กลไกหรือเครื่องมือที่จะช่วยเราได้ดีที่สุด และง่ายที่สุดก็คือการตั้งคำถามกับตัวเราเองในมิติต่าง ๆ
ถ้ามีใครก็ตามตั้งคำถามว่า ในยุคโลกาภิวัฒน์ที่การค้าการแข่งขันเป็นไปอย่างเสรี มีกลไกการตลาดเป็นตัวขับเคลื่อน เราจะสามารถควบคุมต้นทุนให้เท่าเดิม ตั้งราคาขายให้เท่าเดิม ขายสินค้าให้ได้มากขึ้น เพื่อจะรักษาสัดส่วนกำไรให้เติบโตในอัตราที่พอเหมาะได้หรือไม่ ถ้าต้องการจะลดต้นทุนลง จะลดอย่างไร แล้วมีหนทางอื่นใดบ้างในการที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้น
ในขณะที่เวทีการแข่งขันระหว่างประเทศ มีการแบ่งขั้ว แบ่งข้าง จับคู่ หรือรวมกลุ่มกันอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าจะผนวกเอาความสามารถในแต่ละด้านของแต่ละประเทศมาเสริมกันและกัน ในอันที่จะสร้างอำนาจการต่อรองกับประเทศในภูมิภาคอื่น กรณีประเทศไทยที่มีการจับคู่เจรจากันในรูปของ FTA มาก่อนหน้านี้ และกำลังจะขยายผลจากการรวมกลุ่มของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อยุ่ในรูปของประชาคมอาเซียน ไปสู่การเป็นตลาดเดียวกันตามกรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 นี้นั้น
นอกจากประโยชน์ที่ต่างฝ่ายต่างเพ่งเล็ง และจดจ้องที่จะเข้าฉกฉวยแล้วนั้น แต่ละประเทศก็ยังต้องคำนึงถึงข้อเสียเปรียบที่เป็นผลมาจากการดำเนินการดังกล่าวด้วย การเตรียมพร้อมต้อนรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วยตัวเองอย่างเต็มที่แต่เนิ่นๆ ดูจะมีประโยชน์มากกว่าการที่จะรอคอยรัฐบาล ราชการ หรือองค์กรอื่นใดที่จะมาช่วยเหลือ เป็นไปตามหลักตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
การสร้างกระจกแผ่นใหญ่ที่สามารถสะท้อนสมรรถนะภายในองค์กร กระจกที่สามารถทำให้เราเห็นถึงจุดอ่อนด้อยบางอย่าง และโอกาสในการปรับปรุงให้ดีขึ้นได้น่าจะดีกว่าการรอให้ใครก็ไม่รู้มาชี้บอกเรา กลไกหรือเครื่องมือที่จะช่วยเราได้ดีที่สุด และง่ายที่สุดก็คือการตั้งคำถามกับตัวเราเองในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะมิติที่มีส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับความสามารถการแข่งขันขององค์กร
ลองมาสำรวจตรวจสอบว่าองค์กรของเราได้ทำในสิ่งเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน อะไรที่เราเริ่มทำไปแล้ว อะไรที่กำลังไปได้ดี และอะไรที่บรรลุแล้ว ผ่านมิติต่างๆดังนี้
ด้านการมุ่งเน้นลูกค้า (Customer focus)
-มีการทำงานอย่างใกล้ชิด และร่วมคิดกับลูกค้า
-รวบรวมความต้องการของตลาด วิเคราะห์ แยกแยะ และนำมาใช้ประโยชน์
-ปรับปรุงพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดรับกับความต้องการอยู่เสมอ
-เปิดโอกาสให้พนักงานส่วนหน้า ที่มีปฎิสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้า ได้สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า
ด้านการออกแบบ (Design for Optimization)
-เลือกใช้วัสดุแบบใหม่มาทดแทน และตัดลดส่วนประกอบให้เหลือเฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยควรเป็นวัสดุที่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
-ออกแบบกระบวนการ ขั้นตอนการทำงาน และเลือกใช้เทคโนโลยีให้สอดรับกับยุคสมัย และความก้าวหน้า
ด้านการดำเนินการ (Operation)
-ลดรอบเวลาทำงาน ระยะทาง เพื่อให้กระบวนการสั้นกระชับ โดยตัดทอนขั้นตอนที่ไร้ค่าให้เหลือน้อยที่สุด
-ผลิตในปริมาณที่เหมาะสม หรือในจำนวนที่ลูกค้าต้องการเท่านั้น ไม่ควรผลิตเกิน หรือผลิตเผื่อมาทดแทนความไร้ประสิทธิภาพที่มีอยู่
ด้านทรัพยากรบุคคล (Human Resources)
-ปรับทัศนคติ ฝึกฝนและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของตน ให้พร้อมรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพิ่มเติมทักษะใหม่ๆที่สำคัญและจำเป็น
-สร้างแรงจูงใจ(รางวัล สวัสดิการ) และมาตรการส่งเสริมสนับสนุน เพื่อให้พนักงานเกิดความตื่นตัว และกระตือรือร้นต่อการปรับปรุงงาน ผ่านการมีระบบประเมินผลที่ดีและเป็นธรรม
ด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือ (Quality and Reliability)
-ลดความไม่แน่นอนที่เกี่ยวพันกับคุณภาพผลิตภัณฑ์ และความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากระบบงานไม่ได้มาตรฐาน
-กระตุ้นจิตสำนึก และสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน เพื่อช่วยกันสอดส่องดูแลจุดที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย และช่วยกันปรับปรุงให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะด้วยตัวเองหรือผ่านการทำงานเป็นทีม
ด้านสารสนเทศ และการจัดการความรู้ (Information and Knowledge Management)
-ควบคุมสาเหตุหลักของต้นทุน และผลลัพธ์ของการปฎิบัติงาน ด้วยการประมวลผลข้อมูลต่างๆ อย่างครบถ้วนรอบด้าน และนำมาใช้ในการตัดสินใจอย่างเห็นผล
-ปรับปรุงส่วนต่างๆ ที่สะท้อนผ่านดัชนีชี้วัดที่ประมวลได้ผ่านระบบที่ทันสมัย สามารถรู้ผลได้ในทันที หรือเร็วที่สุด
ด้านสมรรถนะภายในองค์กร (Organizational Performance)
-บำรุงรักษาเครื่องจักร และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่ให้มีอาการเสียสะดุด หยุดการเคลื่อนไหวอันเนื่องมาจากชิ้นส่วนไม่พร้อม อย่าลืมว่าเครื่องจักรหยุด แต่ดอกเบี้ยเงินกู้ไม่หยุด
-แสวงหาเครื่องจักรที่ใช้งานง่าย ยืดหยุ่น เคลื่อนที่ได้ และใช้พลังงานต่ำมาก เพื่อไม่ให้มาเป็นภาระต่อการลงทุนในรอบหน้า
-พัฒนาฝีมือแรงงานอย่างเป็นระบบ และยกระดับให้ได้มาตรฐานเป็นอย่างน้อย และต่อยอดไปสู่ระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ด้านการส่งเสริมการตลาด (Marketing and Sales)
-กำหนดกลยุทธ์การตลาดที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค นำจุดเด่นที่ทำได้ดีในมิติต่างๆที่แจกแจงมาทั้งหมด มาสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ไปให้ถึงยังกลุ่มเป้าหมาย
คุณค่าต่างๆเหล่านี้ ถ้ามีการปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น แบบร่วมด้วยช่วยกันตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ไล่ลงมาตามลำดับชั้นบังคับบัญชา จนมาถึงพนักงานระดับปฎิบัติการ ประสานใจให้เป็นหนึ่ง ทุ่มเทอย่างเต็มที่ไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน ไม่ว่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่ยังไม่จบสิ้น หรือวิกฤตรอบใหม่จากยูโรที่เริ่มออกฤทธิ์แล้วนั้น ก็คงไม่ถึงกับทำให้เราตกต่ำลงไปมากเท่าใด









