วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เพิ่มความสามารถในการแข่งขันจากความเชี่ยวชาญพิเศษของธุรกิจ

ธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วไปมักจะลืมไปว่า นอกจากการทุ่มเทเงินทุนและสรรพกำลังอื่นๆ ให้กับธุรกิจของตนเองแล้ว ธุรกิจยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจ เพิ่มผลิตภาพ เพิ่มผลผลิต ที่จะนำไปสู่การเพิ่มผลตอบแทนจากธุรกิจให้เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดได้จากความเชี่ยวชาญหรือความชำนาญในด้านอื่นๆ ที่มีอยู่เฉพาะในตัวเจ้าของ ผู้บริหาร พนักงาน และแรงงาน ที่มีอยู่ของธุรกิจ

หรือแม้กระทั่งจากการใช้ความสามารถพิเศษจากแหล่งภายนอกของธุรกิจ เช่น ที่ปรึกษา บริการเฉพาะด้าน ทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ในการผลิตเก้าอี้ และโต๊ะ หาก พนักงาน ก. สามารถผลิตเก้าอี้ได้วันละ 10 ตัว แต่ ผลิตโต๊ะได้วันละ 2 ตัว เทียบกับ พนักงาน ข. ซึ่งผลิตเก้าอี้ได้วันละ 4 ตัว และโต๊ะได้ 4 ตัว หากไม่ได้คิดถึงความชำนาญเฉพาะด้าน ทั้ง 2 คนจะผลิตเก้าอี้ได้รวม 14 ตัวและโต๊ะได้ 6 ตัว หรือ กำลังการผลิตต่อวันต่อคน ได้เก้าอี้ 7 ตัว และโต๊ะ 3 ตัว

แต่หากแยกให้ทั้ง ก. และ ข. แยกผลิตเก้าอี้และโต๊ะตามความชำนาญของตน จะพบว่าผลผลิตต่อวัน จะได้เก้าอี้ 7 ตัว (จาก ก.) และโต๊ะ 4 ตัว (จาก ข.) ซึ่งมากกว่าการที่จะให้พนักงานทั้ง 2 ช่วยกันผลิต

เปรียบเทียบกับกรณีของ “น้องเนเน่” ที่สร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านกับการเล่นกีต้าร์และการร้องเพลง จากการฝึกฝนด้วยตนเองตั้งแต่เด็ก สร้างประสบการณ์จริงจากการ “เปิดหมวก” บริเวณตลาด จนนำไปสู่ความคุ้นเคยและความชำนาญ และความสามารถในการปรับตัวต่อการแสดงในที่สาธารณะ จนทำให้ “ผลผลิต” ของตนเองประสบความสำเร็จในการตรึงอยู่ในใจของผู้ชม

เส้นทางนี้ อาจเทียบเคียงได้กับการสร้างความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอีและการสร้างภาพจำให้กับสินค้าหรือตัวธุรกิจให้กับตลาดได้เช่นกัน และยังสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของธุรกิจได้โดยไม่ต้องลงทุนใหม่จำนวนมาก ด้วยการให้ความสำคัญกับการแบ่งบทบาทหน้าที่อย่างรอบคอบ ควบคู่กับการฝึกอบรมข้ามสายงานเพื่อความยืดหยุ่น ที่จะให้ผลต่อการเพิ่มผลผลิต การลดต้นทุน การปรับปรุงการบริการลูกค้า เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจได้

แนวคิดของการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอีจากการเพิ่มความสามารถหรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านขึ้นมาในตัวของธุรกิจแทนที่จะพยายามขายสินค้าระดับปานกลาง 20 ชนิด แต่เปลี่ยนมานำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะด้าน เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เครื่องสำอางสมุนไพรระดับพรีเมืยม ฯลฯ

ด้วยความพยายามสร้างทักษะเฉพาะด้านให้กับพนักงานที่แสดงศักยภาพของความสามารถพิเศษในตัวเอง การส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะ หรือการปรับหน้าที่งานในแผนกใหม่ที่เข้ากับบุคลิกและความสามารถแฝงที่มีอยู่ในตัวของพนักงาน เช่น ความสามารถในด้านมนุษยสัมพันธ์ ความสามารถในการสื่อสาร หรือความสนใจและความสามารถในด้านดิจิทัล ฯลฯ เสริมเข้ากับแนวคิด “อัปสกิล” และ “รีสกิล” ของธุรกิจในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ในด้านที่จะสามารถนำมาเสริมภาพลักษณ์และแสดงความสามารถและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้กับตัวธุรกิจโดยรวมได้เหนือคู่แข่ง!!??!!