วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภาษิตพิชิตคู่แข่ง

ภาษิตจีนโบราณที่ผู้อ่านคงจะคุ้นเคยและผมเองก็หยิบยกมาเขียนถึงบ่อยๆ ก็คือภาษิตของซุนวู “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”

และภาษิตของขงจื๊อ "สามคนเดินมา ต้องมีคนหนึ่งที่เป็นครูเราได้" ซึ่งมาถึงวันนี้ผมเชื่อว่าภาษิตทั้ง 2 บทนี้ยังมีความหมายและประยุกต์ใช้ได้ดีเสมอ
 

การคิดตามคำพูด หรือภาษิตดังกล่าวอาจกระตุ้นแรงบันดาลใจได้ไม่น้อย แต่จะทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิผลที่สุดต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยเฉพาะการวิเคราะห์คู่แข่งหรือจับตามองความเคลื่อนไหวของบริษัทรอบข้าง ซึ่งจะทำให้เห็นมุมมองใหม่ๆ ที่อาจมองข้ามไปได้
 

เพราะคู่แข่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นศัตรูคู่อาฆาต แต่เป็นเพื่อนร่วมธุรกิจที่ต้องขับเคี่ยวกันทางการค้า และอีกมิติหนึ่งก็ยังเป็นครูให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวความสำเร็จหรือความล้มเหลวของเขา เพื่อศึกษาพฤติกรรมและหาแนวทางต่อกรกับเขาในอนาคต ซึ่งหนทางการติดตามความเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้ยากอย่างที่คิด
 

หนทางแรกคือ เว็บไซต์ ซึ่งถือเป็นสื่อที่บ่งบอกจุดเด่นและโครงสร้างเบื้องต้นของบริษัท บริษัทมีสินค้าอะไร มีบริการอะไร เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการประชาสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ต้นทุนมาก
 

ข้อมูลพื้นฐาน เป็นข้อมูลสาธารณะแต่ทำให้เราเห็นว่าคู่แข่งเน้นการทำตลาดที่จุดไหน เปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างไร มีจุดแข็งอะไร ทำให้เรารู้ว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน คู่แข่งเน้นนโยบายและเนื้อหาสาระอะไร
 

ทางที่ 2 คือการติดตามข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อกระแสหลักทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ รวมถึงข้อมูลข่าวสารทางเว็บไซต์ ที่ค้นหาข้อมูลได้หลากหลายมิติ เช่น การค้นหาผ่านกูเกิล หรือเสิร์ช เอ็นจิ้นอื่นๆ ที่จะทำให้เรายิ่งรู้ความเคลื่อนไหว และอ่านแนวทางเขาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
 

ทางที่ 3 คือข้อมูลผ่านทางตลาดเงินและตลาดทุน กรณีที่คู่แข่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็จะมีข้อมูลที่เปิดเผยผ่านกลไกของตลาดมากมายหลายทาง เช่น รายงานประจำปี, สถานะทางการเงิน แม้จะมีวัตถุประสงค์ให้นักลงทุนได้วิเคราะห์ข้อมูลก่อนการลงทุน แต่หลักเกณฑ์ที่เข้มงวดของตลาดหลักทรัพย์ทำให้ข้อมูลทุกด้านโปร่งใส และนำมาใช้วิเคราะห์ได้มากมาย
 

ทางที่ 4 คือลูกค้าหรือคู่ค้าของคู่แข่ง ยิ่งเป็นลูกค้าของเราและคู่แข่งพร้อมๆ กันก็จะยิ่งดีมาก เพราะลูกค้าจะเกิดการเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยของเราและคู่แข่ง ซึ่งเสียงจากผู้บริโภคโดยตรงย่อมเป็นเสียงสะท้อนที่ชัดเจนที่สุด และยังเป็นโอกาสได้ขอความคิดเห็นจากลูกค้าโดยตรงให้เราได้พัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปได้อีก
 

ทางที่ 5 คือสมาคม สมาพันธ์ สภาวิชาชีพ หรือองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งเปิดโอกาสให้คนในธุรกิจและอุตสาหกรรมนั้นๆ เข้ามาร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน ทำให้มีโอกาสรู้จักผู้บริหาร หรือพนักงานของเขา ซึ่งพนักงานย่อมเป็นภาพสะท้อนบุคลิกลักษณะของบริษัทได้เป็นอย่างดี
 

ผมเชื่อว่าภาษิตทั้งของซุนวูและขงจื๊อจะยังคงมีบทบาทต่อโลกธุรกิจในวันนี้อีกมาก เพราะท่ามกลางการแข่งขันเราจำเป็นต้องศึกษาคู่แข่งอย่างละเอียด ทั้งกลยุทธ์ แนวทาง สินค้า ฯลฯ ซึ่งทั้ง 5 แนวทางเบื้องต้นนี้น่าจะเป็นคำตอบได้ดี
 

การหมั่นสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของคู่แข่งจึงยิ่งสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้เรา คู่แข่งจึงเปรียบเหมือนครูของเราคนหนึ่งที่เปิดกว้างให้เราได้เรียนรู้ ปรับตัว และหาทางพิชิตเขาให้ได้ในท้ายที่สุด