ซากิจิ โตโยดะ เป็นผู้บุกเบิกการเข้าสู่อุตสาหกรรม ของตระกูล โตโยดะ ก่อนที่ต่อมารายได้จากลิขสิทธิ์เครื่องทอผ้า จะนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก
หลาย ๆ คนคงจะรู้กันดีว่า จุดกำเนิดของโตโยต้า แบรนด์รถยนต์อันดับ 1 ของโลกในปัจจุบัน เริ่มต้นจากเครื่องทอผ้า โรงงานทอผ้า แม้ว่าผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมยานยนต์จะไม่ใช่ผู้บุกเบิกเครื่องทอผ้า แต่ธุรกิจทอผ้านั้นเป็นที่มาของธุรกิจยานยนต์
ที่เมืองโตโยต้า จังหวัดไอจิ ญี่ปุ่น พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์คุราไกเกะ โตโยต้า ที่ตั้งอยู่ใกล้สวน Kuragaike บอกเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ
ที่นี่ไม่ได้เน้นจัดแสดงรถยนต์จำนวนมากละลานตา แต่จะเน้นการบอกเล่าที่มาที่ไปเป็นหลัก ส่วนใครที่ชอบดูรถจอดเรียงรายละลานตา โตโยต้า มีอีกหลายพิพิธภัณฑ์รองรับ ไม่ว่าจะเป็น “โตโยต้า ไคเค็น” หรือ “โตโยต้า คอมเมโมเรทีฟ” ที่อยู่ไม่ห่างกันนัก หรือ จะข้ามไปที่ ฟูจิ สปีดเวย์ ที่อุดมไปด้วยรถแข่ง และไม่เฉพาะของโตโยต้าเท่านั้น เป็นต้น
สำหรับ การจัดแสดงหลัก ๆ ที่ คุราไกเกะ ประกอบด้วย
- จุดเริ่มต้นจากเครื่องทอผ้าของ ซากิจิ โตโยดะ
- การบุกเบิกธุรกิจรถยนต์ของ คิอิจิโร่ โตโยดะ ผู้ก่อตั้ง โตโยต้า มอเตอร์ ความยากลำบากและการลองผิดลองถูกในช่วงก่อตั้งบริษัท
- รถยนต์และรถบรรทุกยุคแรกของโตโยต้าในรูปแบบจำลองขนาด 1:5
- แบบจำลองโรงงาน Koromo Plant โรงงานผลิตรถยนต์เต็มรูปแบบแห่งแรกของโตโยต้า ซึ่งปัจจุบันคือ Toyota Honsha Plant
และจุดเด่นอีกอย่าง คือ บ้านพักเดิมของคิอิจิโร่ โตโยดะ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1933 ที่ชานเมืองนาโกย่า ก่อนจะยกมาตั้งไว้ที่นี่ และเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมได้ แต่ห้ามบันทึกภาพภายใน เนื่องจากปัจจุบันยังคงใช้งานตามปกติ
เป็นบ้านสองชั้นหลังย่อม ๆ สไตล์ บ้านคนญี่ปุ่น และที่ชั้นบนซึ่งมี 2 ห้องหลัก ๆ ยกเว้นครัวและห้องน้ำเล็ก ๆ หนึ่งในนั้นคือห้องที่เป็นพื้นที่พัฒนาเครื่องทอผ้า
ตำนานบทนี้ เริ่มต้นที่บ้านหลังเล็ก ๆ เมื่อ ซากิจิ โตโยดะ (1867-1930) สงสารแม่ที่นั่งทอผ้าหลังขดหลังแข็งจนมืดค่ำ โดยที่ผลิตผลที่ได้มานั้นน้อยนิด ก็คล้ายกับชาวชนบทบ้านเราที่ทอผ้าแบบที่เรียกว่ากี่กระตุกที่วัน ๆ ได้ความยาวผ้าเพิ่มขึ้นไม่เท่าไร ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะได้สักผืน
ดังนั้นผู้ที่ทำให้ตระกูลโตโยดะเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จึงคิดค้นเครื่องทอผ้าแบบอัตโนมัติขึ้นมา เรียกว่า Toyoda Power Loom ในปี 1896 โดยมันสามารถทำงานได้เร็วกว่าทอมือหลายเท่า
แต่ก็พบว่ามันติดปัญหาบางอย่างที่โตโยดะผู้พ่อไม่พอใจ เพราะด้ายจะหมดในทุก ๆ 3 นาที ทำให้ต้องหยุดเครื่องเพื่อเปลี่ยนกระสวยใหม่ทุกครั้งไป ทำให้เสียเวลา
แต่ที่สำคัญกว่าการเสียเวลา คือ จังหวะท่ีด้ายในกระสวยซึ่งเป็นด้านแนวขวางหมด แต่เส้นด้ายแนวตั้งยังคงทำงานต่อไป ดังนั้นรอยต่อของด้ายแนวขวางเมื่อเปลี่ยนกระสวยใหม่ ผ้าที่ได้จึงมักจะมีตำหนิ
ด้วยความไม่พึงพอใจในสิ่งที่ยังไปไม่สุด ดังนั้น 29 ปี ให้หลังในปี 1925 จึงมีเครื่องทอผ้ารุ่นใหม่ออกมาที่มีชื่อว่า Toyoda Type G ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องทอผ้ำอัตโนมัติเต็มรูปแบบเครื่องแรกของญี่ปุ่น
ปัจจุบันเครื่องทอผ้าทั้ง 2 รุ่นยังคงจัดแสดงในสภาพที่สามารถถสาธิตการทำงานได้จริงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
การเกิดขึ้นของ Toyoda Type G กล่าวได้ว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของรถยนต์ โตโยดะ ที่กลายมาเป็น โตโยต้าที่ครองตำแหน่งเบอร์ 1 โลกในปัจจุบัน
เพราะการพัฒนา Toyoda Type G นั้น มีชื่อของ คิอิจิโร่ โตโยดะ ลูกชายของ ซากิจิ เข้ามาร่วมงาน ซึ่ง คิอิจิโร่ เป็นผู้ที่สนใจในยานยนต์ และนำมาซึ่งการก่อตั้งธุรกิจยานยนต์ หลังจากที่เครื่องทอผ้า Type G ได้รับความสนใจในระดับสากล และมีบริษัทในสหราชอาณาจักรมาซื้อสิทธิบัตรไป และเงินก้อนนั้นเป็นเงินทุนสำคัญที่สานความต้องการของ คิอิจิโร
ความสนใจของคิอิจิโร่ต่อรถยนต์เกิดขึ้นเมื่อมีโอกาสเดินทางไปยุโรปและนิวยอร์คซึ่งมีรถยนต์ใช้งานแพร่หลายแล้ว ขณะที่ญี่ปุ่นยังไม่นิยมรถยนต์นัก โดยนิยมเดินทางด้วยรถไฟมากกว่า จนกระทั่งเกิดเหตุแผ่นดินไหวคันโต ทำให้รถไฟไม่สามารถให้บริการได้
นั่นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนญี่ปุ่นหันมาสนใจรถยนต์จริงจัง เพราะยังสามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุภัยพิบัติได้
ย้อนกลับมาที่คิอิจิโร่ เมื่อผ่านยุโรป ผ่านนิวยอร์คมาได้ เขาก็สนใจยานยนต์จริงจัง และกลับมาพัฒนาในประเทศ
แบบนี้เรียกว่าไปดูงานแล้วได้ผลงาน ไม่ใช่ผลาญงบ
ที่พิพิธภัณฑ์คุราไกเกะ จัดแสดงอย่างเปิดเผยว่าช่วงแรกของการพัฒนารถยนต์ของคิอิจิโร่ ก็เริ่มจากการดูแบบของคนอื่น โดยไปซื้อรถยนต์เชฟโรเลตที่มีจำหน่ายแล้วในญี่ปุ่น เอามารื้อมาถอดโครงสร้างออก เพื่อศึกษาด้านวิศวกรรม ศึกษาว่ารถมันมีองค์ประกอบอะไรบ้าง เพื่อพัฒนารถของตัวเองขึ้นมา ในปี 1933
และนำไปสู่การพัฒนารถต้นแบบ A1 ต่อสาธารณชนในปี 1935 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญไปสู่การผลิตรถยนต์โตโยต้าในเวลาต่อมา
แต่การเริ่มต้นธุรกิจยานยนต์ที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่งก็คือ รถบรรทุก G1 ในปี 1935 เช่นนั้น ซึ่งรถรุ่นนี้ผลิตออกมาจำหน่ายจริง
แต่การเริ่มต้น ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด รถเต็มไปด้วยปัญหา เรียกว่าผู้บริโภคใช้ไป พังไป ซ่อมไป ซึ่งในพิพิธภัณฑ์ก็นำเสนอเหตุการณ์ในอดีตเอาไว้ให้เห็นกัน
รวมไปถึงภาพจำลองเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ หรือ แบบงานนูนต่ำ หรือ สามมิติ ที่แสดงให้เห็นทีมงานโตโยต้า ลงพื้นที่ช่วยลูกค้าถ่ายสินค้าจากรถ Toyoda G1 ไปยังรถคันอื่นเพื่อนำไปส่งเป้าหมายปลายทางให้ได้ และก็ระบุด้วยว่ารถที่นำมาช่วยเหลือนั้นเป็นกระบะ ฟอร์ด
ในภาพนอกจากแสดงภาพคนขนถ่ายสินค้า มุดรถซ่อมรถ ยังเห็นภาพชายคนหนึ่งใส่แว่นสวมสูท กำลังโค้งคำนับต่อหน้าชายที่ทำท่าเกรี้ยวกราด
ครับ ชายที่กำลังแยกเขี้ยวเคี้ยวฟัน คือเจ้าของรถ ส่วนชายใส่แว่นสวมสูทก็คือ คิอิจิโร่ นั่นเอง
และการดำเนินการเช่นนี้ คือ การรับผิด การรับผิดชอบ คงจะเป็นแนวทางที่ทำให้ความล้มเหลวไม่เป็นความล้มเหลว แต่เป็นความล้มเหลวที่เปิดโอกาสให้เอามาแก้ไขและพัฒนาในอนาคต
เมื่อพูดถึงความล้มเหลว ในช่วงการพัฒนายานยนต์ โตโยดะ ก็พัฒนาอย่างเปิดเผย และไม่ว่าอะไรถ้ามีใครมาลอกงานไป โดยมีประโยคหนึ่งที่คมไม่เบาในยุคนั้น ประมาณว่า
“คนที่ลอกก็จะได้สิ่งที่ต้องการไป แต่สิ่งหนึ่งที่เขาจะไม่มี คือ ความล้มเหลว”
แน่นอน ความล้มเหลว คงเป็นสิ่งที่ไม่มีใครชอบ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว อยู่ที่ว่าจะมีมุมมองกับมันอย่างไร ถ้าหากมองว่ามันคือประสบการณ์ชั้นเลิศ เพราะรู้แล้วว่าความล้มเหลวคืออะไร ต้นตอของมันคืออะไร ดังนั้นการแก้ไข ก็จะทำได้อย่างตรงจุด และยังสามารถต่อยอดไปได้อีกไกล
ส่วนจัดแสดงสำคัญพิพิธภัณฑ์
สิ่งที่จัดแสดงสำคัญ ๆ ในพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์คุราไกเกะ โตโยต้า เช่น ภาพในอดีต สมุดบันทึก หนังสือ เครื่องมือในยุคนั้น เครื่องทอผ้า ภาพยนตร์ความยาวประมาณ 15 นาทีที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ
ไดโอรามา (Diorama) พร้อมระบบเสียงบรรยายและเอฟเฟกต์ประกอบถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญ เช่น การถอดประกอบ เชฟโรเลต
แบบจำลองรถยนต์และรถบรรทุกในสัดส่วน 1:5 จากช่วงทศวรรษ 1930-1940 6 รุ่น สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของรถยนต์โตโยต้าในแต่ละยุคสมัย ประกอบด้วย
- Toyoda Model G1 (รถบรรทุก) ปี 1935 เป็นหนึ่งในรถบรรทุกยุคแรกสะท้อนจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของบริษัท
- Toyota Model GB (รถบรรทุก) ปี 1938รถบรรทุกที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากรุ่นแรก แสดงถึงการยกระดับด้านวิศวกรรมและการผลิต
- Toyota Model AE (Shin-Nihon-Go) ปี 1939 รถยนต์นั่งที่แสดงถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และการออกแบบในช่วงก่อนสงคราม
- Toyopet Model SA (รถยนต์ขนาดเล็ก) ปี 1947 เป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กรุ่นแรก ๆ หลังสงคราม สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น
- Toyopet Model SB (รถบรรทุกขนาดเล็ก) ปี 1947 รถบรรทุกขนาดเล็กที่ตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ยุคหลังสงคราม
- Toyota Model BM (รถบรรทุก) ปี 1947 รถที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสงคราม
แบบจำลองโรงงานผลิตแห่งแรกของโตโยต้า คือ โรงงานโคโรโมะ (Koromo Plant) หรือที่ปัจจุบันรู้จักในชื่อ โรงงานโตโยต้า ฮนฉะ (Toyota Honsha Plant) ซึ่งเปิดดำเนินการในปี 1938 ในเมืองโคโรโมะ จังหวัดไอจิ ซึ่งต่อมำได้เปลี่ยนชื่อเป็นเมืองโตโยต้า (Toyota City) ในปี 1959
เป็นโรงงานผลิตรถยนต์แบบครบวงจรแห่งแรกของญี่ปุ่น และที่สำคัญในพื้นที่โรงงานยังสร้างนิเวศสำหรับพนักงานและครอบครัว เพระามีทั้งที่พักอาศัย โรงพยาบาล โรงเรียน ถือเป็นโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีความก้าวหน้ามาในยุคนั้น และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเมือง จนกลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญของญี่ปุ่นในปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังจัดแสดงรถยนต์ Model AA Sedan (ปี 1936) รถยนต์นั่งรุ่นแรกของโตโยต้า ซึ่งต่อยอดจำกรถต้นแบบ A1 ที่น่าสนใจคือ เป็นรถคันจริงในสภพดั้งเดิมจากโชว์รูม แม้ว่าระบบไฟฟ้าภายในรถจะไม่สามารถใช้งานได้แล้ว
อีกรุ่นหนึ่งในอยู่กลางฮอลล์ คือ Toyopet Crown รุ่น RS (ปี 1955) เป็นรถที่อยู่ในสภาพใช้งาน แต่ไม่ใช่รุ่นดั้งเดิม
ความสำคัญของรถรุ่นนี้ คือ เป็นรุ่นแรกของบริษัทที่ส่งออกไปยังสหรัฐ ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในรุ่นที่ประสบความสำเร็จและมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของโตโยต้า
และเอาใจคนรักศิลปะด้วยพื้นที่ Kuragaike Art Salon แกลเลอรีขนาดเล็กจัดแสดงผลงานหมุนเวียนตามฤดูกาล รวมถึงศิลปินชื่อดังของญี่ปุ่น และโลก เช่น ฮิรายามะ อิคุโอะ หรือ โคลด โมเนต์ เป็นต้น





