ไอร์แลนด์หลุดพ้นจากอุโมงค์แล้ว!

ไอร์แลนด์หลุดพ้นจากอุโมงค์แล้ว!

ท่ามกลางข่าวร้ายของประเทศอื่นๆในยุโรป มีประเทศหนึ่งที่เข้าขอรับการช่วยเหลือทางการเงินเป็นลำดับที่สองถัดจากกรีซ

และทำตามแผนเรื่อยมา จนในวันนี้ น่าจะพอกล่าวได้ว่า หลุดพ้นจากอุโมงค์ของวิกฤติแล้ว


ประเทศนั้นคือสาธารณรัฐไอร์แลนด์ค่ะ 


สาธารณรัฐไอร์แลนด์ มีพื้นที่ 70,273 ตารางกิโลเมตร ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ แต่มีชายฝั่งตะวันตกที่มีการใช้ภาษาไอริชเป็นภาษาทางการบ้าง


ไอร์แลนด์มีประชากร 4.7 ล้านคน เป็นเชื้อชาติไอริช 87.4% ผิวขาวอื่นๆ 7.5% เอเชีย 1.3% ผิวดำ 1.1% และอื่นๆ 2.7% ปกครองแบบประชาธิปไตย ระบอบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศ


ไอร์แลนด์มีอารยธรรมยาวนาน พบหลักฐานการปลูกพืชตั้งแต่ 3,500 ถึง 3,000 ปีก่อนคริสตกาล  ในยุคเหล็ก ชาวเคลท์ (Celts) ได้เข้ามาครอบครอง  เพลงของ Celtic จะมีลักษณะเสียงก้องๆ เย็นๆ


ศตวรรษที่ 12 ไอร์แลนด์ตกอยู่ใต้การครอบครองของอังกฤษ และมีการสู้กันยาวนานระหว่างกลุ่มศาสนาตริสต์นิกายโรมันคาทอลิกกับโปรแตสเตนท์


ในช่วงปี 1739 ถึง 1741 ไอร์แลนด์เกิดภาวะน้ำค้างแข็งรุนแรง เรียกว่า The Great Frost ทำให้เกิดความแร้นแค้นอดอยาก ประชากรล้มตายไป 250,000 คน หรือเท่ากับ 1 ใน 8 ของประชากรเลยทีเดียว


เมื่อมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม การค้ารุ่งเรือง การก่อสร้างในไอร์แลนด์รุ่งเรืองมาก หลังจากนั้นเกิดภาวะอดอยาก Great Famine อีกครั้งหนึ่งในช่วงทศวรรษ 1840 ทำให้มีคนตายประมาณ 1 ล้านคน ชาวไอริชจึงอพยพออกจากประเทศจำนวนมาก ว่ากันว่าครึ่งหนึ่งของผู้อพยพไปยังสหรัฐอเมริกาในช่วงนั้น เป็นชาวไอริช


ประชากรอพยพออกจากประเทศเรื่อยมา จนจำนวนประชากรไม่เคยขึ้นไปเท่ากับปี 1841 ที่จำนวน 8.2 ล้านคนอีกเลย


สังเกตคนเชื้อสายไอริชได้จากนามสกุลค่ะ  นามสกุลของชาวไอริชมักจะมีคำว่า “O” (โอ) หรือ “Mc” หรือ “Mac”(แม็ค) อยู่ด้วย เช่น  O’Conner, O’Brien, O’Sullivan หรือ McGrager,  McDonald


“O” แปลว่า “หลานของ” และ “Mc หรือ Mac” แปลว่า “ลูกของ” ค่ะ   เพราะฉะนั้น O’Conner แปลว่า “หลานของคอนเนอร์”  และ McDonald ก็แปลว่า “ลูกของโดนัลด์”


คนไอริชเก่งทางการแพทย์ ฟิสิกส์ และเคมี 
หลังจากตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษมายาวนาน ชาวไอริชก็สร้างความรักชาติขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงต้นศตวรรษที่ 20 และเป็นอิสระจากอังกฤษเมื่อปี 1921 โดยแยกเป็นสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 1921 โดยมีเมืองดับบลินเป็นเมืองหลวง 


ส่วนไอร์แลนด์เหนือ ตั้งขึ้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 1921 นั้น  มีเมือง เบลฟาสต์ เป็นเมืองหลวง ถือเป็นส่วนหนึ่งของ สหราชอาณาจักร  โดยชื่อเต็มของสหราชอาณาจักร ที่เราเรียกกันย่อๆว่า UK  คือ The United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland ค่ะ


โครงสร้างจีดีพีของไอร์แลนด์ มาจากภาคการเกษตร 2% อุตสาหกรรม 29% และภาคบริการ 69% โดยจีดีพี ในปี 2011 เท่ากับประมาณ 221,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7 ล้านล้านบาท


เศรษฐกิจไอร์แลนด์มีการค้าและบริการเป็นหลัก โดยตลาดหลักทรัพย์ของไอร์แลนด์ เป็นตลาดที่กองทุนจำนวนมากนิยมไปจดทะเบียนซื้อขาย เนื่องจากอยู่ในยูโร ผู้ลงทุนในประเทศในกลุ่มยูโรจึงได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี  การไปจดทะเบียนนี้ ไม่จำเป็นต้องมีการซื้อขายกันก็ได้


นอกจากนี้ กองทุนเปิดต่างๆแม้จะไม่ได้เข้าจดทะเบียนซื้อขายใน Irish Stock Exchange ก็นิยมจดทะเบียนจัดตั้งในไอร์แลนด์ โดยส่วนใหญ่จะเรียกกันว่า Dublin Domicile Funds   บริการทางการเงินและหลักทรัพย์จึงเป็นภาคบริการหนึ่งที่มีบทบาท


ไอร์แลนด์เริ่มใช้สกุลเงินยูโรในลุ่มแรก 12 ประเทศ และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยจีดีพี ในช่วงปี 1995-2007 เติบโต เฉลี่ย 6% ต่อปี  แต่มามีปัญหาหลังจากเกิดวิกฤตการณ์การเงินในสหรัฐ ทำให้เศรษฐกิจของไอร์แลนด์เข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2008 ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกลงอย่างมากถึง 47% ของช่วงที่สูงสุด และภาคการก่อสร้างหดตัวอย่างรุนแรง


ทางการไอร์แลนด์ต้องขอรับความช่วยเหลือจาก กลุ่ม EU ผ่าน EFSF และ ESM และ จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2010 โดยความช่วยเหลือรวมเป็นวงเงิน 85,000 ล้านยูโร เพื่อเพิ่มทุนให้กับภาคธนาคาร และเพื่อนำไปชำระคืนหนี้ เพื่อไม่ให้เกิดการผิดนัดชำระ


เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2012 ที่ผ่านมา ไอเอ็มเอฟ เพิ่งออกแถลงการณ์ร่วมกับเจ้าหนี้ของไอร์แลนด์ว่า ผลของการดำเนินตามแผนช่วยเหลือเป็นไปด้วยดี รัฐบาลสามารถลดการขาดดุลงบประมาณลงจาก 32.4% ของจีดีพี ในปี 2010 เหลือเพียง 10.1% ของจีดีพี ซึ่งแม้จะยังคงอยู่ในระดับที่สูงอยู่ แต่เริ่มมีความคืบหน้า


หลังจากที่จีดีพีของไอร์แลนด์ ติดลบ 3% ในปี 2008 ติดลบ 7% ในปี 2009 และติดลบ 0.4% ในปี 2010 แล้ว ก็เริ่มเป็นบวกในปี 2011 คือบวก 0.7% และไอเอ็มเอฟคาดว่า ในปีนี้เศรษฐกิจจะเติบโต 0.5% และปีหน้าจะเติบโต 2.0%


จึงนับว่าไอร์แลนด์หลุดออกมาจากอุโมงค์เศรษฐกิจถดถอยแล้ว  ตอนนี้ก็ต้องเดินหน้าต่อไปด้วยความระมัดระวัง เพราะเศรษฐกิจของคู่ค้าของไอร์แลนด์ แม้จะยังดีอยู่ แต่ก็เริ่มลำบากเหมือนกันค่ะ


ถือว่าโชคดีที่ไอร์แลนด์มีการค้าขายกับยุโรปใต้ค่อนข้างน้อย โดยไอร์แลนด์ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับหนึ่ง ในสัดส่วน 23.2% รองลงมาเป็นสหราชอาณาจักร 15.4%  เบลเยียม 14.3% เยอรมนี 8.1% ฝรั่งเศส 5% และสวิสเซอร์แลนด์ 4% และนำเข้าจาก สหราชอาณาจักร 32.1% จากสหรัฐอเมริกา 14.1% เยอรมนี 7.7% จีน 6.4% และเนเธอร์แลนด์ 4.9%


ไอร์แลนด์มียอดได้เปรียบดุลการค้าในปี 2011 ถึง 52,950 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็ว ดีใจกับไอร์แลนด์ด้วยค่ะ


ข้อมูลหลักจาก CIA Factbook, IMF, Wikipedia