หลายท่านอาจจะได้ยินคำว่า Startup หรือธุรกิจที่เพิ่งตั้งตัวบ่อยครั้งมากขึ้นในปีนี้
หลายท่านอาจจะได้ยินคำว่า “Startup” หรือธุรกิจที่เพิ่งตั้งตัวบ่อยครั้งมากขึ้นในปีนี้ แม้ว่าจะเป็นคำที่มีใช้กันแพร่หลายมานาน แต่บ้านเรามักจะนิยมใช้คำว่า “เอสเอ็มอี” กันซะมากกว่า
คำว่า “Startup” หรือ “Tech Startup” มีการใช้อย่างแพร่หลายในวงการเทคโนโลยี โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกา ดินแดนแห่งนวัตกรรม
ซิลิกอนวัลเลย์ ถือเป็นแหล่งถือกำเนิดของธุรกิจ Startup มากมายทั้งในอดีตและปัจจุบัน
Startup ที่เพิ่งเกิดและเติบโตกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกในระยะหลัง ก็มีกูเกิล เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ กรุ๊ปปอน ลิงค์อิน อีเบย์ เป็นต้น
ในแง่ของความเป็นธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Startup, เอสเอ็มอีไปจนกระทั่งองค์กรขนาดใหญ่ก็มีเป้าหมายที่เหมือนกัน มีองค์ประกอบของธุรกิจที่ไม่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ รายละเอียดปลีกย่อย เช่น วัฒนธรรมองค์กร กลุ่มลูกค้า ประเภทธุรกิจ สินค้าและบริการ สภาวะการแข่งขันของธุรกิจ
ซึ่งรายละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้เองที่ทำให้ Startup มีความ unique ค่อนข้างสูง เช่น การมีวัฒนธรรมองค์กรแบบ Geek อย่างที่กูเกิลเป็น ซึ่ง Geek เหล่านี้ก็มีบุคลิกลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง มีการพูดจาภาษาเทคโนโลยี ชื่นชอบการเขียนโปรแกรม มีความคลั่งไคล้ ชื่นชอบหลงใหลในเทคโนโลยีค่อนข้างสูงกว่าคนทั่วไป
กลุ่มลูกค้าคือคนใช้อินเทอร์เน็ต สินค้าและบริการ ก็เป็นบริการบนอินเทอร์เน็ต อาจจะเป็นเว็บหรือเป็นแอพบนสมาร์ทโฟน
ธุรกิจ Startup เหล่านี้ แม้จะเป็นเพียงธุรกิจเริ่มต้นที่เพิ่งก่อตั้งธุรกิจได้ไม่นาน แต่เชื่อมั้ยครับ ว่า Startup เหล่านี้ กลับกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้โลกเจริญก้าวหน้าขึ้นได้ ตัวอย่างเราเห็นจากในสหรัฐค่อนข้างเยอะ ทั้งกูเกิล เฟสบุ๊ค อีเบย์ หรือจะเป็นที่จีน ซึ่งปัจจุบันเป็นประเทศที่มีสิทธิบัตรเยอะเป็นอันดับ 4 ของโลก จากที่เคยเป็นอันดับ 10 เมื่อปี 2005
มี Startup เกิดขึ้นจำนวนมาก ช่วยกันคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อผลักดันจีดีพีของประเทศ สร้างบริการ สร้างแอพ คิดค้นซอฟต์แวร์ที่ใช้กับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขายสินค้าในราคาแพงๆ ได้
บ้านใกล้เรือนเคียงเราอย่างเวียดนาม ในปี 2011 ก็มีการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนในธุรกิจ Startup กว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อสร้างงานด้านการพัฒนาแอพและเกมให้เกิดขึ้น พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงเออีซี
ไทยน่าจะเป็นประเทศท้ายๆ ของอาเซียนแล้วครับ ที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจ Startup
เมื่อเทียบกับฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม เรายังถือว่าเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
ปัญหาแรกของ Startup ไม่ว่าจะในไทยหรือต่างประเทศคือ เรื่องของเงินทุน ตัวสินค้าและบริการ ก็มีต้นทุนการพัฒนา มีค่าจ้างคนมาเขียนโปรแกรม ต้นทุนในการทำตลาดยิ่งมากเข้าไปอีก เพราะการเป็นบริษัทเล็ก ช่องทางสื่อสารการตลาดแทบจะไม่มี
โอกาสจะขยายธุรกิจก็ลำบากครับ หลายบริษัททำได้ไม่นาน เงินที่ใช้ในกิจการก็หมด เพราะธุรกิจด้านนี้ มี Break even ที่ยาวพอสมควร
ปัญหาที่ 2 คือ พื้นฐานของการทำธุรกิจ และองค์ความรู้ในการบริหารธุรกิจ
บริษัท Startup ส่วนใหญ่ก็มีพื้นฐานมาจากนักพัฒนา ซึ่งการเข้าสู่โลกธุรกิจ มีการแข่งขัน บางทีอาจจะไม่มีประสบการณ์ในเรื่องของการบริหารจัดการ การรับมือกับการแข่งขัน
บ่อยครั้งก็ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของการตลาด การเงิน ธุรกิจ Startup จึงต้องการพาร์ทเนอร์หรือเพื่อนคู่คิด ที่มีประสบการณ์ธุรกิจมาช่วยชี้แนะแนวทาง
ถ้าแก้ปัญหาใหญ่ 2 ข้อนี้ได้ ธุรกิจ Startup บ้านเราคงจะบูม มีการสร้างงาน สร้างรายได้เข้าประเทศ มีนวัตกรรมใหม่ๆ จากมันสมองของคนไทยมากขึ้น
เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีงาน Event สำหรับธุรกิจ Startup ชื่องาน “Echelon Ignite” จัดโดย e27 ซึ่งเป็นสื่อชั้นนำระดับภูมิภาคจากสิงคโปร์ที่เน้นเรื่องราวของ Startup ด้านเทคโนโลยีจากทั่วเอเชียมาจัดที่ประเทศไทย และปีหน้าจะมีงานเกี่ยวกับ Startup อีกหลายงาน ที่จะมาจัดในเมืองไทยเช่นกัน
ต่างชาติเริ่มมองเห็นความสำคัญของ Startup ในไทย และมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นอีกมากมาย จากการเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 3จี และผู้ใช้สมาร์ทโฟน
ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าปี 2013 น่าจะเป็นปีแห่งธุรกิจ Startup ของไทยจริงๆ ซะที :)









