ช่วงที่ผ่านมา โลกทั้งใบได้ชื่นชมกับความสำเร็จและผลงานมหัศจรรย์ ที่เกิดจากการทุ่มเทและความเพียรพยายามอย่างไม่ย่นย่อ
ของเหล่านักกีฬาที่ดีที่สุดที่โลกมี ในกีฬาโอลิมปิก 2012 พวกเราที่เฝ้าเชียร์ ต่างตระหนักว่า ความสำเร็จของนักกีฬาทุกคน ล้วนมีโค้ช ผู้เป็นคนสำคัญยืนหยัดเป็นปราการอยู่เบื้องหลัง
บทบาทสำคัญของโค้ช คือ การดึงสิ่งที่ดีที่สุดในตัวนักกีฬาออกมาให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งดีๆ ที่แม้ตัวนักกีฬาเองอาจไม่ได้ตระหนักว่าตนมีดีเช่นนี้เสียด้วยซ้ำ
คณะกรรมการโอลิมปิกแคนาดา ลงทุนทำการศึกษาว่าเหล่าโค้ชทั้งหลายที่สามารถปั้นความสำเร็จให้นักกีฬาได้ เขามีพฤติกรรมอย่างไร
ผลการศึกษา ฟันธงว่า โค้ชที่ปั้นดาวได้ มีพฤติกรรมสำคัญที่เหมือนกันดังนี้
1. ช่วยให้นักกีฬาตระหนักถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง
2. สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฝึกซ้อม
3. จัดทรัพยากรที่สนับสนุนให้นักกีฬาประสบความสำเร็จ
4. ช่วยให้นักกีฬาสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นใจในสนามโอลิมปิก
5. โค้ชและนักกีฬามีความผูกพันใกล้ชิด
แม้ทุกข้อสำคัญ หากถามว่าอะไรเป็นตัวแปรที่เป็นหัวใจ ซึ่งทำให้ทั้งนักกีฬาและโค้ชคว้าชัยชนะได้
ทีมศึกษาไม่ลังเล เฮยืนยันว่าข้อ 5 สำคัญที่สุดครับ
ผู้บริหารในองค์กรน่าจะยอมให้โค้ชโอลิมปิกสอนความลับดีๆ เหล่านี้ให้ จะได้สามารถสร้าง "นักกีฬา" ดีเด่นได้ทุกวัน ทุกที่ ไม่ต้องรอสี่ปีครั้ง
จากพฤติกรรมทั้ง 5 ของโค้ชกีฬามืออาชีพ โค้ชในที่ทำงานสามารถเลียนลีลาได้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์
1. หัวหน้าในฐานะโค้ช มีหน้าที่สะท้อนภาพให้ลูกทีมตระหนักถึงจุดที่ดีและจุดที่น่าจะต้องพัฒนา
ลูกพี่ที่มีประสบการณ์กว่าและมองจากมุมที่สูงกว่า น่าจะเห็นภาพได้กระจ่าง ดีกว่าปล่อยให้ลูกทีมเคว้งคว้าง หลงทาง ไปผิดทิศ
ที่สำคัญ หัวหน้าที่ดีต้องมีความเข้าใจในตัวลูกทีมอย่างทะลุปรุโปร่งและช่วยให้เขาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและถนัด
หากเขาชอบค้ำถ่อ จะขอให้ไปว่ายน้ำ แม้ว่ายได้ก็ไม่สนุก ปลุกพลังที่ฝังในตนไม่ตื่น ทำแบบฝืนๆ ผลคือ ไม่ว่าเหรียญใดๆ คงไกลเกินเอื้อม
2. หัวหน้ามีหน้าที่ทำให้ที่ทำงานมีบรรยากาศเอื้อให้ลูกทีมใช้พลังไปในการทำงาน แทนการท้อกับความขัดแย้งในกลุ่ม ทำงานแบบอกสุมไฟ ใจพะวักพะวน สงสัยเรื่องนโยบาย เรื่องโอกาสในการก้าวหน้า เรื่องความยุติธรรมโปร่งใส สารพัดเรื่องที่ไม่เข้าใจ
เมื่อไม่สบายใจ ผลงานก็คงได้แค่พอผ่าน อ่านออกตั้งแต่ต้น
หัวหน้าจึงมีหน้าที่กันและแก้ปัญหา ไม่ให้มากวนใจกวนสมาธิลูกทีม
3. ลูกพี่มีหน้าที่ทำให้ลูกน้องไม่ต้องว้าวุ่นใจว่าจะได้การสนับสนุนหรือไม่ เขามีงานต้องทำ มีอนาคตต้องเดิน ดังนั้น พลังที่ใช้ต้องมีไว้เพื่อทะยานสู่เป้าหมาย มิใช่เพื่อวิ่งไล่ล่าระบบ ว่าเมื่อไรจะได้อุปกรณ์ เมื่อไหร่จะมีใครมาสอนวิธีใช้เจ้าคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ เมื่อไหร่จะได้คนที่ขาด ฯลฯ
เมื่อพลังที่มีต้องถูกเผาผลาญไปในจุดที่ทั้งเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ ไร้สาระ ไม่ต้องแปลกใจ หากไม่ชนะ หากได้เหรียญใดๆ ให้ทำใจว่าบังเอิญ
4. หัวหน้าที่แก่พรรษากว่าย่อมมีหน้าที่ชี้นำให้คำปรึกษา เพื่อน้องจะได้ช่ำชองเวที มีความรู้เรื่ององค์กร เข้าใจภาพใหญ่ รู้ที่มาที่ไปรู้ว่าใครเป็นใคร รู้ว่าตออยู่ตรงไหน หากไม่อยากเสี่ยง ต้องเลี่ยงบ้า'
โค้ชต้องช่วยให้น้องเรียนลัด จัดเต็ม
5. ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ โค้ชกับลูกทีมต้องมีความผูกพัน เชื่อมั่นในศักยภาพของกันและกัน หากลูกพี่ดูแลเอาใจใส่จนน้องไว้ใจ ให้ใจ ใจต่อใจได้ถึงกัน
ลูกทีมบอกพร้อมทุ่มสุดกายและใจ
ศักยภาพมีเท่าไหร่ ทุ่มให้ ไม่กั๊ก เพราะรักโค้ชค่ะ








