วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สหรัฐแค่ผ่านหน้าผาแรก

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐรับร่างแก้ไขกฎหมาย เพื่อหาทางเลี่ยงหน้าผาการคลัง แน่นอนดูเหมือนจะเป็นชัยชนะของประธานาธิบดีโอบามา

ซึ่งเคยสัญญาไว้ช่วงหาเสียงเลือกตั้งสมัยที่สอง ว่าจะแก้ปัญหางบประมาณขาดดุลด้วยการขึ้นภาษีผู้มีรายได้ระดับสูง และสามารถบีบให้สมาชิกรีพับลิกันโหวตรับนโยบายที่ค้านกับหลักการของรีพับลิกันในเรื่องภาษีได้สำเร็จ แต่เราเห็นว่ายังไม่ได้เป็นชัยชนะของสหรัฐ เพราะยังมีเหวมรณะ อีกสองถึงสามหน้าผาลึกรออยู่ โดยเฉพาะประเด็นหั่นรายจ่ายที่เป็นเรื่องยากที่สุดของเศรษฐกิจสหรัฐ ในยามที่ต้องการแรงกระตุ้นงบประมาณ เพื่อพยุงเศรษฐกิจ และปัญหาฐานะการคลัง ชนเพดานหนี้ 16.4 ล้านล้านดอลลาร์ เพราะหากไม่สามารถเพิ่มเพดานหนี้ดังกล่าวได้แล้ว สุดท้าย กระทรวงการคลังจะไม่มีเงินมาชำระหนี้ และต้องเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งหมายถึงหายนะแท้จริงที่จะเกิดกับตลาดการเงินและสหรัฐจะถูกหั่นเครดิตอีกครั้งหนึ่ง ซึ่ง

ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังทำหนังสือแจ้งถึงสมาชิกสภาคองเกรสเมื่อวานว่าตัวเลขหนี้สาธารณะจะพุ่งสูงขึ้นจนเหลืออีกเพียง 95,000 ล้านดอลลาร์ก็จะแตะเพดานหนี้ที่ 16 ล้าน 3 แสน 9 หมื่น 4 พันล้านดอลลาร์ (เกือบ 16.4 ล้านล้านดอลลาร์)ในวันที่ 31 ธ.ค. แต่กระทรวงการคลังได้ประกาศมาตรการชั่วคราวเพื่อชะลอรายจ่ายต่างๆ รวม 2 แสนล้านดอลลาร์ เขา บอกว่า มาตรการนี้จะช่วยซื้อเวลาได้เพียงเกือบ 2 เดือนเท่านั้น ตลาดหุ้นทั่วโลก ที่รับข่าวดีเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะหากอีกสองเดือนไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้ ก็อาจจะเจอข่าวร้ายถาวรได้ ดังนั้นข่าวดีที่น่าชื่อชมก็ต้องรออีกสองเดือนข้าวหน้า แต่หากจะให้เป็นข่าวดีถาวร หรือหลุดจากหน้าผาเศรษฐกิจอย่างแท้จริง สหรัฐต้องปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ย่อมที่จะแก้ปัญหาภาคสถาบันการเงินควบคู่กันไปด้วย เพราะหลายมาตรการที่ดำเนินการอยู่วันนี้ เพื่อประคับประคองปัญหา ไม่ให้กระทบกับสถาบันการเงิน แต่ในอีกด้านเท่ากับว่าเป็นการซื้อปัญหา และเศรษฐกิจสหรัฐก็จะเป็นจุดอ่อนต่อไป สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐรับร่างแก้ไขกฎหมายแก้หน้าผาการคลัง จึงเป็นเพียงข่าวดีระยะสั้นเท่านั้น ยังมีอีกหลายทางออกที่รัฐบาลสหรัฐยังไม่กล้าดำเนินการ

ทั้งนี้เฉพาะในหมวดภาษีเงินได้นั้นสภาสหรัฐเห็นชอบร่วมกันว่าให้ยืดเวลาใช้มาตรการลดภาษีสำหรับผู้มีรายได้ส่วนบุคคลที่มีรายได้ 4 แสนดอลลาร์ลงมา และสำหรับคู่สมรสที่มีรายได้ 4 แสน 5 หมื่นดอลลาร์ ส่วนผู้มีรายได้สูงกว่านั้นให้เก็บภาษีในอัตรา 39.6% เพิ่มจากอัตรา 35% ในปัจจุบัน นอกจากนั้นต่อเวลาใช้มาตรการหักลดหย่อนภาษีที่ใช้มาตั้งแต่สมัยคลินตันออกไป และให้ขยายมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคลที่ทำรายได้มากกว่า 2.5 แสนดอลลาร์และคู่สมรสที่มีรายได้เกิน 3 แสนดอลลาร์ ด้านภาษีที่ดินมรดก ที่ดินมรดกจะถูกจัดเก็บภาษีสูงสุด 40% โดยมูลค่า 5 ล้านแรกจะได้รับการยกเว้นสำหรับที่ดินส่วนบุคคล และ 10 ล้านแรกจะได้รับการยกเว้นสำหรับที่ดินมรดก เทียบกับปี 2555 ภาษีที่ดินมรดกถูกจัดเก็บสูงสุด 35% และเพิ่มภาษีสำหรับรายได้จากการขายหุ้น และเงินปันผลจาก 15% เป็น 20% แต่ด้านการตัดลดงบประมาณทั้งระบบมูลค่า 1.9 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของมาตรการนั้น รัฐบาลสหรัฐขอเลื่อนไปอีกสองเดือน

เราเห็นว่า แม้การแก้ไขปัญหาหน้าผาการคลังของสหรัฐถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลก แต่คงเป็นข่าวดีระยะสั้น ที่ผู้บริหารเศรษฐกิจของไทยไม่ควรชะล่าใจ ยินดีไปกับนักลงทุนในตลาดหุ้นด้วย เพราะยังมีปัญหารออยู่ข้างหน้าอีกมาก แนวทางเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามจำเป็น ถือว่ายังเป็นแนวทางที่ถูกต้อง จึงไม่ควรทุ่มงบประมาณ ลุยโครงการที่เน้นกระตุ้นระยะสั้น หรือนโยบายประชานิยมที่กำลังดำเนินการอยู่หลายโครงการ หนี้ต่อจีดีพีของไทย ที่ยังต่ำแค่ 44%นั้นสามารถที่กระโดดเข้าสู่ภาวะวิกฤติได้ตลอดเวลา