ในที่สุดการปรับตัวของทีวีในเมืองไทยก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจริงๆ
ในที่สุดการปรับตัวของทีวีในเมืองไทยก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบการออกอากาศ มุ่งเน้นเนื้อหาสมัยใหม่ หรือการเพิ่มเนื้อหาในลักษณะที่ให้คนดูมีส่วนร่วมได้มากขึ้น จะว่าไปก็คล้ายๆ กับเอาคนดูมาเป็นส่วนหนึ่งของรายการอะไรแบบนั้น
จริงๆ เราก็เห็นกันมาบ้างแล้วกับการมีส่วนร่วมของผู้ชมกับรายการโทรทัศน์ เช่น มีเอสเอ็มเอสให้โหวตนั่นโน่นนี่ แต่มาถึงตรงนี้วันที่โซเชียลเน็ตเวิร์คเข้ามามีบทบาทมากต่อสื่อวิทยุโทรทัศน์ เราจึงได้เห็นการปรับรูปแบบตัวรายการใหม่ ถึงขนาดว่าบางช่องนั้นหยิบจับเอารายการที่ออกอากาศทางเฟซบุ๊ค อย่าง VRZO ที่โด่งดังจากการทำรายการในลักษณะขอความเห็นของคนที่ผ่านไปมาด้วยการตั้งประเด็นคำถามที่กวนๆ
หรือกลับกัน รายการทีวีหลายรายการก็นำภาพไปเผยแพร่ใน ยูทูบ หรือ เฟซบุ๊ค กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เป็นจริงเป็นจังอย่างรายการ “วู้ดดี้เกิดมาคุย” ผู้ชมทาง เฟซบุ๊ค จะได้ดูช่วงพิเศษที่ไม่ได้ออกอากาศด้วย
ดาราจากโลกออนไลน์ก็ขยับตัวเองเข้ามาประชิดหน้าจอฟรีทีวีกันมากขึ้น ตั้งแต่ยุคบุกเบิกอย่าง “น้อง ซี ฉัตรปวีณ์” ถือว่าเป็นรุ่นตัวแม่ที่เข้ามาก่อน ทำรายการทีวีใส่ใน ยูทูบ ปรากฏว่าดังครับ มีคนเข้าไปดูรายการน้องเธอเยอะมาก จนฟรีทีวีอย่างช่อง 3 ก็ได้เซ็นสัญญาว่าจ้างเธอไปเป็นที่เรียบร้อย ปรากฏการณ์ “ซี” ทำให้กองทัพเซเล็บออนไลน์เริ่มมีบทบาทในฟรีทีวีต่อมาเรื่อยๆ อย่างคุณจอห์น วิญญู จากรายการเจาะข่าวตื้น ก็มาโลดแล่นทำรายการประชดประชันสังคมกันที่หน้าจอ ไทยพีบีเอส กันเป็นเรื่องเป็นราว
นี่คือปรากฏการณ์ใหม่ ที่โลกของโซเชียลเน็ตเวิร์คเข้ามามีบทบาทต่อฟรีทีวีในวงการวิทยุโทรทัศน์บ้านเราอย่างจริงๆ จังๆ นี่ขนาดว่าระบบฟรีทีวีบ้านเรายังไม่ได้เป็น ดิจิทัล ทีวีบี (Television Broadcasts Limited) ที่ทาง กสทช. กำลังตั้งไข่อยากให้เกิดให้ได้ในเร็ววันนี้ ก็ยังทำให้วิธีการ รูปแบบ เนื้อหาอ้างอิงในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ข่าวใน เฟซบุ๊ค กับในทีวีแทบจะแยกความแตกต่างกันไม่ได้
เรื่องบางเรื่องโด่งดังใน เฟซบุ๊ค แล้วฟรีทีวีนำไปขยายความต่ออย่างกรณี “ครูอังคณา” ก็เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้เนื้อหาทั้งโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คและโลกของฟรีทีวีวิ่งเข้าหากันแล้วพันเกลียวอย่างแน่นหนา ชนิดที่แยกกันแทบไม่ออกเลยทีเดียว
ในอนาคต ฟรีทีวีในบ้านเราคงจะหลอมรวมสิ่งที่ผมว่าต่างๆ มาข้างต้นเป็นเรื่องเดียวกัน ชนิดที่ว่าแยกไม่ออกแล้วว่าอะไรคืออะไร ประกอบกับปีนี้ตามคาดการณ์แล้วโทรทัศน์ชนิดใหม่ที่เรียกกันว่า “สมาร์ททีวี” จะกลายเป็นทีวีแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตที่จะทำให้โซเชียลเน็ตเวิร์คบุกไปถึงห้องนั่งเล่นของบ้านคุณแล้วในที่สุด
นักการตลาดอย่างเราๆ ท่านๆ อ่านแล้วก็เตรียมตัวไว้นะครับ อนาคตมันเป็นปัจจุบันไปแล้ว นักการตลาดในยุคดิจิทัลควรเร่งปรับตัวและรู้เท่าทันสื่อใหม่เหล่านี้ให้ได้ ไม่งั้นละแบรนด์ของคุณอาจจะมีคำว่าตกยุคไปเลยก็ว่าได้ครับ








