“รู้ทันมนตรา” โปรโมชั่นการลงทุน

“รู้ทันมนตรา” โปรโมชั่นการลงทุน

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าคะที่มักสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง ออกอาการเหมือนคนโดนเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ทุกครั้งเมื่อได้ยินข่าวสารลดแลกแจกแถม

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าคะที่มักสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง ออกอาการเหมือนคนโดนเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ทุกครั้งเมื่อได้ยินข่าวสารโปรโมชั่นส่งเสริมการขายลดแลกแจกแถม บางครั้งคุณตั้งใจจะซื้อรองเท้าราคา 2,500 บาท แต่เมื่อพนักงานขายแจ้งว่าถ้าซื้อสองคู่จะได้ลด 20% คุณไม่รีรอที่จะเลือกรองเท้าเพิ่มเติมอีกคู่หนึ่งทันที เบ็ดเสร็จงานนี้คุณต้องจ่ายเงินเพิ่มเป็น 4,000 บาท เป็นค่ารองเท้าที่คุณตั้งใจจะซื้อ กับอีกคู่หนึ่งที่ซื้อมาอย่างไม่ตั้งใจ   

 

 

ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือผิดแต่ประการใด หากคุณมักจะถูกดึงดูดใจด้วยโปรโมชั่นต่างๆ แต่สิ่งที่ควรตระหนักในเรื่องนี้ คือ ผลของการจับจ่ายตามแรงดึงดูดของโปรโมชั่นทำให้เกิดอะไรบ้าง หากเป็นเรื่องของการจับจ่ายใช้สอยทั่วไปในชีวิตประจำวัน โปรโมชั่นทำให้คุณเสียเงินเพิ่มขึ้นกว่างบที่วางไว้เสมอ และบ่อยครั้งพบว่าสิ่งที่ได้มาไม่คุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม ไม่ก่อประโยชน์เพราะไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริง 

 

 

แล้วถ้าหากเป็นเรื่องสำคัญๆ อย่างการลงทุน การตัดสินใจลงทุนตามโปรโมชั่นมากกว่าคำนึงถึงเป้าหมายในการลงทุนที่แท้จริง อาจส่งผลอย่างที่คุณไม่ประสงค์ 

 

 

 

 

อารมณ์ VS. เหตุผล 

 

 

โปรโมชั่นที่มากับการลงทุนเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงมากขึ้นในระยะหลัง แสดงให้เห็นว่าผู้คนให้ความสนใจมากขึ้น อย่างกลุ่มเพื่อนนักเรียนเก่าของดิฉัน เมื่อก่อนจะคุยแค่ว่าควรลงทุนในอะไรดี ตอนนี้ ยังแถมประเด็นว่าจะซื้อที่ไหนดี เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งจะคอยให้ข้อมูลว่าหากจะลงทุนในกองทุนรวมช่วงนี้ มีแคมเปญของบริษัทไหนน่าสนใจ เรียกได้ว่าเป็น promotion expert เลยทีเดียว    

 

จากประสบการณ์ส่วนตัวของเพื่อนที่นิยมลงทุนตามโปรโมชั่นบอกว่า เธอรู้สึกถึงความคุ้มค่าที่ได้ลงทุน RMF และ LTF ของ บลจ. ที่มีโปรโมชั่นซื้อหน่วยลงทุนด้วยบัตรเครดิตเพื่อจะได้รับคะแนนสะสมเพิ่มเป็น 3 เท่า เธอหวังที่จะนำคะแนนสะสมบัตรเครดิตแลกตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกง โดยไม่สนใจว่าผลตอบแทนจากการลงทุนจะเป็นอย่างไร     

 

 

ดิฉันลองคำนวณเล่นๆ ตามข้อมูลที่เธอให้มา พบว่า เงินลงทุนใน RMF+LTF ปีละ 200,000 บาท จะได้คะแนนสะสมเท่ากับ 24,000 คะแนน (25 บาทได้ 1 คะแนน x 3) ในระยะ 3 ปี เธอลงทุนไปทั้งสิ้น 600,000 บาท จึงสะสมคะแนนแลกตั๋วเครื่องบินไปกลับฮ่องกงได้ 1 ใบ มูลค่าประมาณ 10,000 บาท 

 

 

ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนจากการลงทุน RMF+LTF ที่เธอเลือกลงทุนตามโปรโมชั่น น้อยกว่ากองที่ผลตอบแทนอยู่อันดับต้นๆ ของกองทุนรวมประเภทเดียวกัน ประมาณปีละ 5% ในช่วง 3 ปี เธอได้ผลตอบแทนน้อยกว่าที่ควรจะเป็นถึง 30,000 บาท เทียบกับรางวัลจากโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินมูลค่า 10,000 บาท  เท่ากับว่าเธอสูญเสียโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนน้อยลง 20,000 บาท 

 

 

เพื่อนดิฉันฟังแล้วถึงกับเปรยว่า เป็นผู้ลงทุนยุคนี้ไม่ง่าย เพราะแค่คิดว่าจะจัดสรรเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อะไรบ้างก็ยากพอตัวแล้ว ตอนนี้เงื่อนไขชีวิตยังเพิ่มขึ้นมาจากบรรดาของแจกของแถมที่พ่วงมากับการลงทุนอีก เธอเองยอมรับว่า การตัดสินใจลงทุนด้วยข้อมูลที่สามารถเปรียบเทียบกันได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล ย่อมดีกว่าที่จะให้อารมณ์อยากได้ของแถมเป็นตัวชี้นำ           

 

 

 

 

 รู้ทันก่อนตัดสินใจ  

 

 

ไม่ใช่เฉพาะกองทุนรวมเท่านั้นที่มีโปรโมชั่นจูงใจผู้ลงทุน แต่การลงทุนในหุ้น รวมทั้งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก็มีเช่นกัน สิ่งที่ควรคำนึงหากจะตัดสินใจลงทุนเพราะต้องการโปรโมชั่นลักษณะนี้ คือ การทำยอดซื้อขายให้ถึงเกณฑ์ที่จะได้รางวัล อาจหมายถึงการที่ผู้ลงทุนต้องซื้อขายบ่อยครั้งเกินความจำเป็น นอกจากจะต้องเสียค่าธรรมเนียมซื้อขายมากขึ้นแล้ว ยังอาจทำให้จังหวะการลงทุนต้องผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่ควรจะเป็น เพราะถูกกำหนดด้วยระยะเวลาของโปรโมชั่นที่กำลังจะสิ้นสุดลง  

 

 

อันที่จริง ต้องบอกว่าโปรโมชั่นที่มากับการลงทุนไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เลวร้ายเสมอไป และดิฉันก็ไม่ได้ต้องการให้คุณมีอคติกับโปรโมชั่นแต่อย่างใด เพียงแต่อยากให้มองถึงคุณค่าที่แท้จริงของการลงทุน และตัดสินใจลงทุนโดยมีข้อมูลที่เพียงพอ ไม่ถูกครอบงำโดยอิทธิพลของบรรดาของแจกของแถม หวังให้ทุกท่านมีความสุขและประสบความสำเร็จกับการลงทุนค่ะ 

 

 

***บทความนี้จัดทำขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการเงินการลงทุนแก่สาธารณชน***