MGC-ASIA (เอ็มจีซี-เอเชีย) XPENG เตรียมแผนรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต อีวี นำเข้า ใหม่ วางแผนธุรกิจ 3 ระยะ รับมือช่วงเปลี่ยนผ่าน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน มีมติเห็นชอบปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี นำเข้า (CBU) ใหม่ โดยปรับเพิ่มจากเดิม 10% เป็นสูงสุด 35% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2570
หลังมีมติ ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากภาคเอกชน ล่าสุด บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย (MGC-ASIA) ผู้จำหน่าย XPENG (เอ็กซ์เผิง) ระบุว่า บริษัทร่วมกับ XPENG บริษัทแม่ วางแนวทางรองรับการเปลี่ยนแปลง
โดย แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ
ระยะสั้น บริหารการนำเข้าและการส่งมอบ
วางกรอบแผนงานร่วมกับ XPENG รองรับการจำหน่ายและส่งมอบรถยนต์ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน จนถึงประมาณกลางปี 2570
โดยจะบริหารปริมาณนำเข้าและการสต๊อกเป็นรายรุ่น ตามยอดจองความต้องการของตลาด
โดยปริมาณรถที่พร้อมส่งมอบจริง ขึ้นอยู่กับรอบการผลิต ตารางขนส่ง และพิธีการนำเข้าตามหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ
ทั้งนี้บริษัทจะทบทวนแผนเป็นระยะ เพื่อให้มีรถพร้อมส่งมอบในระดับที่เหมาะสม ควบคู่กับการดูแลเงินทุนหมุนเวียน และความเสี่ยงของสินค้าคงคลัง
ระยะกลาง ประเมินต้นทุนและราคาเป็นรายรุ่น
จะติดตามรายละเอียดมาตรการช่วงเปลี่ยนผ่านและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐ เพื่อนำมาประเมินผลกระทบต่อต้นทุน และปรับแผนธุรกิจร่วมกับ XPENG
ทั้งนี้การกำหนดราคาขายจะพิจารณาเป็นรายรุ่น ตามต้นทุนหลังภาษี ภาวะการแข่งขัน การตอบรับของลูกค้า และการสนับสนุนจากผู้ผลิต
ทั้งนี้บริษัทยังไม่ได้กำหนดราคาขายจากต้นทุนด้านภาษี แต่ยืนยันจะพิจารณาให้เหมาะสมกับตลาด และอัตรากำไรควบคู่กัน
ระยะยาว เตรียมแผนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
บริษัท และ XPENG มีแผนตั้งโรงงานผลิต อีวี ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาว
โดยขณะนี้กำลังประเมินรายละเอียดร่วมกับ XPENG ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสมทางธุรกิจ ปริมาณการผลิต และความพร้อมของผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ
รวมถึงความสามารถในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หรือ Local Content รูปแบบการดำเนินงานและกรอบเวลา
“MGC-ASIA ยืนยันความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจร่วมกับ XPENG ในไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สภาวะตลาดและนโยบายภาครัฐที่เปลี่ยนแปลง บริษัทพร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว”





