เมื่อวันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2556 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ จัดงานสัมมนาวิชาการ
เรื่อง “Multiplying Strategic Thai Investment in the U.S.” เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยในชื่อเดียวกัน ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ร่วมดำเนินการจัดทำกับสถาบัน Robert H. Smith School of Business แห่งมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ (University of Maryland) ประเทศสหรัฐอเมริกา
งานนี้ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ดร.ชัยยงค์ สัจจิพานนท์ เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีวิทยากรทั้งสิ้น 4 ท่าน ได้แก่ Ms.Miriam L. Awad ตัวแทนจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย บรรยายภาพรวมของนโยบายเกี่ยวกับการลุงทุนโดยตรงจากต่างประเทศภายในสหรัฐฯ คุณศิริพร นุรักษ์ ตัวแทนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย บรรยายเรื่องภาพรวมของนโยบายเกี่ยวกับการลงทุนโดยตรงระหว่างประเทศของประเทศไทย Dr.Sandor Boyson ผู้นำในการดำเนินการวิจัย นำเสนองานวิจัยโดยสรุป และ รศ.ดร.ภวิดา ปานะนนท์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้กล่าวบทแสดงความคิดเห็นต่องานวิจัย
ในการนำเสนองานวิจัย Dr.Sandor Boyson กล่าวว่างานวิจัยชิ้นนี้ใช้เวลาดำเนินการทำเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุน และให้เป็นข้อมูลสำหรับนักลงทุนชาวไทยที่มีความสนใจจะประกอบกิจการต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา โดยในขั้นแรก ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ได้สร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนของผู้ลงทุนชาวไทยในสหรัฐอเมริกา ฐานข้อมูลดังกล่าวถูกส่งต่อให้แก่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน โดยมีข้อมูลการลงทุนรายปี ของนักลงทุนชาวไทย แบ่งเป็นประเภทอุตสาหกรรมต่างๆ และบริษัทต่างๆ ทั้งยังสามารถแบ่งข้อมูลการลงทุนให้เห็นในพื้นที่รัฐต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา เพื่อให้เห็นแนวโน้มและทิศทางของการลงทุนอีกด้วย
หลังจากที่ทีมวิจัยได้สร้างฐานข้อมูลสำเร็จแล้ว ในส่วนที่สองของงานวิจัยเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูล เช่น รัฐใดเป็นรัฐที่น่าจะให้ผลกำไรสูงสุดในการลงทุน ประเภทอุตสาหกรรมใดที่กำลังเติบโต เป็นต้นว่า อาหาร เครื่องยนต์ โลจิสติกส์ และ การท่องเที่ยว นอกจากนี้ทีมวิจัยยังให้ตัวอย่างบริษัทไทยที่ประสบความสำเร็จในการลุงทุนอุตสาหกรรมด้านต่างๆ พร้อมสถิติในแต่ละปีอีกด้วย
ในการประเมินจัดอันดับบรรยากาศแห่งการลงทุนของแต่ละรัฐในอเมริกา ทีมวิจัยได้ใช้เครื่องมือในการประเมินได้แก่ GDP อัตราภาษี และขนาดของกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกันในรัฐนั้นๆ โดยสามารถสรุปได้ว่ารัฐที่เหมาะสำหรับนักลงทุนชาวไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย เท็กซัส นิวยอร์ก มิชิแกน และเทนเนสซี
นอกจากนี้ ในการประเมินประเภทอุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจงลงไป ทีมวิจัยได้ใช้วิธีการแยกส่วนเป็นกลุ่มย่อยที่สำคัญๆ เช่น ในอุตสาหกรรมอาหาร สามารถแบ่งย่อยได้เป็น ผู้รับเหมาการบริการด้านอาหาร ผู้ขายส่ง ร้านขายปลีก ร้านขายปลีกเฉพาะเชื้อชาติ ร้านขายปลีกออนไลน์ ภัตตาคาร ฯลฯ หรือ ใน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ก็สามารถแบ่งแยกกลุ่มย่อยได้เป็น อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องปรับอากาศ อุตสาหกรรมการขายส่งเครื่องปรับอากาศ เครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน อุปกรณ์กึ่งตัวนำ (Semiconductor) และแผงวงจร เป็นต้น
โดยในแต่ละกลุ่มย่อย ทีมวิจัยได้ทำการประเมินบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในแต่ละกลุ่ม ที่สามารถต่อยอดในการสร้างโอกาส และเป็นแบบอย่างในการลงทุนสำหรับนักลงทุนชาวไทยได้ โดยเฉพาะในแง่ของช่องทางการจัดส่งสินค้า เทคโนโลยี หรือวิธีการต่างๆ ที่บริษัทเหล่านั้นได้ใช้
ทีมวิจัย นำโดย Dr.Sandor Boyson ได้สรุปทิ้งท้ายงานวิจัยชิ้นนี้ว่ายังคงมีโอกาสสูงสำหรับนักลงทุนชาวไทยในการเข้ามาลงทุนในตลาดของสหรัฐอเมริกา แต่ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยที่จะต้องทำการส่งเสริม สนับสนุนการลงทุนมากกว่านี้ โดยเฉพาะการจัดบริการด้านข้อมูลเบื้องต้นให้แก่นักลงทุน นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้แนะนำให้รัฐบาลไทย ร่วมกันกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี จัดทำฝ่ายบริหารฐานข้อมูล เพื่อที่ดูแลฐานข้อมูลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ ทั้งเพื่ออัปเดตข้อมูลใหม่ๆ ต่างๆ ให้ฐานข้อมูลเป็นปัจจุบัน
ในการส่งเสริมการลงทุน ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ได้เสนอให้รัฐบาลไทยจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ ปีละ 1-2 ครั้ง สำหรับนักลงทุน เพื่อที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มการลงทุน และโอกาสในการลงทุนในตลาดของสหรัฐอเมริกา และให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน เป็นศูนย์กลางในการให้ข้อมูลเรื่องการลงทุน
อย่างไรก็ดี แนวโน้มในอนาคตของการรณรงค์จะเป็นอย่างไร คงจะต้องติดตามกันต่อไป นี่จะเป็นโอกาสทองของนักลงทุนหรือไม่ และงานวิจัยดังกล่าวจะให้ประโยชน์ในเชิงลึกต่อกิจการของพวกเขาหรือเปล่า แนะนำว่าให้ผู้ที่สนใจค้นหาคำตอบงานวิจัยโดยละเอียด โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี หรือที่ลิงค์: http://www.thaiembdc.org/wp/
แล้วลองตัดสินใจดูนะครับ









