ตลอดชีวิตการเดินทางของผม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือธุรกิจ ผมจะแบ่งเวลาสำหรับไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เสมอ ตั้งแต่หัดเดินทางมากว่า 20 ปี
แม้แต่ไปกับครอบครัว ช่วงเช้าถึงบ่าย 3 ก็ต้องไปดูพิพิธภัณฑ์ หลังจากนั้น จะไปชอปปิงอะไรกันก็ไม่ว่า ทำแบบนี้มาเรื่อยๆ จนลูกสาวอายุ 20 ปี ก็เลยสนุกกับการได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์จริงๆ โดยไม่ต้องบังคับ
ทำไมผมถึงต้องพูดถึงการไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของผม นั่นก็คงเป็นเรื่องการขยาย Imagination หรือจินตนาการของตัวเองให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ วิธีการนำเสนอรูปแบบใหม่ๆ ที่สำคัญหลายๆ ครั้ง มันสร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้ด้วยนะครับ
ผมมาอเมริกาทริปนี้กับครอบครัว มากัน 3 คน พ่อ แม่ ลูก มา New York กับ Washington D.C. ทั้งสองเมืองนี้มีพิพิธภัณฑ์ระดับโลก ที่คนไทยรู้จักดี คือ The Metropolitan Museum of Art หรือ The Met และ The Museum of Modern Art หรือ “Moma” ที่ New york ส่วนที่ Washington DC ก็เห็นจะเป็น Smithsonian ซึ่งมี Museum ในหลายประเภท ตั้งแต่ Art Airspace, American History, American Indian, Natural history, Holocaust and World war II เป็นต้น และที่กำลังสร้างอยู่ คือ American African Museum จะแล้วเสร็จปี 2015
เรียกว่า เดินเฉพาะพิพิธภัณฑ์อย่างเดียว 2 อาทิตย์ก็ยังไม่หมด
ทั้งหมดที่ว่ามานี้ เข้าชมฟรีนะครับ ไม่ต้องเสียสตางค์สักเหรียญเดียว ที่น่าชื่นชม คือ ทุกพิพิธภัณฑ์แน่นไปด้วยพ่อแม่ที่พาลูกมาดู มีนักท่องเที่ยวทั้งที่เป็นอเมริกันเอง รวมถึงคนต่างชาติอย่างผม
ทำไมประเทศที่เจริญแล้ว ถึงให้ความสำคัญกับพิพิธภัณฑ์กันขนาดนี้ ทุ่มเทเงินทองพัฒนาให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ คำตอบสามารถตอบได้หลายประเด็นเลยครับ เป็นทั้งเรื่องของการศึกษาก็ได้ เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ก็ได้ อย่างผมได้ไปเยี่ยม Museum of American History แล้ว
ผมว่านอกจากการให้การศึกษาถึงที่มาของประเทศแล้ว ยังได้เห็นทั้งพัฒนาการของประเทศที่สำคัญ คือ ความภูมิใจความเป็นชนชาติอเมริกัน มีช่วงหนึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้เด็กนักเรียน และผมช่วยกันยกธงชาติอเมริกันขนาดยักษ์ แบบแรกที่มีดาวแค่ 15 ดวง หมายถึง รัฐที่มารวมกันเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา และร่วมกันร้องเพลงชาติอเมริกันด้วยกัน เสียงดังกระหึ่มบริเวณ Main Lobby ขนาดเราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย ก็ยังอดขนลุกไม่ได้ เห็นแล้วอดภูมิใจในความเป็นคนอเมริกัน
หรือแม้กระทั่ง Museum แบบอื่นๆ ก็สร้างความรู้สึกสนุก และให้ความรู้ที่ต่างกันออกไป อย่าง Natural History Museum ทำให้เข้าใจชีวิตสัตว์จริงๆ อันนี้คนเยอะมากจริงๆ ครับ ดูแล้วน่าชื่นใจ เห็นคนเข้ามาชม โดยเฉพาะเด็กๆ ผมจึงไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมเด็กฝรั่งส่วนใหญ่ถึงมี Standard ที่ต่างกับคนไทย เพราะมันสั่งสมกันตั้งแต่เด็ก ทุกสิ่งที่เด็กๆ ได้เห็นได้สัมผัส มันเป็นของที่ Hi-Standard มาก รวมถึงวิธีการนำเสนอที่ทำให้เด็กเข้าใจ ซึ่งถ้าโรงเรียนปลูกฝังให้เด็กๆ เข้าใจได้ขนาดนี้ พอเด็กของเขาโตขึ้นมา พื้นฐานก็ย่อมสูงกว่าเด็กบ้านเรา ซึ่งผมว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญมาก
แม้กระทั่งงานศิลปะของเด็กๆ ที่ได้เห็นงานของศิลปินระดับโลก ก็เป็นส่วนหนึ่งของการหล่อหลอม และกล่อมเกลา ทำให้เด็กแตกต่างกันออกไป ผมอยากให้เด็กไทยได้มีโอกาสแบบนี้บ้างครับ
ยังดีที่บ้านเราเองมีพิพิธภัณฑ์เกิดใหม่ค่อนข้างเยอะ ถึงแม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็ถือได้ว่ามีคุณภาพที่ดีหลายที่เลยครับ แต่ก็อยากให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยกันปลูกฝังนิสัยการชมพิพิธภัณฑ์กันเยอะๆ เพราะนอกจากจะได้ความสนุก ได้เปิดโลกทัศน์แล้ว ยังได้ความรู้ใหม่ๆ ซึ่งเป็นความรู้ที่ไม่ได้อยู่ในตำราเรียน แต่เราจะได้เห็นสิ่งที่เป็นตัวหนังสือที่เราได้เคยอ่าน เคยท่องจำกันมา
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ หรือเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย เป็นเรื่องที่เรียกได้ว่าไม่ตกยุคตกสมัย เป็นเรื่องที่เหมาะแก่การถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น กลายมาเป็นภาพที่เราสามารถเห็นเป็นรูปธรรม และง่ายแก่การทำความเข้าใจ รวมถึงยังได้เห็นความครีเอทีฟของคนคิด คนทำพิพิธภัณฑ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ว่าเขาเหล่านั้นสามารถถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ต่างสถานที่ ต่างเวลาที่สร้าง เรื่องราวก็จะแตกต่างกันออกไป ถือว่าพิพิธภัณฑ์เป็นสื่อที่มีคุณค่า สามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ได้ดี และมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมากครับ
อย่างไรก็ตาม อยากฝากให้ผู้ปกครองประเทศตระหนัก และนำงบประมาณมาพัฒนา National Museum ของเรา เพราะเราเองก็มีของดีๆ อยู่เต็มไปหมด เด็กๆ เราจะได้มีโอกาสได้ดูพิพิธภัณฑ์ที่ดี และมีคุณภาพกันเยอะๆ ครับ








