ต้องกลับมาเขียนเรื่องการลงสมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานครอีกครั้ง เพราะในช่วงนี้คึกคักเป็นพิเศษ เพราะผู้สมัครทั้งจากพรรค
และผู้สมัครอิสระต่างงัด ลีลาออกมากโชว์กันแบบสุดๆ อะไรที่ไม่เคยทำต้องลงมือทำเพื่อเรียคะแนนเสียงกันเต็มที
แต่ประเด็นที่สำคัญมากกว่าลีลาคือนโยบายที่พรรคใหญ่ทั้งสองพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย ก็ยังไม่ชัดเจนมากนัก พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคเพื่อไทย ประกาศนโยบายไร้รอยต่อกับรัฐบาล ส่วนรูปธรรมที่ประกาศออกมายังไม่มีความชัดเจนเป็นระบบ ขณะที่ม .ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัคร ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ประกาศคนจริง ทำจริง ไม่เพ้อฝัน แต่ปัญหาที่ถือเป็นเรื่องที่ คนกทม.ต้องการให้มีการแก้ไขอย่างจริงจังยังไม่เห็นชัดเจนทั้งระบบ
หากนับจากผลสำรวจ 10 ปัญหาที่คนกรุงเทพฯ สะท้อนผ่านดุสิตโพลล์ เห็นว่า ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขมากที่สุด อันดับแรก คือ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 86.43 ตามมาด้วยระบบการขนส่งมวลชน การจราจร ร้อยละ 83.42 อันดับ 3 เป็นเรื่องการศึกษา ภาษา ระบบการเรียนการสอน ร้อยละ 81.91 ใกล้เคียงกับอันดับ 4 คือ เรื่องสังคมและการจัดระเบียบสังคม ร้อยละ 81.41 และ อันดับ 5 ที่คนกรุงเทพฯ เห็นว่าควรเร่งแก้ไข คือ การเมือง ความสามัคคี ปรองดอง ร้อยละ 80.90 อันดับที่ 6 คน กรุงเทพฯ อยากให้เร่งพัฒนาระดับจิตใจคน เรื่องคุณธรรมจริยธรรม ร้อยละ 78.89 ขณะที่อันดับ 7 อยากเห็นระบบการวางผังเมืองที่ดีขึ้น รวมถึงการจัดระเบียบชุมชน ร้านค้า ร้อยละ 78.39 อันดับที่ 8 เป็นเรื่องเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ร้อยละ 77.89 ส่วนอันดับ 9 อยากให้พัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมือง และอันดับสุดท้าย ร้อยละ 67.34 อยากให้เร่งพัฒนา ทัศนียภาพ และความสะอาด น่าอยู่ของกรุงเทพฯ
ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินถือเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่คนกรุงเทพต้องการให้แก้ปัญหามากที่สุดเพราะ กทม.ถือเป็นเมืองหลวงที่มีปัญหาอาชญากรรมไม่น้อยเลยทีเดียว แต่นโยบายของผู้ว่ากทม.ในเรื่องนี้กลับไม่ชัดเจน หรือเรียกว่ายังไม่มีผู้สมัครท่านใดเสนอแนวทางการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
ส่วนปัญหารถติดในกรุงเทพมหานคร นั้นดูจะเป็นปัญหายาวนานที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯสมัยไหนยังแก้ปัญหาไม่ได้ จนกลายเป็นเมืองรถติดอันดับโลก โดยสำนักข่าว บีบีซี ของอังกฤษ รายงานชื่อเมืองหลวงที่เผชิญปัญหารถติดวินาศสันตะโรที่สุด 10 แห่ง และแห่งแรกที่ถูกกล่าวขวัญถึงคือ กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทย ปัญหารถติดในกรุงเทพฯ ได้เลวร้ายลง นับตั้งแต่รัฐบาลใช้นโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก ทำให้มีรถยนต์มากถึง 5 ล้านคน แออัดกันอยู่ในกรุงเทพฯ ที่จริง ๆ แล้ว ถนนในเมืองหลวงแห่งนี้ รองรับรถยนต์ได้ไม่ถึง 2 ล้านคัน
นโยบายแก้ปัญหาจราจร แม้จะไม่ถือว่า เป็นเรื่องของท้องถิ่นอย่างกทม.อย่างเดียว หากเป็นระดับประเทศ แต่การแก้ปัญหาในเบื้องต้นของท้องถิ่นคงจะสามารถลดทอนความแออัดได้เช่นการเสนอระบบขนส่งมวลชนที่กทม.สามารถทำได้ ซึ่งผ่านมามี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคเพื่อไทย เสนอนโยบายรถรางติดแอร์เพื่อรับนักท่องเที่ยวบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ แต่ไม่ชัดเจนว่าการแก้ปัญหาการจราจรของกทม.ทั้งระบบจะดำเนินการอย่างไรบ้าง เช่นเดียวกับ ม .ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัคร ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่มีความชัดเจนเช่นกัน
จึงเรียกได้ว่า "นโยบายที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ยังไม่ตอบโจทย์-ตรงใจ"คนกรุงเทพเท่าที่ควรจะเป็น








