พาดหัวหนังสือพิมพ์เช้าวันอังคารที่ผ่านมาว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันแฉไทยขนเงินโกงออกนอกประเทศ 10 ปี 2 ล้านล้าน
หรือ “ไทยติดอันดับ 13 ขนเงินออก จีเอฟไอ (Global Financial Integrity) ประเมิน 10 ปี 2 ล้านล้าน”
ควรจะทำให้คนไทยทั้งประเทศตื่นขึ้นมาถามตัวเองว่า “เรายอมให้มันเกิดขึ้นกับบ้านเมืองเราได้อย่างไร?”
แต่ความเป็นจริงก็คือว่านี่อาจจะเป็นเพียงข่าวอีกชิ้นหนึ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เพราะคนไทยชินชากับข่าวพฤติกรรมเลวร้ายของนักการเมืองไทยจนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา
หรือแม้จะเห็นว่าเป็นเรื่องร้ายแรง แต่ก็อาจจะปลงตกแล้วว่าชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเราคงทำอะไรไม่ได้เพราะเรื่องโกงกินระดับชาติเป็นเรื่องของอำนาจ และอิทธิพลเหนือการควบคุมของประชาชนทั่วไป
ความคิดเช่นนี้มีกว้างขวางจริง ๆ แค่ไหนในสังคมไทย ผมไม่อาจจะพิสูจน์ได้ แต่ความเป็นจริงที่เราเห็นกันทุกวันก็คือว่าเรื่องโกงกินระดับชาติของไทยและลักลอบส่งเงินไปเมืองนอกกันอย่างจ้าละหวั่นนั้นกลายเป็นเรื่องที่ “คนนอกบ้านรู้ดีกว่าคนข้างใน”
GFI ประมาณการว่าเงินลักลอบส่งออกนอกประเทศส่วนใหญ่เป็นเงินที่ได้จากการฉ้อราษฎร์บังหลวง รายได้จากอาชญากรรม ค้ายาเสพติด และหนีภาษี ดังนั้นจึงเป็นเงินที่ไม่สามารถนำไปลงทุนในกิจกรรมที่เปิดเผยและเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม
ข้อมูลที่ GFI ใช้ในการวิเคราะห์ส่วนใหญ่มาจากรายงานทางสถิติของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ของประเทศกำลังพัฒนา 143 ประเทศทั่วโลก โดยพบว่าในช่วง 10 ปีตั้งแต่ 2544-53 ประเทศกำลังพัฒนาสูญเสียเงินจากการลักลอบเงินออกไปประเทศร่ำรวยเฉลี่ยปีละ 586,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เฉพาะในปี 2553 มีการลักลอบนำออกถึง 859,000 ล้านเหรียญ
เขาพบว่าประเทศที่มีการลักลอบนำเงินออกมากที่สุดในเอเชีย คือจีน, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินเดีย และอินโดนีเซีย
เขาพบด้วยว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 13 โดยมีการลักลอบนำเงินออกนอกประเทศ 64,000 ล้านเหรียญหรือประมาณ 2 ล้านล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 200,000 ล้านบาท
ตัวเลข 2 ล้านล้านบาทนี่เท่ากับงบลงทุนที่รัฐบาลชุดนี้ประกาศว่าจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกันทีเดียว
คุณธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย ยกประเด็นน่าสังเกตว่าการลักลอบเงินออกจากประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีมานี้
จาก 66,000 ล้านบาทในปี 2544 เพิ่มเป็น 371,100 ล้านบาทในปี 2553 หรือเท่ากับกระโดดขึ้นไปถึง 6 เท่า!
ตัวเลขชุดนี้น่าตกใจ เรียกว่าควรจะต้องช็อกคนทั้งประเทศก็ว่าได้ เพราะหากแต่ละปีมีการลักลอบเงิน “สกปรก” ออกจากไทย 200,000 ล้านบาท, ก็หมายความว่าเราสูญเสียโอกาสของการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศเป็นแสน ๆ ล้านบาท
นี่เฉพาะเป็นเงินที่มีสถิติติดตามได้ ไม่นับที่ไม่ปรากฏเป็นตัวเลขที่จะติดตามได้อีกจำนวนเท่าไหร่ไม่มีใครประเมินได้
และย่อมทำให้เกิดความสงสัยต่อไปอีกว่าคนระดับที่จะโกงกินประเทศ ค้ายาเสพติด และหนีภาษีได้ถึงขั้นที่มีความสามารถจะลักลอบเงินเหล่านี้ไปต่างประเทศต้องเป็นคนที่มีอำนาจบารมีและมีเส้นสายกว้างไกลระดับชาติ ไม่ใช่ตาสีตาสาหรือชนชั้นกลางที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นแน่แท้
คนธรรมดาทำไม่ได้เด็ดขาด
จึงเป็นภารกิจร่วมของคนไทยทุกคน ทุกหมู่เหล่า ทุกอาชีพ ทุกวัย ทุกสีเสื้อที่จะต้องต่อต้านบุคคลที่เป็น “อาชญากรข้ามชาติ” ที่ปล้นเอาทรัพยากรส่วนรวมของเรา ส่งไปนอกประเทศเพื่อเสวยสุข และทำลายอนาคตของบ้านเมืองอย่างน่าประณามที่สุด
หวังพึ่งนักการเมืองไม่ได้ก็ต้องหวังสร้างสมพลังชาวบ้านอย่างพวกเรานี่แหละ..."องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)” ที่มีคุณประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธานต้องได้รับแรงหนุนจากผู้คนทุกวงการจึงจะสกัดความชั่วร้ายระดับโลกของ “โจรปล้นชาติ” เหล่านี้ครับ








