วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พรรคของอองซานซูจี กับเงินบริจาคร้อน ๆ

เป็นเรื่องละเอียดอ่อนยิ่งสำหรับ อองซาน ซูจี เมื่อมีการเปิดเผยว่าพรรค NLD ของเธอได้รับเงินบริจาคจากพ่อค้า

และนักธุรกิจที่เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลเผด็จการทหารแต่ก่อนเก่า

เกิดคำถามว่าเงินบริจาคเช่นนี้เป็น “เงินสกปรก” หรือไม่?

และขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการทหารอย่างพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ที่มีเธอเป็นแกนนำมาตลอด จะรับเงินช่วยเหลืออย่างนี้ด้วยความสนิทใจ และตอบคำถามของคนขี้สงสัยหรือไม่?

เงินบริจาคจากพ่อค้าเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นการให้พรรคฝ่ายค้าน เพื่อส่งเสริมการศึกษา และเมื่อมีการเปิดเผยเป็นครั้งแรกโดยสื่อตะวันตก, สื่อพม่าเองก็ตั้งประเด็นให้ อองซาน ซูจี ต้องแสดงจุดยืนให้เกิดความกระจ่างเช่นกัน

และเธอก็ไม่ลังเลที่จะประกาศว่า
“ถ้ามันเป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำไมจะไม่รับมาเพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้องล่ะ?”

เธอยืนยันว่า “เราควรจะให้พวกเขาบริจาคเงิน หากเป็นการบริจาคเพื่อจุดประสงค์ที่ดี”

แต่ก่อน เธอเป็นผู้นำของฝ่ายต่อต้านอำนาจเผด็จการทหาร วันนี้เธอเป็นผู้นำพรรคฝ่ายค้าน และฐานะทางการเมืองจริงๆ ของเธอในการเมืองพม่านั้น ไม่ใช่เพียงแค่นักการเมืองที่ยืนอยู่คนละข้างกับรัฐบาลเท่านั้น

หากแต่เธอยังมีบารมีสูงกว่านั้น นั่นคือเป็นแกนนำของประเทศที่บางครั้งยืนเคียงคู่กับประธานาธิบดี เต็งเส่ง ในการกำหนดทิศทางของประเทศด้วยซ้ำ

รัฐบาลต่างประเทศหลายประเทศจะไม่ตัดสินใจในนโยบายใด ๆ เกี่ยวกับพม่า หากไม่ได้ปรึกษาหรือขอความเห็นของเธอก่อน

ดังนั้น เมื่อมีการเปิดเผยว่าพรรค National League for Democracy (NLD) ของเธอได้รับเงินบริจาคจากนักธุรกิจที่มีความสนิทสนมกับอดีตผู้นำทหาร จึงเกิดคำถามขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพราะไม่มีใครรู้ว่าเงินเหล่านั้นมาจากแหล่งใด, ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย, เป็นเงินที่โยงใยการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างไรหรือไม่?

อีกทั้งอาจจะมีคำถามต่อเนื่องมาด้วยว่าพรรคของเธอได้ตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินบริจาคเหล่านั้นก่อนตัดสินใจรับหรือไม่?

ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อค้าเหล่านี้กับอดีตผู้นำทหารที่ได้ชื่อว่ามีอำนาจเบ็ดเสร็จ และปกครองประเทศอย่างโหดเหี้ยมมา 50 ปี จึงเป็นเรื่องที่ต้องมีการสอบสวนทวนความกันพอสมควร

ในงานคอนเสิร์ตของพรรคเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บริษัทที่บริจาคเงินให้พรรค NLD มีชื่อของ Air Bagan กับ Asia Green Development Bank ซึ่งมีเจ้าของคนเดียวกันคือเศรษฐีชื่อ Tay Za

นักธุรกิจคนนี้เคยถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เรียกเป็น “สมุนของรัฐบาลเผด็จการ และพ่อค้าอาวุธ”

พรรคเอ็นเอลดี บอกว่า ได้รับเงินจำนวน 500 ล้านจ๊าดหรือประมาณ 17 ล้านบาทเพื่อจัดงานครั้งนั้นและได้กำไร 320 ล้านจ๊าดหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว

นอกจากนั้นบริษัทในเครือของนาย Tay Za ก็ยังบริจาคเงินสดอีกทั้งหมดรวมกัน 70 ล้านจ๊าด

อีกรายหนึ่งคือครอบครัวของนักธุรกิจสื่อใหญ่ เจ้าของ Skynet ชื่อนาย Kyaw Win ซึ่งบริจาคให้พรรคของอองซาน ซูจี เกือบ 50,000 จ๊าดเพื่อซื้อเสื้อไหมพรมที่ถักโดยอองซาน ซูจี เองในงานประมูลเมื่อเดือนที่แล้ว

พรรคบอกว่าเงินบริจาคเหล่านี้จะนำไปให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนประมาณ 10,000 คน

โฆษกพรรค บอกว่า เงินที่ได้รับมานำไปบริจาคเพื่อการศึกษาของเยาวชน “หากไม่มีเงินช่วยเหลือ, ใครคือผู้รับกรรม? ก็เด็กไม่ใช่หรือ? นี่เป็นประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิแสดงความเห็นได้”

อองซาน ซูจี ในฐานะนักการเมืองระดับชาติวันนี้ต้องระมัดระวังตัวในเรื่องละเอียดอ่อนหลายประเด็น

กรณีโรฮิงญา เป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่เธอพยายามจะไม่แสดงจุดยืนให้กระทบความรู้สึกของคนพม่าส่วนใหญ่ที่ไม่ต้องการให้ชาวโรฮิงญา อยู่ในฐานะ “ชนกลุ่มน้อย” และต้องการผลักไสออกนอกประเทศ

เธอจึงไม่แสดงความเห็นไปทางใดทางหนึ่งที่ชัดเจนนัก
หรือแม้กรณีทหารจากรัฐบาลกลางพม่าถล่มฐานที่ตั้งของคะฉิ่นติดอาวุธที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เดียวที่ยังต่อสู้กับรัฐบาลกลางอยู่ขณะนี้

อองซาน ซูจี ก็เพียงแต่บอกว่าทุกฝ่ายต้องยุติความรุนแรง แต่ไม่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของประธานาธิบดีเต็งเส่ง อย่างตรงไปตรงมาแต่อย่างไร

จึงกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองอีกเรื่องหนึ่งในพม่าที่กำลังมีเรื่องเดือด ๆ หลายเรื่องพร้อม ๆ กัน