วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โค้ชอย่างไรให้ทีมทุ่ม

ช่วงที่ผ่านมา โลกทั้งใบได้ชื่นชมกับความสำเร็จและผลงานมหัศจรรย์ ที่เกิดจากการทุ่มเทและความเพียรพยายามอย่างไม่ย่นย่อ

ของเหล่านักกีฬาที่ดีที่สุดที่โลกมี ในกีฬาโอลิมปิก 2012 พวกเราที่เฝ้าเชียร์ ต่างตระหนักว่า ความสำเร็จของนักกีฬาทุกคน ล้วนมีโค้ช ผู้เป็นคนสำคัญยืนหยัดเป็นปราการอยู่เบื้องหลัง

 บทบาทสำคัญของโค้ช คือ การดึงสิ่งที่ดีที่สุดในตัวนักกีฬาออกมาให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งดีๆ ที่แม้ตัวนักกีฬาเองอาจไม่ได้ตระหนักว่าตนมีดีเช่นนี้เสียด้วยซ้ำ

 คณะกรรมการโอลิมปิกแคนาดา ลงทุนทำการศึกษาว่าเหล่าโค้ชทั้งหลายที่สามารถปั้นความสำเร็จให้นักกีฬาได้ เขามีพฤติกรรมอย่างไร

 ผลการศึกษา ฟันธงว่า โค้ชที่ปั้นดาวได้ มีพฤติกรรมสำคัญที่เหมือนกันดังนี้

 1. ช่วยให้นักกีฬาตระหนักถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง

 2. สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฝึกซ้อม

 3. จัดทรัพยากรที่สนับสนุนให้นักกีฬาประสบความสำเร็จ

 4. ช่วยให้นักกีฬาสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นใจในสนามโอลิมปิก

 5. โค้ชและนักกีฬามีความผูกพันใกล้ชิด

 แม้ทุกข้อสำคัญ หากถามว่าอะไรเป็นตัวแปรที่เป็นหัวใจ ซึ่งทำให้ทั้งนักกีฬาและโค้ชคว้าชัยชนะได้

 ทีมศึกษาไม่ลังเล เฮยืนยันว่าข้อ 5 สำคัญที่สุดครับ

 ผู้บริหารในองค์กรน่าจะยอมให้โค้ชโอลิมปิกสอนความลับดีๆ เหล่านี้ให้ จะได้สามารถสร้าง "นักกีฬา" ดีเด่นได้ทุกวัน ทุกที่ ไม่ต้องรอสี่ปีครั้ง

 จากพฤติกรรมทั้ง 5 ของโค้ชกีฬามืออาชีพ โค้ชในที่ทำงานสามารถเลียนลีลาได้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์

 1. หัวหน้าในฐานะโค้ช มีหน้าที่สะท้อนภาพให้ลูกทีมตระหนักถึงจุดที่ดีและจุดที่น่าจะต้องพัฒนา

 ลูกพี่ที่มีประสบการณ์กว่าและมองจากมุมที่สูงกว่า  น่าจะเห็นภาพได้กระจ่าง ดีกว่าปล่อยให้ลูกทีมเคว้งคว้าง หลงทาง ไปผิดทิศ

 ที่สำคัญ หัวหน้าที่ดีต้องมีความเข้าใจในตัวลูกทีมอย่างทะลุปรุโปร่งและช่วยให้เขาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและถนัด
 หากเขาชอบค้ำถ่อ จะขอให้ไปว่ายน้ำ แม้ว่ายได้ก็ไม่สนุก ปลุกพลังที่ฝังในตนไม่ตื่น ทำแบบฝืนๆ ผลคือ ไม่ว่าเหรียญใดๆ คงไกลเกินเอื้อม

 2. หัวหน้ามีหน้าที่ทำให้ที่ทำงานมีบรรยากาศเอื้อให้ลูกทีมใช้พลังไปในการทำงาน แทนการท้อกับความขัดแย้งในกลุ่ม ทำงานแบบอกสุมไฟ ใจพะวักพะวน สงสัยเรื่องนโยบาย เรื่องโอกาสในการก้าวหน้า เรื่องความยุติธรรมโปร่งใส สารพัดเรื่องที่ไม่เข้าใจ

 เมื่อไม่สบายใจ ผลงานก็คงได้แค่พอผ่าน อ่านออกตั้งแต่ต้น

 หัวหน้าจึงมีหน้าที่กันและแก้ปัญหา ไม่ให้มากวนใจกวนสมาธิลูกทีม

 3. ลูกพี่มีหน้าที่ทำให้ลูกน้องไม่ต้องว้าวุ่นใจว่าจะได้การสนับสนุนหรือไม่ เขามีงานต้องทำ มีอนาคตต้องเดิน ดังนั้น พลังที่ใช้ต้องมีไว้เพื่อทะยานสู่เป้าหมาย มิใช่เพื่อวิ่งไล่ล่าระบบ ว่าเมื่อไรจะได้อุปกรณ์ เมื่อไหร่จะมีใครมาสอนวิธีใช้เจ้าคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ เมื่อไหร่จะได้คนที่ขาด ฯลฯ

 เมื่อพลังที่มีต้องถูกเผาผลาญไปในจุดที่ทั้งเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ ไร้สาระ ไม่ต้องแปลกใจ หากไม่ชนะ หากได้เหรียญใดๆ ให้ทำใจว่าบังเอิญ

 4. หัวหน้าที่แก่พรรษากว่าย่อมมีหน้าที่ชี้นำให้คำปรึกษา เพื่อน้องจะได้ช่ำชองเวที มีความรู้เรื่ององค์กร เข้าใจภาพใหญ่ รู้ที่มาที่ไปรู้ว่าใครเป็นใคร รู้ว่าตออยู่ตรงไหน หากไม่อยากเสี่ยง ต้องเลี่ยงบ้า'

 โค้ชต้องช่วยให้น้องเรียนลัด จัดเต็ม

 5. ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ โค้ชกับลูกทีมต้องมีความผูกพัน เชื่อมั่นในศักยภาพของกันและกัน หากลูกพี่ดูแลเอาใจใส่จนน้องไว้ใจ ให้ใจ ใจต่อใจได้ถึงกัน

 ลูกทีมบอกพร้อมทุ่มสุดกายและใจ

 ศักยภาพมีเท่าไหร่ ทุ่มให้ ไม่กั๊ก เพราะรักโค้ชค่ะ