วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นีเวียประกาศยกเลิกโฆษณากับ 'รีฮันน่า'

นีเวียประกาศยกเลิกโฆษณากับนักร้องชื่อดัง"รีฮันน่า" หวนกลับไปยังแก่นแท้ของแบรนด์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทนีเวีย"สตีเฟน ไฮเดนไรซ์" ถอดนักร้องชื่อดัง 'รีฮันน่า'ออกจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์ครีมบำรุงผิวของบริษัท

ซีอีโอ ซึ่งระบุว่า รีฮันน่ามีความเซ็กซี่เกินกว่าจะเป็นตัวแทนของผลิตภัณฑ์นีเวีย สามารถผลักดันให้ราคาหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นกว่า 41% หลังจากมูลค่าหุ้นของนีเวียตกต่ำตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ไฮเดนไรซ์ ซึ่งย้ายจากบริษัทอาหารฮีโร่ เอจี มาดำรงตำแหน่งซีอีโอของนีเวีย สามารถเพิ่มยอดขายของบริษัทได้ถึง 2 เท่าจากตัวเลขในรายงานการคาดการณ์ผลประกอบการ ทั้งนี้ นีเวียมียอดจำหน่ายซบเซามาตั้งแต่ปี 2551

การยุติสัญญาว่าจ้างรีฮันน่า ซึ่งถ่ายโฆษณาให้สินค้านีเวียมาตั้งแต่ปี 2554 คือ หนึ่งในแผนการของไฮเดนไรซ์เพื่อหันกลับไปยังรากเหง้าของแบรนด์ รวมถึงการรังสรรค์โลโก้และบรรจุภัณฑ์ใหม่ ที่่ได้รับแรงบันดาลใจจากกล่องนีเวียแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ ไฮเดนไรซ์ยังพิสูจน์ความสามารถของตนเอง ด้วยการบริหารงานที่ดีจนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิของนีเวียเพิ่มขึ้นติดอันดับที่ 3 ในดัชนี DAX ของเยอรมนี

นักวิเคราะห์จาก 'รีเสิร์ชฟาร์ม' บริษัทสำรวจแนวโน้มตลาดสินค้าบริโภคและอุตสาหกรรมค้าปลีก "แดเนียล ลัซต์" กล่าวว่า นักลงทุนมีความพึงพอใจอย่างมากในปีนี้ ที่เห็นกลยุทธ์การกลับไปยังแก่นแท้ของแบรนด์นีเวียประสบผลสำเร็จ แต่การค้าในอีก 12 เดือนข้างหน้าจะยากลำบากมากขึ้น

ท่าทามนักลงทุน ซึ่งจับตามองยอดจำหน่ายของนีเวีย คือ มหาเศรษฐีสัญชาติเยอรมัน อย่างครอบครัว"เฮิรตซ์" ซึ่งครอบครองหุ้นในบริษัทมากกว่า 51% รวมถึงผู้ผลิตสินค้าบริโภคชื่อดังอย่างบริษัท 'พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล'(พีแอนด์จี) โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารของพีแอนด์จี" โรเบิร์ต แมคโดนัลด์กล่าวในเดือนกันยายนปี 2553 ว่า "นีเวียคือแบรนด์ระดับโลกที่ยอดเยี่ยมมาก" จุดประกายความเป็นไปได้ในการเข้าเทคโอเวอร์

นักวิเคราะห์จากบริษัทโซซิเอเต้ เจเนราล ในกรุงลอนดอน "เซส แมนโซ เดอ ซูนีก้า" ให้ความเห็นว่า เป็นสิ่งที่เยี่ยมมากถ้านักลงทุนมีความสุขกับการพัฒนาบริษัทของไฮเดนไรซ์ แต้ถ้าพวกเขาไม่มีความสุขกับผลงานดังกล่าว ก็คงจะเดาได้เลยว่ากำลังมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญ ประเมินว่า นีเวียจะมีรายได้เฉลี่ยมูลค่ากว่า 6.3 พันล้านยูโร หรือราว 8.3พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2556 เพิ่มขึ้น 4.9% จากยอดจำหน่ายเฉลี่ยของปี 2555