มิตซูบิชิ เปิดตัว Mitsubishi Pajero ใหม่ เจเนอเรชั่น 5 ผลิตในไทย และเปิดตัวในไทยตลาดแรกของโลก ทางเลือก 3 รุ่นย่อย ทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ เปิดข้อเสนอ ดอกเบี้ย 1.99%
ถือว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีทีเดียว สำหรับ มิตซูบิชิ มาเจโร ใหม่ ((Mitsubishi Pajero) ตั้งแต่เผยโฉมอย่างเป็นทางการที่โตเกียว ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา
แต่วันนี้ (19 ตุลาคม) ปาโจโร ใหม่ จะเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการตลาดแรกของโลกที่ประเทศไทย
ทั้งนี้การฟื้นตลาดปาเจโร อีกครั้ง หลังจากหยุดทำตลาดไปนาน มีความน่าสนใจ ที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน เลือกใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ที่โรงงานแหลมฉบัง และเปิดตัวในไทยเป็นตลาดแรก ก่อนส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก รวมถึงญี่ปุ่น
ปาเจโร หยุดทำตลาดโลกไนปี 2564 และก่อนหน้านั้นหยุดทำตลาดญี่ปุ่นปี 2562 และเมื่อนับตั้งแต่วันเปิดตัวเจเนอเรชัน เท่ากับว่า มิตซูบิชิ หยุดพัฒนา ปาเจโรไปราว ๆ 20 ปี
การกลับมาฟื้นตลาดอีกครั้ง พร้อมกับใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเจเนอเรชัน 5 จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
ปาเจโร เจเนอรชัน 5 เป็นรถแบบ body on frame ต่อยอดจากแชสซีส์ปิกอัพ ไทรทัน โดยการเปิดตัวในไทย มี 3 รุ่นย่อย
- รุ่น GLS ขับเคลื่อน 2 ล้อ
- รุ่น GSR ขับเคลื่อน 2 ล้อ
- รุ่น Super Exceed ขับเคลื่อน 4 ล้อ
เครื่องยนต์ดีเซล ความจุ 2.4 ลิตร 4 สูบแถวเรียง ดีเซล คอมมอนเรล DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน Wide Range Single-VGT ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร
เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รุ่นใหม่ โดยมี Sport Mode และ Paddle Shift ให้ใช้
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า อิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง เหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง 5 ลิงค์ ทอร์คอาร์ม เหล็กกันโคลง
ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มี ระบบ Super All Wheel Control (S-AWC) พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II)
- 4 รูปแบบ การขับเคลื่อน
- 2H: ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง
- 4H: ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ กระจายแรงบิดเพลาหน้า-หลังในอัตราส่วน 40:60
- 4HLc: ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์ ล็อกเพลาขับหน้า-หลังเข้าด้วยกัน
- 4LLc: ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเพลาขับหน้า-หลัง ใช้อัตราทดเกียร์ต่ำ
ระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) ยังรวมการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (4H) กับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้งหรือ Active Yaw Control – AYC) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Active Stability and Traction Control – ASTC) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (Anti-lock Braking System – ABS)
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
- Normal
- Eco
- Gravel
- Snow
- Mud
- Sand
- Rock
และยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ Active LSD ช่วยลดอาการล้อหมุนฟรีบนพื้นผิวลื่นหรือเมื่อล้อด้านใดด้านหนึ่งสูญเสียการยึดเกาะ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control – HDC)
กระจังหน้า 2 รูปแบบ
- แบบ Kendo Mask สไตล์ญี่ปุ่นในรุ่น GLS และ GSR
- แบบรังผึ้ง หรือ Honeycomb อยู่ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ฃเป็นการนำกระจังหน้าจากตำนานดาการ์ แรลลี่ ของ ปาเจโร รุ่น 1 มาพัฒนาให้มีความร่วมสมัย ทันสมัย และหรูหรามากขึ้น
สำหรับสเปค ในรุ่นท็อป ประกอบด้วย
- ไฟหน้า-ท้ายแบบ LED T-Shape
- ฝังไฟหน้าและไฟตัดหมอกแบบ LED เข้าไปในตัวรถ
- ไฟหน้า-ท้าย ไดนามิก (Dynamic Flow Light)
- ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้า-ไฟสูงแบบอัตโนมัติ (Automatic Headlight and Automatic High Beam)
- ไฟหน้า LED ปรับระดับแสงอัตโนมัติ (Adaptive LED Headlight)
- ไฟส่องสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อก ไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์ (Welcome Light and Coming Home Light System)
- ไฟส่องพื้น สัญลักษณ์ PAJERO (Puddle Lamp with PAJERO Logo)
- ล้ออัลลอยสีทูโทนรมดำขนาด 20 นิ้ว
- คิ้วซุ้มล้อรองรับการติดตั้งท่อสน็อกเกิล
- ไฟสร้างบรรยากาศ (Ambient Light) แบบซ่อนไฟ
- บาะหนังแท้ Semi-Aniline และหนังสังเคราะห์เกรดพรีเมียม
- หลังคากระจกพาโนรามา ขนาดใหญ่ที่สุดในคลาส
- มือจับขึ้น-ลงรถบริเวณแผงคอนโซลหน้า นำดีเอ็นเอจากมิตซูบิชิ ปาเจโร รุ่นที่ 1 มาใช้
- แผงด้านหน้าใช้เทคนิคการเดินด้ายแบบงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น ที่เรียกว่า คิเมะโคมิ (Kimekomi)
- แผงประตูตกแต่งด้วยตะเข็บรูปตัวเอส (S-Curve)
- หน้าจอระบบสัมผัส หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบชิ้นเดียว (Monolithic Dual Display) ขนาด 14.3 นิ้ว ในรุ่น Super Exceed ขนาด 12.3 นิ้ว แสดงผลทั้งคอนเทนต์และข้อมูลการทำงาน ผ่านกราฟิกแบบไดนามิก 16 รูปแบบ ปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาของวันได้แบบเรียลไทม์
- มาตรวัด 3 ช่องจากรุ่นก่อนหน้านำมาตีความใหม่เป็นหน้าจอมัลติมิเตอร์ (Multi Meter) รูปแบบดิจิทัลที่แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ เช่น ระดับความสูง ทิศทางการเดินทาง อุณหภูมิ และระดับความชันและความเอียง
- ระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate ลำโพง 12 ตำแหน่ง ซับวูฟเฟอร์
- วัสดุลดแรงสั่นสะเทือนในโครงสร้างประตู
- ระบบชดเชยเสียง 3 รูปแบบ ปรับระดับความดังและย่านความถี่ได้ตามสถานการณ์ต่าง ๆ
- เบาะนั่งผู้ขับ และผู้โดยสารด้านหน้า ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ ระบบจดจำตำแหน่ง
- พวงมาลัยไฟฟ้าหุ้มหนังปรับได้ 4 ทิศทาง
- กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ปรับ-พับ ด้วยไฟฟ้า
- เบาะนั่งแถวที่ 2 เลื่อนตำแหน่งหน้า-หลังได้ 150 มิลลิเมตร และใช้งานร่วมกับฟังก์ชันพับเบาะไปด้านหน้า เพื่อให้ผู้โดยสารเข้า-ออกเบาะนั่งแถวที่ 3 สะดวก
- เบาะนั่งแถวที่ 3 พับแบบ 50:50
- ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี
- กระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) 5 บาน คือ กระจกบังลมหน้า กระจกประตูทั้ง 4 บาน
- วัสดุซับเสียงรอบคัน
ระบบความปลอดภัย และช่วยเหลือการขับขี่
- กล้อง เซนเซอร์ เรดาร์ ตรวจจับสภาพแวดล้อม
- ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control – ACC)
- สัญญาณเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW)
- ระบบสัญญาณเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist – LCA)
- ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง ระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation – FCM)
- ระบบคาดการณ์การชนซ้อน 2 คันข้างหน้า (Predictive Forward Collision Warning – PFCW)
- ระบบเตือน และป้องกันรถออกนอกเลน (Land Departure Prevention/Lane Departure Warning – LDP/LDW)
- ระบบเตือนรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification – LCDN)
- ระบบเตือนรถผ่านด้านหน้า (Front Cross Traffic Alert – FCTA)
- ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert – RCTA)
- ระบบการช่วยเหลือฉุกเฉิน กรณีเหยียบคันเร่งผิดพลาด (Emergency Assist for Pedal Misapplication – EAPM)
- กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมจำลองภาพใต้พื้นรถด้านหน้า (Multi Around Monitor with Hood Transparent View – MAM)
- ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keep Assist – LKA)
- ระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่ (Moving Object Detection – MOD)
- ระบบเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Brake – RCTB)
- ระบบจดจำป้ายจราจร (Traffic Sign Recognition – TSR)
- ติดตั้งถุงลม 7 ตำแหน่ง ด้านคนขับ หัวเข่าด้านคนขับ ผู้โดยสารตอนหน้า ด้านข้าง และม่านถุงลม
- ระบบช่วยขับขี่ MI-PILOT ผสมผสานการทำงานระหว่างระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ
เทคโนโลยีเชื่อมต่อ MITSUBISHI CONNECT เชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่กับรถยนต์ ประกอบด้วย
- ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน (Automatic Collision Notification)
- ระบบขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน SOS (eCALL) (SOS Emergency Assistance – eCALL)
- ระบบขอความช่วยเหลือบนถนน (Roadside Assistance – bCALL)
- ระบบแจ้งเตือนถูกโจรกรรม (Stolen Vehicle Notification)
- ระบบแจ้งเตือนเมื่อถูกลากหรือยก (Tow-away Notification)
- ระบบแจ้งเตือนสถานะการล็อกประตูและกระจกประตู (Door Lock and Window Reminder Alerts)
- ระบบควบคุมระบบปรับอากาศได้จากระยะไกล (Remote Climate Control)
- การรายงานสถานะรถยนต์ (Vehicle Status Report)
- ระบบสั่งเปิดสัญญาณไฟ เสียงแตรจากระยะไกล (Remote Horn/Light)
- ระบบระบุตำแหน่งรถ (Car Finder)
- บริการช่วยเหลือข้อมูล iCALL (Information Assistance – iCALL)
- ระบบบันทึก พร้อมตรวจสอบระยะทางขับขี่ (Mileage Tracker)
ราคา ปาเจโร ประกอบด้วย
- GLS 1,499,000 บาท
- GSR 1,699,000 บาท
- Super Exceed 1,999,000 บาท
ส่วนสีพิเศษ เพิ่ม 20,000 บาท
ทั้งนี้มิตซูบิชิ ระบุว่า ราคาดังกล่าวเป็นราคาพิเศษจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569
เช่นเดียวกับเงื่อนไขการซื้อ ประกอบด้วย
- ดอกเบี้ย 1.99%
- ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 1 ปี
- แพคเกจบำรุงรักษา และค่าแรง 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
- รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
- ส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท สำหรับสมาชิกมิตซูบิชิ





