แม้ AEC จะได้รับความสนใจจากผู้ให้บริการ ICT เกือบทุกภาคส่วน แต่ธุรกิจเว็บของไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ICT กลับไม่มีการให้ความสำคัญเลย
{คอลัมน์ Innivation&Socail Media หน้านิว มีเดีย ฉ. อังคาร 21 ส.ค. }
ได้มีโอกาสไปแสดงความคิดเห็นในโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เรื่อง ธุรกิจบริการ ยุทธศาสตร์แห่งชาติสู่ AEC and Beyond ซึ่ง ICT ได้ถูกจัดเป็น 1 ใน 5 ของภาคธุรกิจที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของประเทศ และยังเป็นสาขาเร่งรัดที่จะต้องเปิดเสรีตามกรอบ FTA ของ ASEAN ปัจจุบันเข้าสู่ยุคหลอมรวมสื่อ ธุรกิจ ICT ได้เพิ่มบทบาทและขยายการครอบคลุม โดยรวมไปถึงธุรกิจโทรคมนาคม บรอดแคสต์ และคอนเทนท์ ที่ต่อไปจะวิวัฒนาการเข้าสู่ความเป็น Digital เกือบทั้งหมด สัมมนาของหอการค้ายังมีวัตถุประสงค์ที่จะทำ White Paper ที่จะเป็น Positioning และข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการไทยเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาล
ครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เป็นการระดมความคิด สร้างความตื่นตัว และเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ AEC สำหรับภาคธุรกิจ ICT แต่มีข้อสังเกตประการหนึ่ง ที่ไม่ต่างกับทุกครั้ง และอาจน่าเป็นห่วงสำหรับ ICT ไทย คือ แม้ AEC จะได้รับความสนใจจากผู้ให้บริการ ICT เกือบทุกภาคส่วน แต่ธุรกิจเว็บของไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ICT กลับไม่มีการให้ความสำคัญเลย แม้ในส่วนของ Digital Content เอง กลับถูกตีความเป็นเนื้อหาในเชิงภาพ เสียง และวีดิโอ ที่ถูกนำเสนอ ผ่านช่องทางต่างๆ ที่เป็น Digital เช่น โทรทัศน์ดาวเทียม Web TV ฯลฯ แต่กลับไม่มีการพูดถึงการให้บริการเว็บ ซึ่งเป็นรากฐานของการให้บริการบนอินเทอร์เน็ต
ธุรกิจเว็บ อยู่ในกลุ่มของธุรกิจที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก และมีการเข้าถึงโดยผู้ใช้อย่างกว้างขวาง ธุรกิจ Social Network หรือ Social Media ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเว็บ มีตัวอย่างของ Facebook ที่เคยมีมูลค่าถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ และมีผู้ใช้ถึง 900 ล้านคนทั่วโลก และ 16 ล้านคนในประเทศไทย ซึ่งเป็นกว่า 92% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งประเทศ
ขณะที่ธุรกิจ Search Engine ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของธุรกิจเว็บ ยังมีตัวอย่างของ Google ที่มีมูลค่ากว่า 2.2 แสนล้านดอลลาร์ และมีผู้ใช้กว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก และ 99% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ในสังคมของธุรกิจระดับโลก ธุรกิจเว็บกลับเป็นภาคส่วนของธุรกิจ ICT ที่มีการเคลื่อนไหวและได้รับความสนใจสูงสุด แต่เพราะเหตุใดถึงได้ไม่มีบทบาทของธุรกิจเว็บไทย
ปัจจุบันการใช้งานเว็บในประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สืบเนื่องจากการเข้าถึงของโครงข่าย 3G อุปกรณ์ Smartphone Tablets และการมาของ Generation Y จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจเว็บ ซึ่งร่วมถึง Social Networks, Social Media, Search Engine ฯลฯ ได้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายและเริ่มมีผลกระทบต่อประชากรอย่างกว้างขวาง แต่เหตุที่ธุรกิจเว็บของไทยกลับไม่มีการให้ความสำคัญ
อาจเป็นเพราะประเทศไทยไม่มีผู้ประกอบการที่มีความแข็งแกร่งเลย ทั้งนี้ เป็นเพราะเว็บสามารถให้บริการข้ามพรมแดน โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เมื่อเปรียบกับธุรกิจ ICT ในภาคส่วนอื่นๆ ซึ่งรวมไปถึงโทรคมนาคม บรอดแคสต์ และคอนเทนท์ ที่อาจต้องมีการลงทุนในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ธุรกิจเว็บจากต่างประเทศจึงมีข้อได้เปรียบเพราะสามารถมี Economy of Scale ระดับโลก เช่น ในตัวอย่างของ Facebook และ Google โดยไม่มีผู้ประกอบการไทยที่สามารถเข้าแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม
อีกประการหนึ่งการให้บริการเว็บสามารถให้บริการข้ามพรมแดน โดยที่ไม่ต้องมี Commercial Entity ในประเทศไทยและอยู่นอกเหนือการควบคุมของกฎหมาย จึงมีข้อได้เปรียบ และไม่มีอุปสรรคจากกฎระเบียบหรือข้อบังคับที่มีปัญหา เช่น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ปี 2550 ซึ่งหลายประเทศได้เล็งเห็นประเด็นนี้ เช่น เวียดนาม เพื่อนสมาชิก AEC ที่ได้บังคับให้ผู้ให้บริการเว็บ ที่มีการใช้งานอย่างกว้างขวางในประเทศ ต้องมีการจัดตั้งนิติบุคคลภายในเวียดนาม เพื่อให้สามารถถูกกำกับดูแลจากกฎข้อบังคับภายในประเทศได้ นอกจากนี้ เวียดนาม ยังคงมี Social Networks, Social Media, Search Engine ของตัวเอง ที่มีความแข็งแกร่ง และมีระบบทางการเงิน ที่รองรับการลงทุนในธุรกิจเว็บ จนกระทั่งเข้าตลาดหลักทรัพย์และสามารถมีมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ได้
จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง สำหรับธุรกิจเว็บของไทย ที่แม้จะมีความสำคัญ แต่อาจไม่มีผู้ประกอบการของไทยที่มีความแข็งแกร่งเลย ในการระดมความคิดเห็นเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ AEC ของธุรกิจ ICT จึงได้ตกสำรวจภาคส่วนของธุรกิจเว็บ ซึ่งอาจต้องเสียเปรียบต่อไป และไม่สามารถแข่งขันกับสากลโลก หรือกระทั่งเพื่อนบ้านได้ ในการเข้าสู่ AEC สำหรับภาคส่วนที่จะมีความสำคัญ และมูลค่าสูงสุดในยุคต่อไปของการหลอมรวมสื่อ








