วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ติดไฟธุรกิจ พร้อมรับศึก ดิจิทัล คอมเมิร์ซ

เป็นที่ฮือฮาถึงการช่วงชิงลูกค้าในเทศกาลคริสต์มาสปีที่แล้ว เมื่อค่ายอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง อะเมซอน ประกาศใช้แอพพลิเคชั่น “Price Check”

เป็นที่ฮือฮาถึงการช่วงชิงลูกค้าในเทศกาลคริสต์มาสปีที่แล้ว เมื่อค่ายอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง อะเมซอน ประกาศใช้แอพพลิเคชั่น “Price Check” อีกครั้ง หลังเปิดตัวเมื่อปลายปี 2553 

 

ผู้ที่เลือกช้อปสินค้าอยู่ในห้างสามารถใช้แอพพลิเคชั่นนี้สแกนบาร์โค้ดของสินค้า เพื่อเปรียบเทียบราคาสินค้าชิ้นนั้น กับราคาที่ขายในเว็บไซต์อะเมซอน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายถึงการเอาเปรียบคู่แข่ง ตั้งแต่ร้านค้าขนาดเล็ก จนถึงห้างสรรพสินค้าเชนใหญ่

 

ลูกเล่นของเทคโนโลยีเป็นกลยุทธ์การตลาดสำคัญ ที่เปลี่ยนร้านค้าเหล่านั้นให้กลายเป็นหน้าร้านหรือห้องโชว์สินค้าของอะเมซอน เพื่อให้ลูกค้าเลือกชมสินค้าที่หน้าร้าน และในที่สุด ก็อาจเลือกสั่งซื้อผ่านแอพพลิเคชั่นของอะเมซอน 

 

แถมข้อมูลของสินค้าที่ใช้ในการเปรียบเทียบ ยังเป็นข้อมูลอย่างดีของ อะเมซอน ที่ลูกค้าเก็บส่งมาให้ฟรีอีกด้วย

 

ในมุมมองของนักการตลาด เป็นที่เข้าใจกันว่าพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค มักจะเลือกช้อปสินค้าที่ดีและราคาถูกกว่าเป็นหลัก นั่นคือ ผู้บริโภครุ่นใหม่จะเลือกชมสินค้าและสืบค้นราคาผ่านทางออนไลน์ก่อนซื้อ 

 

ดังนั้น นักวิเคราะห์จึงเชื่อว่า การใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อเปรียบเทียบข้อมูล เป็นเรื่องปกติของนักช้อปรุ่นใหม่ และการที่ อะเมซอน เปิดใช้แอพพลิเคชั่นก่อนค่ายอื่น เป็นการขยายพื้นที่ของออนไลน์สโตร์ ที่นำเอาโทรศัพท์มือถือมาเพิ่มความสะดวกสบาย และกลายเป็นไลฟ์สไตล์ให้กับนักช้อป

 

ประมาณว่า 48% ของนักช้อปชาวอเมริกันมีแอพพลิเคชั่นในมือถือ ที่พร้อมใช้เปรียบเทียบหรือหาดีลที่ดีที่สุด พกติดตัวตลอดเวลาอยู่แล้ว

 

 

 

 

จุดเด่นของร้านออนไลน์

 

การที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่อย่าง อะเมซอน หรือเถาเป่า ยังไม่ปรากฏชัดเจนในไทย เป็นเวลาที่ร้านดังหรือสินค้าแบรนด์ไทย ควรปรับธุรกิจให้พร้อมต่อการแข่งขัน เนื่องจากร้านออนไลน์จะมีความเด่นและความน่าสนใจสำหรับผู้บริโภคในหลายด้าน เช่น 

 

1. คลังสินค้ามหึมา แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซช่วยขยายพื้นที่จัดแสดงให้เลือกมากกว่าสินค้าที่โชว์อยู่หน้าร้าน โดยห้างสรรพสินค้าสามารถจัดเก็บสต็อกไว้ในพื้นที่อื่น เป็นการเปลี่ยนพื้นที่วางสินค้ามาเป็นพื้นที่จัดแสดงดิสเพลย์ที่ดึงดูดใจ 

 

จะเห็นได้ในแบรนด์ดังอย่าง กุชชี่ หรือหลุยส์ วิตตอง ซึ่งเน้นการสร้างร้านขนาดใหญ่เพื่อเป็นสถานที่เปิดตัวและดิสเพลย์สินค้าใหม่ แล้วไปเพิ่มจุดขายผ่านร้านออนไลน์ เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าไปทั่วโลกได้ทันที

 

2. เพียงนิ้วคลิกก็ช้อปได้ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเดินทางจริงเพื่อเสียเวลาออกไปซื้อสินค้า โดยผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอทั้งหมดจะจัดแสดงในร้านออนไลน์ ที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานขาย พร้อมข้อมูลที่จำเป็นต่อการเลือกซื้อ เช่น ขนาด สี รูปแบบ รวมทั้งข้อมูลการใช้งาน ขณะที่ระบบออนไลน์ชอปปิงการ์ด ทำให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อและชำระเงินผ่านบัญชีที่เลือกใช้ได้ทันที

 

3. ขยายผลด้านลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ผ่านในรูปแบบของคูปองหรือส่วนลด และบริการพิเศษก็สามารถทำได้สะดวกขึ้น เพียงเพิ่มฟังก์ชันต่อยอดจากข้อมูลของลูกค้า เท่านี้ก็ให้บริการพิเศษต่อลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

ในปัจจุบันห้างดังอย่าง เมซี หรือทอยอาร์อัส นำแอพพลิเคชั่นมาขยายผลด้านคะแนนสะสมและส่วนลดได้ทันที

 

4. เพิ่มโอกาสการขายไปทุกที่ทั่วโลก ลูกค้าที่มาไม่ถึงร้านก็สั่งซื้อสินค้าและมีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้ โดยการหาข้อมูลและช้อปสินค้าผ่านร้านออนไลน์ได้ทันที  

 

การขยายผลด้านร้านออนไลน์ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงห้างสรรพสินค้าหรือห้างร้านเท่านั้น ทันทีที่การขยายขอบเขตด้านการค้าระหว่างประเทศเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ แบรนด์และผู้ผลิตสินค้าหลายแห่งต้องหันมาให้ข้อมูลและบริการออนไลน์ หรือจำหน่ายสินค้าผ่านออนไลน์ด้วยตัวเอง เพราะบรรดาสินค้าแบรนด์นอกจะมาจ่อรอคลิกจากลูกค้าชาวไทยอย่างแน่นอน และดีไม่น้อยหากแบรนด์ไทยจะบุกตลาดต่างประเทศด้วยกลยุทธ์ออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพฉับไวเช่นกัน

 

 

 

 

เชื่อมผู้ซื้อกับสโตร์ทั้ง 2 ช่องทาง

 

คงไม่มีธุรกิจใดอยากเป็นหน้าร้านหรือห้องโชว์สินค้าของคู่แข่ง ในความเป็นจริงแล้วธุรกิจควรดำเนินการขายผ่านช่องทางออฟไลน์ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันสู่ช่องทางออนไลน์ โจทย์ใหญ่ของธุรกิจในวันนี้ คือ การใช้ดิจิทัลคอมเมิร์ซเชิงกลยุทธ์ เพื่อเสริมความสามารถและปรับตัวให้พร้อมต่อธุรกิจด้านออนไลน์ ผ่านการสร้างประสบการณ์ด้านการขายและการบริการที่ดีมีคุณภาพสำหรับลูกค้าทั้ง 2 ช่องทาง

 

มีหลายสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาในการกำหนดกลยุทธ์ดิจิทัลคอมเมิร์ซ นับตั้งแต่จุดเด่นด้านราคาและคุณภาพของสินค้าและบริการ การค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ การสร้างประสบการณ์ในการซื้อผ่านเว็บไซต์ การอินทริเกตเข้ากับโซเชียลมีเดีย การขยายผลไปยังโซเชียลคอมเมิร์ซ และการซื้อสินค้าผ่านมือถือหรืออุปกรณ์ไร้สายอย่างแทบเล็ต เป็นต้น 

 

หลายองค์กรในบ้านเราตอนนี้บรรจุนโยบายและกลยุทธ์ด้านอีคอมเมิร์ซ หรือดิจิทัลคอมเมิร์ซ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจแล้ว และด้วยการแข่งขันในระดับภูมิภาคที่จะดุเดือดขึ้น ผู้บริหารจึงควรพิจารณาและเลือกใช้ดิจิทัลคอมเมิร์ซที่เหมาะสม และวางแผนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำองค์กรให้พร้อมต่อการขยายตัวทางธุรกิจใหม่