วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โอกาสธุรกิจ-ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก

ฐานข้อมูลจากการสำรวจตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง "เซเว่นอีเลฟเว่น" ผู้นำธุรกิจร้านสะดวกซื้อในไทย

สะท้อนภาพรวมและเป็นแนวทางผู้ประกอบการทุกแขนงธุรกิจมองหา "โอกาส" หรือ ตั้งรับ "อุปสรรค" ได้ไม่น้อย โดยเฉพาะ "ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก" ที่ผุดราวดอกเห็ดมากกว่า 1,000 สาขาต่อปีจะยังคงขยายสาขาในอัตรานี้ไปอย่างน้อย 3-5 ปีเลยทีเดียว

ด้วยขนาดของครัวเรือน "เล็กลง" เฉลี่ย 3.2 คน ในปัจจุบัน ขณะที่เขตเทศบาล เหลือเพียง 2.9 คน จาก 20-30 ปีที่ผ่านมาขนาดครัวเรือน 5.2 คน

ภายในปี 2020 หรือปี 2563 ครอบครัวไม่มีบุตรเพิ่มเป็น 14% ประชากรที่มีรายได้ระดับปานกลาง มีสัดส่วนเพิ่มเป็น 30% กลุ่มชนชั้นกลางเหล่านี้คือฐานของบริโภคนิยม เป็นที่หมายปองของบรรดาสินค้าและบริการทุกประเภท

ชุมชนและเขตเมืองขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชากรในเขตเมืองเพิ่มขึ้นคาดการณ์อยู่ที่ 50% ของประชากรรวมในปี 2563

ด้วยวิถีชีวิต "เร่งรีบ" ของคนยุคใหม่ ทำให้พฤติกรรมการผู้บริโภคมองหา "ความสะดวก" รอบด้าน มีเวลาในการซื้อสินค้า เตรียมอาหารน้อยลง เป็นโอกาสของร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่จะเข้าหาลูกค้าถึง "หน้าบ้าน" เป็นโอกาสของสินค้า "พร้อมทาน" ตอบโจทย์ครอบครัวสมัยใหม่ ซึ่งการ "ทำครัว" ภายใต้เวลาจำกัด คือ ปัญหาใหญ่ อาหารสำเร็จรูป คือ ทางเลือกใหม่

อย่างไรก็ดี แม้คนในครัวเรือนจะน้อยลง แต่สัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่มต่อเดือน ยังคงเป็นสัดส่วนมากที่สุดของค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดย "เซเว่นอีเลฟเว่น" ระบุสัดส่วนเกือบ 34% เพราะแต่ละคน กินอาหาร 3-5 มื้อต่อวัน (มื้อหลัก-อาหารว่าง)

หากพิจารณาจากการขายสินค้าของเซเว่นอีเลฟเว่น คุณรู้มั้ยว่า "ต่อเดือน" เครือข่ายเชนสโตร์รายนี้ขายสินค้าต่างๆ ไปเท่าไหร่

ในปี 2556 เซเว่นอีเลฟเว่น ขาย "เครื่องดื่ม" 257 ล้านชิ้น เพิ่มจาก 197 ล้านชิ้นต่อเดือน ในปี 2553 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 60 ล้านชิ้นต่อเดือน หรือ 31% ปริมาณการขาย "สแน็ก" หรือขนมขบเคี้ยว มากถึง 135 ล้านชิ้นต่อเดือน เพิ่มจาก 100 ล้านชิ้นต่อเดือนในปี 2553 หรือเพิ่มเฉลี่ย 35 ล้านชิ้นต่อเดือน คิดเป็น 35% กลุ่มอาหาร ที่เรียกว่า "Fooo to go" มีจำนวนการขาย 67 ล้านชิ้นต่อเดือน เพิ่มจาก 48 ล้านชิ้นต่อเดือนในปี 2553 หรือเพิ่มเฉลี่ย 19 ล้านชิ้นต่อเดือน คิดเป็น 40% ส่วน "เบเกอรี่" ช่วงครึ่งปีแรกของปี 255 ขาย 50.5 ล้านชิ้นต่อเดือน เพิ่มจาก 43 ล้านชิ้นต่อเดือน ในปี 2553 หรือเพิ่มเฉลี่ย 7.5 ล้านชิ้นต่อเดือน หรือ 17%

ในยุค 3 จี นี้ การเข้าถึงเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ปัจจุบันประชากรมือถือมีกว่า 79 ล้านเลขหมาย อินเทอร์เน็ต 24 ล้านคน เฟซบุ๊ค 15 ล้านบัญชี สมาร์ทโฟน กว่า 10 ล้านเครื่อง ซึ่งขยายตัวในอัตราสูง 20% ต่อปี ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูล สื่อสารกันได้ทุกที่ ทุกเวลา ในต้นทุนที่ต่ำลง ลูกค้ามีการศึกษา แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติ และราคาก่อนตัดสินใจซื้อมากขึ้น ภายใต้ตัวแปรทางด้าน "เวลา" น้อยลง เริ่มมีการซื้อสินค้าผ่านอี-คอมเมิร์ซ มากขึ้น

เป็นโจทย์สำคัญที่มาพร้อมโอกาสและอุปสรรค ในการทำตลาดของผู้ประกอบการที่มีความพร้อมย่อมเก็บเกี่ยวประโยชน์ได้มากกว่า ยิ่งในห้วงของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ "ขาขึ้น" จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อภาคครัวเรือน การผลิต เต็มที่ ใครก้าวช้าไปกว่านี้!! ตกขบวนแน่นอน