รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์อัดนโยยายค่าแรง 300 บาททั่วไทย ฆาตกรรมหมู่แรงงานนอกระบบ
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศตามนโยบายของรัฐบาล ว่า เป็นไปแบบพรวดพราดขาดมาตรการรองรับ ทำให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่จนเกิดปัญหาจึงออกมาตรการ 5 ข้อแบบฉุกละหุก โดยจากการสำรวจแรงงานนอกระบบปี 2553 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ามีจำนวนผู้ทำงานแรงงานทั้งสิ้น 38.7 ล้านคน แยกเป็นผู้ทำงานในระบบหรือแรงงานในระบบ จานวน 14.6 ล้านคน คิด เป็น 37.7% และเป็นผู้ทำงานที่ไม่ได้รับความคุ้มครองและไม่มีหลักประกันทางสังคมจากการทำงาน หรือ แรงงานนอกระบบ จำนวน 24.1 ล้านคน คิดเป็น 62.3% ซึ่งเท่ากับว่าแรงงานนอกระบบมีมากกว่าในระบบ
อย่างไรก็ตามนโยบายของรัฐบาลแสดงให้เห็นว่า "แรงงานนอกระบบ หรือคนระดับรากหญ้า 24.1 ล้านคน ไม่ได้รับประโยชน์จากโยบายนี้ เช่น คนขับรถสิบล้อ ชาวนา มอเตอร์ไซค์รับจ้าง พ่อค้าขายบนรถเข็น แม่ค้าส้มตำรถเข็น คนขายพวงมาลัย คนขายตามแผงลอย แต่พวกเขากลับต้องร่วมแบกรับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อ ของแพง โดยที่รายได้ของพวกเขาไม่ได้เพิ่มขึ้น จึงเท่ากับนโยบายนี้จึงฆ่าคนจนให้ตายทั้งเป็น ประมาณ 24.1 ล้านคน
น.ส.มัลลิกา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ก็ทยอยปิดตัว เพราะแบกรับต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว ดังนั้นนโยบายนี้จึงหักดิบหนุ่มสาวโรงงานมีฝีมือให้ตกงานกระทันหัน เป็นการฆาตกรรมหมู่ประมาณ 14.6 ล้านคน อีกทั้งยังส่งผลให้ของแพงขึ้น กลายเป็นส่วนหนึ่งที่กระชากค่าครองชีพของคนไทยทั้งชาติให้สูงขึ้น
" จึงเรียกได้ว่านโยบายนี้เป็นนโยบายฉาบฉวย ประโคมโฆษณาเพื่อการตลาดเลือกตั้งอย่างไร้ความรับผิดชอบ และกลายเป็นปรากฎการณ์ "ประเทศไทยของเรา มันเผาซ้ำ กระทำชำเราชาติ" โดยทักษิณคิด เพื่อไทยทำ ปูตีกรรเชียง"









