วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ในฝัน

เสียงร้องบาดใจในเพลง “I dreamed a dream” ที่กล่าวถึงความฝันที่มลายไปของฟอนทีน ตัวละครหลักของเลอมิซเซอราฟ (Les Miserables)

เป็นสิ่งที่อยู่ในใจผู้เขียนเช่นกัน

แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว ความฝันถึงที่มลายหายไปนั้นหาได้เกิดจากความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น และการกดขี่ทางสังคมอย่างรุนแรงเช่นที่ฟอนทีนได้รับ จนทำให้เธอต้องขายทุกสิ่งในชีวิต แต่เป็นความผิดหวังที่จะมีโอกาสเห็นเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่างหาก

นั่นเป็นเพราะ งานวิจัยต่างๆ บ่งชี้ว่า ประสิทธิภาพของนวัตกรรมและเทคโนโลยี อันเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตสำคัญของโลกนั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เห็นชัด ได้แก่ อัตราการขยายตัวของรายได้ต่อหัวของชาวอังกฤษและสหรัฐ (ที่เป็นต้นกำเนิดของนวัตกรรมต่างๆ) ที่เคยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมานั้น เริ่มลดลงนับจากช่วง ค.ศ. 1950 และลดลงอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา

แต่ก่อนจะลงลึกในรายละเอียดนั้น ความเข้าใจถึงพื้นฐานของปัจจัยการผลิต 3 ประการเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งในเชิงเศรษฐศาสตร์ด้านการเจริญเติบโต (Economic Growth) แล้ว การผลิตสินค้าและบริการนั้นจะต้องใช้ปัจจัยหลัก 3 ประการ อันได้แก่ แรงงาน ทุน และนวัตกรรม (Innovation) และ/หรือเทคโนโลยี (Technology)

โดยปกตินั้น การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสามารถทำได้ใน 2 แนวทาง ได้แก่ หนึ่ง การเพิ่มปัจจัยการผลิต (Extensive Growth) เช่น นำเข้าแรงงานต่างด้าว แรงงานในชนบท และสนับสนุนให้สตรี และ/หรือ ผู้สูงอายุเข้ามาทำงาน รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้ามาลงทุนในประเทศ เช่น การลงทุนโดยตรง (FDI) รวมถึงการนำเข้าเครื่องมือเครื่องจักร ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพเช่นนี้จะทำได้จนถึงระดับหนึ่ง จนกว่าความแตกต่างระหว่างปัจจัยการผลิตใน 2 แหล่งจะหมดลง

แนวทางที่สอง ได้แก่การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตจากปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ (Intensive Growth) เช่น การเพิ่มทักษะและฝีมือแรงงาน ผ่านการฝึกอบรม แต่จะให้ดีที่สุดคือ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะพลิกโฉมการผลิต

แต่ที่เห็นได้ชัดคือ หลังจากการคิดค้นนวัตกรรมที่เปลี่ยนโฉมการผลิตโลก 5 ประการแล้วนั้น การขยายตัวของประสิทธิภาพการผลิตเริ่มลดลง นวัตกรรมทั้งห้าได้แก่ เครื่องจักรไอน้ำ เครื่องยนต์ที่เกิดการสันดาปภายใน (Internal Combustion Engine) ระบบประปา การใช้ไฟฟ้า และเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะโทรเลขและวิทยุกระจายเสียง

นวัตกรรมทั้งห้า ทำให้การขยายตัวของรายได้ต่อหัวของชาวอังกฤษและสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 0.25% ต่อปีในต้นศตวรรษที่ 18 (ก่อนการเกิดขึ้นของเครื่องจักรไอน้ำ) เป็นประมาณ 2.5% ต่อปีในช่วงปี ค.ศ. 1950 (หลังการกำเนิดของวิทยุ ระบบน้ำประปา และเครื่องปั่นไฟฟ้า)

หลังจากนั้น การขยายตัวของรายได้ต่อหัว (ที่บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น) ตกต่ำต่อเนื่องแม้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ในปี ค.ศ. 1970 และอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ในปี ค.ศ. 1990 ถึงปัจจุบัน

สาเหตุที่ประสิทธิภาพการผลิตตกต่ำลงนั้น ผู้เขียนเห็นว่ามี 3 ประการด้วยกัน ประการแรก ได้แก่ เทคโนโลยีที่สำคัญและมีผลทำให้การผลิตและคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนั้น ถูกคิดค้นหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง (รถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน) การเก็บรักษาอาหารได้นาน (ตู้เย็นและเครื่องทำความเย็น) การติดต่อสื่อสาร (โทรทัศน์และวิทยุ) รวมถึงการผลิตเชิงอุตสาหกรรม (ระบบสายพานการผลิต)

ขณะที่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเหล่านั้นถึงจุดอิ่มตัวและเผชิญอุปสรรคบางประการ เช่น สภาพการจราจรติดขัดทำให้ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่การติดต่อสื่อสารรวมถึงการเก็บรักษาอาหารยังอยู่ในรูปแบบเดิม ขณะที่เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Nanotechnology หรือ Biotechnology ยังอยู่ในวัยกระเตาะและยังไม่ได้ใช้ในวงกว้าง

ประการที่สอง ได้แก่ การที่ภาคธุรกิจยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ได้มากเท่าที่ควรจะเป็นโดยเฉพาะด้านคอมพิวเตอร์ ต่างจากช่วงหลังยุคการใช้ไฟฟ้า ที่การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องทำความร้อน ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น รวมถึงช่วยทำให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะที่นวัตกรรมด้านคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ เช่น Crowd Computing สื่อสังคมออนไลน์รวมถึง Digital Content ต่างๆ ยังใช้ประโยชน์เชิงวัฒนธรรมและสันทนาการเป็นหลัก ขณะที่ยังไม่ได้ทำประโยชน์ต่อภาคธุรกิจอย่างเต็มที่นัก

ประการสุดท้าย ได้แก่ ระบบสิทธิบัตรและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ที่แม้ว่าจะจูงใจให้มีผู้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เนื่องจากจะได้รับความคุ้มครองและสามารถได้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากนวัตกรรมของตน แต่ก็ทำให้นักวิจัยอื่นทำการต่อยอดนวัตกรรมยากลำบากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดได้แก่ ระบบ Source Code ของ Microsoft รวมถึงระบบปฏิบัติการ iOS ของ Apple ที่เป็นระบบปิดและยากที่โปรแกรมเมอร์อื่นจะเข้าไปพัฒนาเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม แม้ความฝันถึงโอกาสที่นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะทำให้การผลิตรวมถึงเศรษฐกิจโลกขยายตัวอย่างก้าวกระโดดจะยังไม่เห็น แต่ผู้เขียนก็ยังมีความหวังใน 2 นวัตกรรมหลักที่อาจเป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้ อันได้แก่ หนึ่ง นวัตกรรมด้านพลังงาน จากเทคโนโลยีการขุดเจาะแนวน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขวาง (Horizontal Drilling and hydraulic fracturing) ที่ปัจจุบันเริ่มใช้อย่างกว้างขวางในสหรัฐแต่ยังไม่แพร่หลายในส่วนอื่นๆ ของโลก ซึ่งหากมีการพัฒนาและ/หรือใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางแล้ว อาจทำให้ราคาพลังงาน รวมถึงราคาโภคภัณฑ์ที่เป็นวัตถุดิบการผลิตลดลง และช่วยให้การผลิตโดยรวมมีประสิทธิภาพขึ้น

นวัตกรรมที่สอง ได้แก่ การพัฒนาด้านการเกษตร เพราะนับจากการปฏิวัติสีเขียวในช่วงปี ค.ศ. 1970 แล้วนั้น การละเลยการวิจัยพัฒนาด้านการเกษตรก็ทำให้ผลผลิตต่อไร่ของโภคภัณฑ์เกษตรขยายตัวลดลงมาโดยตลอด และทำให้มวลมนุษยชาติเสี่ยงต่อวิกฤตอาหารขั้นรุนแรงในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีการเกษตรแนวใหม่ รวมถึงการตกแต่งพันธุกรรมที่ทำให้ธัญพืชมีความแข็งแกร่ง ต้านทานโรคและภัยแล้ง และให้คุณค่าทางโภชนาการมากกว่าปัจจุบัน อาจเป็นความหวังของมนุษยชาติในอนาคต แต่แน่นอนว่าจะต้องมีการพัฒนาอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากธัญพืชรุ่นใหม่ดังกล่าว

เพื่อประโยชน์แห่งมวลมนุษยชาติแล้ว สิ่งสุดท้ายที่จะต้องเหลืออยู่คือความฝัน ที่ว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ จะช่วยทำให้สิ่งเลวร้ายจะผ่านพ้นไป และอนาคตอันสดใสรออยู่เบื้องหน้า

บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัดอยู่