้าถึงวิถีชีวิตของแต่ละชุมชนในการใช้น้ำเพื่อกิจกรรมต่างๆ ทั้งการบริโภคส่วนตัว บริโภคเพื่อการอาชีพ และเศรษฐกิจนั้นมีจำนวนและค่าใช้จ่ายเท่าไรต่อคน ต่อครัวเรือน ต่อภาคอุตสาหกรรมต่อวัน มีอัตราเพื่อจาก 5 ปีก่อนเท่าไหร่ และการบริโภคแต่ละชุมชนนี้จะเป็นเท่าไหร่ ในอีก 5 ปี 10 ปี ข้างหน้า การจัดหา อนุรักษ์แหล่งน้ำเหล่านี้ในแต่ละเขตจะเอามาจากแหล่งใด ใช้งบประมาณจากภาษี หรือจากแหล่งพัฒนาภายนอก
ทั้งหมดทั้งมวลต้องมี SCENARIO ที่เป็นภาพ PANORAMA ที่สามารถ ZOOM ภาพเมื่อเจาะเข้าการแบ่งส่วนแต่ละพื้นที่เพื่อบริหารจัดการด้วยความเข้าใจในพื้นที่และความต้องการของแต่ละชุมชน
ดังนั้น ทุกพื้นที่ ทุกเรื่องต้องมีข้อมูล มีวิสัยทัศน์ มีจิตอาสา และมีภาวะความเป็นผู้นำในการเป็นสะพานเชื่อมทุกหน่วยทางสังคมให้เข้ามาพัฒนาโครงสร้าง และเนื้อหาอันเท็จจริงที่จะสร้างความสุข ความร่มรื่นและยืนนานให้ทุกชีวิตของกทม. ซึ่งนั่นหมายถึงการต่อสู้เพื่อ 50 เขตนั้นต้องอยู่ภายใต้ ความเท่าเทียมกันในความเป็นมหานคร แกนการบูรณาการต้องเชื่อมโยงประสานถักทอ ไม่ว่าเขตหรือชุมชนนั้นจะเป็นย่านผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส หรือแรงงานอพยพ การเตรียมแผนรองรับ แง่การเข้าถึงสิทธิ ที่อยู่อาศัย การสร้างงาน การศึกษาอบรม การสาธารณสุข การให้คุณค่าในพื้นที่ทางวัฒนธรรม นโยบายการประสานงานจึงต้องปรากฏการต่อสู้เพื่อการไม่รู้หนังสือ ต้องมีการวางแผนและการกำหนดตัวแทนภาคปฏิบัติในชุมชนที่เป็นเครือข่าย
ดังนั้น ประเด็น (Themes) สำคัญๆ ในการบริหาร 4 ปี และวันพรุ่งนี้มีทั้งนโยบาย แผน และพันธกิจในมิติการเมือง การปฏิบัติการ อาทิเรื่องของเอกสาร ผู้สูงวัย การศึกษา มลพิษ อาชญากรรม สิ่งแวดล้อม ชีวิตนักศึกษา ภาษี ที่อยู่อาศัย วิชาชีพ อาคาร-โกดังให้เช่า นโยบายเรื่องโลจิสติกส์ ตลอดจนการใช้เวลาว่าง อย่างเช่น กีฬา ตลาดสวนศิลปะการแสดง พื้นที่สีเขียว แหล่งอนุรักษ์ ห้องสมุด
เบ็ดเสร็จแล้วก็คือ การใช้ชีวิตอย่างไร ทั้งวันธรรมดา แต่ละวันของผู้อยู่และแขกที่มาเยือนให้เป็นสุขนั้นควรออกมาเป็นนโยบาย ลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนในเรื่องทั้งหมดของอนาคต ซึ่งล้วนเป็นหน้าที่ของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร
ที่ว่ามาทั้งหมดเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ แต่เรื่องของวันนี้ “เป็นหน้าที่ของคุณ” ที่จะสร้างสังคมสีเขียว อันมั่นคง อบอุ่นและปลอดภัย









