ในโลกแห่งนวัตกรรม มีอีกเรื่องราวหนึ่ง ที่กำลังได้รับความสนใจ คือ การฟ้องศาลระหว่าง Apple และ Samsung ในประเด็นของนวัตกรรม
ที่สืบเนื่องจากต้นกำเนิดของ iPhone คดีความดังกล่าว เป็นการพิสูจน์ว่า ใครลอกเลียนแบบใคร และใครเป็นต้นคิดของนวัตกรรม
เริ่มจากการโจมตีของ Apple ที่ว่า Smartphone และ Tablet ของ Samsung เป็นการลอกเลียนแบบจาก iPhone และการปกป้องตัวเองของ Samsung ที่ว่า Smartphone และ Tablet ดังกล่าวมีต้นคิดโดย Samsung และมีมาก่อนหน้า iPhone ในทางกลับกัน ยังได้รวมถึงการโจมตีของ Samsung ที่ว่า Apple ได้ลอกเลียนแบบ iPhone มาจาก Sony และการปกป้องตัวเองของ Apple ที่ว่า iPhone มีต้นคิดโดย Apple
ระหว่างการต่อสู้ของทั้งสองบริษัท ได้ปรากฏข้อมูลที่ไม่เคยเปิดเผยสู่โลกสาธารณะมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลที่เกี่ยวกับต้นกำเนิดของ iPhone ที่เป็นความลับสุดยอดของ ซึ่ง Apple ได้ออกมาชี้แจงต่อศาลเอง เพื่อที่จะพิสูจน์ว่า iPhone มีต้นคิดโดย Apple และมิได้ลอกเลียนมาจากผู้อื่น
โปรเจคสีม่วง (Project Purple) คือ ต้นกำเนิดที่แท้จริงของ iPhone ที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน ในปี 2004 Steve Jobs ได้สั่งการให้สร้างทีมโปรเจคสีม่วง ซึ่งเป็นทีมระดับ Superstars ของ Apple โดยต้องเลือกคนจากใน Apple ทั้งหมด และห้ามว่าจ้างจากภายนอกบริษัท นอกจากนี้ ผู้ร่วมทีมโปรเจคสีม่วงจะต้องไม่ถูกบอกกล่าวว่าโปรเจคสีม่วง คือ การสร้าง iPhone และยังต้องยอมที่จะเสียสละทำงานทั้งเสาร์-อาทิตย์และตอนกลางคืนอย่างมิได้หยุดพักไปอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งผู้ร่วมทีมโปรเจคสีม่วงจะต้องรับรู้ว่าจะต้องทำงานหนักอย่างที่ไม่เคยมาก่อนในชีวิต
Apple ยังได้จัดสรรอาคารหนึ่งหลัง เรียกว่า หอพักสีม่วง (Purple Dorm) สำหรับโปรเจคสีม่วงโดยเฉพาะ ซึ่งมีการตรวจสอบด้วยกล้องและ Badge อย่างเข้มงวด จนในบางครั้งอาจต้องมีการตรวจ Badge 5-6 ครั้งในแต่ละวัน ที่หน้าหอพักสีม่วง จะแขวน Poster ของหนังเรื่อง Flight Club ที่มี Tag Line ว่า "The first rule of Fight Club is that you don't talk about it." ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณในเชิงที่ว่า "กฎข้อแรกของโปรเจคสีม่วง คือ คุณห้ามพูดเกี่ยวกับมัน" ในเบื้องต้น โปรเจคสีม่วง เริ่มจากทีมงานไม่กี่คน ซึ่งขยายตัวจนกระทั่งมี 1,000-2,000 คน ตอนที่ใกล้จะ Launch iPhone หอพักสีม่วงยังมีลักษณะคล้ายหอพักจริง เพราะไม่ว่าจะเวลาไหน ก็จะยังมีคนทำงานอยู่
อย่างไรก็ดี ยังมีโครงการอื่นที่น่าสนใจ ที่ถูกเปิดเผยโดย Apple ในกระบวนการของการคิดค้นนวัตกรรม ก่อนที่จะมาเป็น iPhone ซึ่งรวมถึงนวัตกรรมกล้องถ่ายรูป และกระทั่งรถยนต์ ที่เกือบจะมาเป็นสินค้าของ Apple ทั้งนี้ สืบเนื่องจากความสำเร็จของ iPod ทำให้ Apple เชื่อมั่นว่าสามารถเป็นได้มากกว่าบริษัทขายคอมพิวเตอร์ และได้คิดค้นหาวิธีเข้าสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยถึงปรัชญาทางการตลาดของ Apple ซึ่งยึดถือแนวคิดที่ว่า "Product As Hero" หรือ "สินค้าเป็นพระเอก" ซึ่งจะเห็นได้จากการทำโฆษณาของ Apple ที่จะเน้นรูปลักษณ์ของสินค้ามากกว่าสิ่งอื่น และจะมิให้สิ่งอื่นมาบดบังรูปลักษณ์ของสินค้า
แต่ถึงกระนั้น สำหรับบริษัทที่สามารถเก็บรักษาความลับได้อย่างยิ่งยวด เช่น Apple การที่จะเปิดเผยสู่โลกสาธารณะถึงข้อมูลลับที่รวมถึงโปรเจคสีม่วง อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการต่อสู้คดีในครั้งนี้มีความสำคัญมากสำหรับอนาคตของธุรกิจ และ Samsung อาจได้สร้างความเสียหายให้กับตลาดของ Apple จริง ซึ่งอาจชี้ชัดได้ด้วย Global Marketshare ของ Smartphone ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ซึ่ง Apple เหลือเพียง 16.4% ในขณะที่ Android ได้ก้าวกระโดดขึ้นถึง 68.1% และ Samsung Galaxy ก็เป็นกำลังสำคัญในตระกูลของ Android
ถึงการต่อสู้ในศาลระหว่าง Apple และ Samsung จะยังคงดำเนินอยู่ต่อไป และอาจมีข้อมูลลับที่เปิดเผยสู่โลกสาธารณะอีก แต่สำหรับการต่อสู้ในตลาด ก็จะมิได้ลดความเข้มข้นลง แม้วันนี้จะเป็นเรื่องของ Smartphone และ Tablet แต่เร็ววันนี้ อาจขยายผลสู่อุตสาหกรรมอื่น เช่น โทรทัศน์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ
เพราะมีสัญญาณชี้ชัดหลายประการว่า Smart TV จะเป็นอุตสาหกรรมต่อไปสำหรับ Apple








