วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sector Futures สินค้าน้องใหม่ใน TFEX

การเคลื่อนไหวของโลกช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เรากำลังอยู่ในไตรมาสสี่ของปีแล้ว

สวัสดีค่ะ ดูเสมือนการเคลื่อนไหวของโลกช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เรากำลังอยู่ในไตรมาสสี่ของปีแล้วนะคะ ช่วงนี้ก็คงเป็นฤดูกาลของการทำแผนธุรกิจสำหรับผู้ที่เป็นพนักงานของแต่ละบริษัท เป็นที่น่ายินดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีผลประกอบการที่ดี มีการเจริญเติบโตในธุรกิจของตนเอง และของอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ 1,305.66 จุด สูงสุดในรอบกว่า 16 ปี เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยนั้นยังคงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ที่มีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า 30% ในรอบเก้าเดือนแรกของปี 

เราจะเห็นได้ว่าในแต่ละอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนในกระดานของตลาดหลักทรัพย์นั้น ได้แสดงศักยภาพของตนเอง และ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากอุตสาหกรรมสาขาต่างๆ ที่เจริญเติบโตทั้งจากการขยายตัวในประเทศ และการขยายกิจการสู่ภูมิภาค รวมทั้งการหาโอกาสในตลาดต่างประเทศ ทั้งนี้ ในการจัดทำดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ได้แบ่งหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้นออกเป็นกลุ่มธุรกิจ โดยมีทั้งหมด 8 กลุ่มอุตสาหกรรม (Industry Group) และ 27 หมวดธุรกิจ (Sector) ครอบคลุมหลักทรัพย์จดทะเบียนที่เป็นหุ้นสามัญจำนวน  511 หุ้น ซึ่งในแต่ละ Sector ก็จะมีหุ้นที่มีธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจประเภทนั้น เช่น หมวดธนาคาร (Banking Sector) มีหุ้นทั้งหมด 11 หุ้น หมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT Sector) มีหุ้นทั้งหมด 27 หุ้น  หมวดพลังงาน (Energy Sector) มีหุ้นทั้งหมด 26 หุ้น  หมวดพาณิชย์ (Commerce Sector) มีหุ้นทั้งหมด 14 หุ้น  และหมวดอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage Sector) มีหุ้นทั้งหมด 26 หุ้น

ในหลายๆ ครั้งจะเห็นได้ว่าการเคลื่อนไหวของหุ้นในแต่ละหมวดดัชนีนั้น มีความแตกต่างกัน เนื่องจากเงื่อนไขของแต่ละภาคอุตสาหกรรมมีความต่างกัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปก็ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีของแต่ละหมวดธุรกิจ และในกรณีที่หุ้นแต่ละตัวในหมวดธุรกิจนี้เคลื่อนไหว ก็จะส่งผลเช่นเดียวกัน อีกทั้งการเคลื่อนไหวของดัชนีของแต่ละหมวดธุรกิจนั้นยังอาจไปในแนวทางกัน หรืออาจเคลื่อนไหวในทิศทางที่ไม่สอดคล้องกันนัก  ดังเช่นในช่วง ม.ค.  2554 - มี.ค. 2555 ดัชนี ICT มีผลตอบแทนสูงถึง 27.99% ในขณะที่ดัชนี ENERG มีผลตอบแทนเพียงแค่ 9.58% หรือหากวัดด้วยค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์ (Correlation) แล้ว จะพบว่าในช่วงปี 2552 - 2554 ดัชนี ENERG และ BANK มีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับดัชนี SET50 (ค่า Correlation ที่ 0.95 และ 0.89 ตามลำดับ) ในขณะที่ ดัชนี ICT, FOOD และ COMM เคลื่อนไหวไม่ค่อยสัมพันธ์กับดัชนี SET50 มากนัก (ค่า Correlation ประมาณ 0.6)

Sector Futures จึงเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถบริหารพอร์ตลงทุนได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยหากผู้ลงทุนคาดว่าหมวดธุรกิจหนึ่งจะมีผลประกอบการดีกว่าอีกหมวดธุรกิจหนึ่ง (Outperform) ก็สามารถใช้ Sector Futures เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหมวดธุรกิจที่คิดว่าจะ Outperform และ ลดน้ำหนักการลงทุนในหมวดธุรกิจที่คาดว่าจะ Underperform ได้  นอกจากนี้ ผู้ลงทุนสามารถใช้ Sector Futures ในลักษณะเดียวกับ SET50 Futures ซึ่งมีความสะดวกในการติดตามภาพรวมการเคลื่อนไหวของหุ้นเป็นรายกลุ่ม สามารถหาโอกาสซื้อขายในแต่ละดัชนีหมวดธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์หุ้นเป็นรายตัว และสามารถทำกำไรได้ ไม่ว่าดัชนีจะขึ้น หรือ จะลง

ผลตอบแทนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555     SectorราคาปิดReturn (%)   2554Q3 2555

1ENERG19,954.7820,547.193.0%

2BANK376.01511.5936.1%

3ICT121.82184.5151.5%

4COMM16,503.4324,640.4449.3%

5FOOD9,281.7112,442.8234.1%

SET50718.40886.5823.4%

Sector Futures ที่ TFEX จะเปิดให้ซื้อขายจะอ้างอิงกับ 5 หมวดธุรกิจด้วยกัน ได้แก่ ธนาคาร (BANK) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) พลังงาน (ENERG) พาณิชย์ (COMM) และอาหารและเครื่องดื่ม (FOOD) โดยมีอายุของสัญญา เป็นรายไตรมาส 4 อายุ สิ้นสุดในเดือนมีนาคม, มิถุนายน, กันยายน และธันวาคม  ราคาซื้อขายของ Sector Futures จะเป็นระดับดัชนีของหมวดธุรกิจนั้นๆ ส่วนการคิดกำไรขาดทุนจะมีการแปลงค่าดัชนีที่ซื้อขายกันนี้เป็นมูลค่า ด้วยการคูณด้วย “ตัวคูณดัชนี” (Multiplier)  และเนื่องจากดัชนีทั้ง 5 หมวดธุรกิจจะมีระดับที่แตกต่างกันค่อนข้างมากตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่น TFEX จึงกำหนดให้ตัวคูณดัชนีของแต่ละสัญญาแตกต่างกัน เพื่อทำให้มูลค่าของสัญญาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับมูลค่าของ SET50 Futures โดยตัวคูณของ BANK Futures และ ICT Futures มีค่าเท่ากับ 1,000 ในขณะที่ ENERG Futures, FOOD Futures และ COMM Futures จะมีตัวคูณเท่ากับ 10 ดังนั้น ขนาดของสัญญาโดยเฉลี่ยจึงจะอยู่ที่ประมาณ 100,000 - 500,000 บาท ผู้ลงทุนจึงสามารถใช้งานควบคู่กับ SET50 Futures ในการบริหารความเสี่ยงได้อย่างสะดวก

Sector Futures จะเปิดซื้อขายในวันที่ 29 ตุลาคมที่จะถึงนี้ และในวันเดียวกัน TFEX ก็ถือโอกาสปรับปรุงลักษณะของสัญญา SET50 Futures โดยเพิ่มเดือนที่สัญญาครบกำหนดอายุ และ SET50 Options โดยปรับให้สัญญามีเดือนที่ครบกำหนดอายุใกล้ขึ้น และมีช่วงห่างราคาใช้สิทธิกว้างขึ้น ซึ่ง TFEX เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการปรับปรุงในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุน ช่วยเพิ่มสภาพคล่องการซื้อขาย และเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายในการบริหารพอร์ตลงทุน