ก้าวสู่เดือนแรกของปี 2013 เป็นปีของการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในขณะที่ผู้บริโภคทั่วโลกต่างมีความตั้งใจมุ่งหวังที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงกับตัวเอง
ในแง่มุมต่างๆ
ในมุมของ นวัตกรรมการสื่อสารใหม่ๆ ต่างก็ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภคทำตามที่ตั้งใจไว้ให้ได้ ผ่านเทคโนโลยี ที่คอยเตือน สร้างกำลังใจ และให้แรงผลักดันผ่านคอมมูนิตี้ในโลกโซเชียล ในยุคที่กระแสการทำใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และดีที่สุดกำลังมาแรงทั่วทุกมุมโลก
ปีที่แล้วเราคงจะได้เห็นกระแสมาแรงของโปสเตอร์สร้างกำลังใจ ไม่ว่าจะเป็น คำพูดคำคมในการผลักดันการใช้ชีวิตเชิงบวกในโซเชียลมีเดียหลักและย่อย เช่น Facebook, Instagram และ Pinterest ด้วยเพราะผู้บริโภคมองหากำลังใจเพื่อผ่านวิกฤติของความไม่แน่นอนต่างๆ ในชีวิต ปีนี้เรามาดูกันว่านวัตกรรมใหม่ๆ ในการพัฒนาตนเองของผู้บริโภค เพื่อการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้นมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างคะ
เครื่องมือสื่อสารที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง Smart Devices
ในหลายๆ ตระกูลสินค้าไม่ว่าจะเป็น สุขภาพ ฟิตเนส รถยนต์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เราจะเห็นได้ว่านวัตกรรมใหม่ๆ ในตระกูลสินค้าเหล่านี้มีความฉลาดในแง่การจดจำและบันทึกพฤติกรรมต่างๆ ของเราเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญต่างๆ ให้เวลาการใช้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่เป็นมา
ยกตัวอย่างสินค้าฟิตเนสใหม่ๆ ล้วนคอยจดจำจากเวลาการกิน การนอน และการออกกำลังกายของเรา เพื่อให้รู้ว่าร่างกายเรากำลังเดินไปในทิศทางไหนเปรียบเสมือนมีหมอคอยเตือนตลอด 24 ชั่วโมง หรือสินค้ารถยนต์ที่สามารถแนะนำให้เราขับขี่อย่างไรเพื่อการประหยัดพลังงานพร้อมผลสรุปเป็นระยะ หรือ แม้แต่สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถปรับวิธีการใช้พลังงานด้วยตัวเองผ่านการวิเคราะห์วิธีการใช้งานของเรา
แอพที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค Intelligent Apps
ในยุคที่สมาร์ทโฟนและแทบเล็ตเริ่มแผ่ขยายสู่วงกว้างมากขึ้นทุกวัน การพัฒนารูปแบบแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เติบโตมากขึ้นไปด้วย และล้วนถูกออกแบบมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในมิติที่แตกต่างกัน
ปีนี้แอพที่เราจะเห็นมากขึ้นในตระกูลพัฒนาตนเองนั้นคือแอพที่ช่วยให้เราทำความตั้งใจมุ่งหวังได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่าง แอพที่เราสามารถจดรายการความตั้งใจต่างๆ ไว้ และบันทึกว่า เราได้ทำตามความตั้งใจไปถึงไหนแล้ว รวมถึงสามารถรับกำลังใจจากเพื่อน เมื่อเราได้ทำสำเร็จผ่านสื่อโซเชียล เป็นต้น นอกจากนี้แอพที่น่าสนใจอีกกลุ่มคงหนีไม่พ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ ที่ถูกออกแบบมาตรวจวัดปัญหาเฉพาะโรคมากขึ้น รวมไปถึงแอพในกลุ่มการเงินที่ช่วยให้การบริหารเงินเป็นไปอย่างง่ายและคอยเตือนให้เราออมได้สมใจหวัง
รู้จริงก่อนซื้อ Conscientious Buying
อีกขั้นหนึ่งของการพัฒนาตนเองคงหนีไม่พ้น การใส่ใจมากขึ้นของการซื้อสินค้าที่ตนเองนำมาใช้ ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถรู้เรื่องราวความเป็นมาของสินค้า ผ่านการสแกนบาร์โค้ดได้อย่างง่ายดาย ด้วยแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน
นอกเหนือจากเรื่องของผลตอบรับของสินค้าผ่านกลุ่มคอมมูนิตี้ ที่ทำให้รู้ถึงประสิทธิภาพและคุณภาพของสินค้า ปัจจุบันในบางประเภทสินค้า สามารถแม้แต่วัดจำนวนระยะทางการเดินทางพลังงานที่ใช้ในการนำมาส่งถึงมือผู้บริโภค การปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม การไม่ทำร้ายทารุณสัตว์ในขั้นตอนการผลิต เป็นต้น
ปีนี้เราคงจะได้เห็นเทคโนโลยีหน้าใหม่ๆ ที่หันมาตอบโจทย์จากอินไซต์ผู้บริโภคกันมากขึ้น และหนึ่งในโจทย์หลักของปีนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของการตกผลึกทางความคิดในแง่การพัฒนาตนเอง และการพัฒนาสังคมแบบยั่งยืน
ขณะที่ในมุมของแบรนด์และสินค้าเอง คงเป็นปีที่น่าสนใจในการสร้างแพลตฟอร์มใหม่ๆ ในการช่วยให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตได้ดีขึ้น และทำตามสิ่งที่หวังและตั้งใจไว้ได้









