"เอเอเอส โมโตโครเซ่" ประกาศยุทศาสตร์ ‘DUCATI Thailand’ เดินหน้าทลายภาพจำ "ซ่อมแพง" ย้ำจุดแข็งรถจักรยานยนต์ High Performance ดีไซน์ล้ำตามดีเอ็นเออิตาเลียน ราคาเหมาะสม วางเป้าหมายใหญ่ขอเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจเหล่าไบเกอร์
ถือเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญหรือ Big Move ของรถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลีอย่าง “ดูคาติ”(DUCATI) กับการมีตัวแทนขับเคลื่อนตลาดครั้งใหม่ ภายใต้ “AAS Moto Corse” แห่งอาณาจักร AAS Group ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์สุดหรูหรือ Luxury กว่า 4 ทศวรรษ
หลังซุ่มอยู่พักใหญ่ กับการสำรวจจุดแข็งและโจทย์การทำตลาดของ “ดูคาติ” จึงได้เวลาที่แม่ทัพคนสำคัญอย่าง ชินศักดิ์ กิตติอมรกุล กรรมการผู้จัดการ จัดงานใหญ่ บริษัท เอเอเอส โมโตโครเซ่ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี “ดูคาติ” อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศ เบิกฤกษ์ประกาศวิสัยทัศน์แห่งปีของ Ducati Thailand มุ่งยกระดับแบรนด์บิ๊กไบค์พรีเมียมจากอิตาลีสู่มิติใหม่ พร้อมขยายเครือข่าย Flagship Store ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยบริการหลังการขายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
“ชินศักดิ์” เริ่มฉายภาพ ย้อนอดีตแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่หลงใหลแบรนด์แรกในชีวิต และเหมือนพรมลิขิตหรือ Destiny ให้เข้าสู่จักรวาลของสองล้อ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานครบร้อยปีในปี 2569 เป็นเจ้าแห่งความเร็ว ด้วยสมรรถนะ เทคโนโลยีที่สัมผัสได้บนสังเวียนการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบอย่างโมโต จีพี(MotoGP) และทุกครั้งที่ได้สัมผัสล้วนเต็มไปด้วยความสุข เร้าใจ
จากแบรนด์ที่มี Passion สู่การนำทัพ ทำตลาดครั้งใหม่ “ดูคาติ” ในประเทศไทย แง่ของจุดแข็ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าอิตาลี ขึ้นชื่อในเรื่องของดีไซน์ การออกแบบรถจักรยานยนต์ที่เร้าอารมณ์มากสุดในโลก เมื่อผสานกับประสบการณ์อันยาวนานของ “เอเอเอส โมโตโครเซ่” เชื่อว่าจะเติมเต็มประสบการณ์ที่ดีสุดทั้งตัวรถ รถรุ่นใหม่ๆ แม้กระทั่งรถรุ่นครบ 100 ปี มาให้แฟนๆสองล้อชาวไทยได้เป็นเจ้าของ
ในการทำตลาดครั้งนี้ “โจทย์แรก” ที่ “ชินศักดิ์” ต้องการแก้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คือการพาแบรนด์ “ดูคาติ” ให้ครองใจกลุ่มเป้าหมาย เป็น “หนึ่งในตัวเลือก” ของเหล่าไบเกอร์ที่มองหารถจักรยานยนต์คู่ใจเพื่อขับขี่ที่คู่ควร
“เราอาจห่างเหินการทำตลาด แต่เราซุ่มอยู่ ตอนนี้เราพร้อมแล้ว เรามีทิศทางที่ชัด ที่จะทำให้แบรนด์ดูคาติอยู่ในใจของไบเกอร์ ยังไม่ซื้อไม่เป็นไร แต่เมื่อพร้อมจะซื้อขอให้เลือกดูคาติ”
ด้านโปรดักท์หรือรถจักรยานยนต์ดูคาติ มีหลากหลายรุ่นจะเป็นสายชอบความเร็ว ซิ่งเต็มพิกัด สายครุยเซอร์ ฯ ไม่ว่าจะเป็น Scrambler สัญลักษณ์แห่งความร่วมสมัย Monster และ Streetfighter เนเก็ดไบค์สายพันธุ์สปอร์ตที่แฝงความดุดันและพละกำลังมหาศาล DesertX และ Multistrada จิตวิญญาณแห่งการเดินทางและการผจญภัยไร้ขีดจำกัด Panigale ขีดสุดแห่งสถาปัตยกรรมความเร็ว ซูเปอร์สปอร์ตระดับท็อปที่ถ่ายทอดสายเลือดแชมป์จากสนามแข่งระดับโลกมาสู่มือไบเกอร์ Diavel และ Hypermotard รถบิ๊กไบค์สไตล์ครุยเซอร์และโมตาร์ดที่พร้อมมอบความสนุกสุดเหวี่ยงและเอกลักษณ์เฉพาะตัว และ MX450 ไลน์อัพสายลุยแห่งอนาคตที่เข้ามาเติมเต็มคอมมูนิตี้ Motocross และ Enduro ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ทั้งหมดสามารถตอบทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ของไบเกอร์ ส่วนด้านการออกแบบ ดีไซน์โดดเด่นเร้าใจ อุปกรณ์แตกแต่งต่างๆ พร้อมตอบสนองความต้องการครบครัน นอกเหนือจากการออกแบบที่เป็นดีเอ็นเอของแบรนด์ รถขับขี่แรง สนุก “ความปลอดภัย” เป็นหัวใจสำคัญที่รักษาไว้อย่างดี รถเด่นแล้วยังมีเสื้อผ้าให้เลือกสรรเหมาะสมวิถีของเหล่าไบเกอร์ด้วย
“ค่าซ่อมแพง” อาจเป็น Pain Point ใหญ่ที่แบรนด์เผชิญในตลาดเมืองไทย เสียงสะท้อนจากผู้บริโภค ที่อาจมีคำกล่าว “คนขับขี่ไม่บ่น คนบ่นไม่ได้ขับขี่” แต่นี่คือตัวแปรให้ “ติดล็อก” การตัดสินใจซื้อของไบเกอร์ได้ ประเด็นนี้ “ชินศักดิ์” บอกว่าสิ่งที่ยังติดอยู่ในหัวหรือ Perception ของผู้บริโภคเกี่ยวกับ “ค่าซ่อมแพง..ซ่อมยาก” การรักษาค่อนข้างจุกจิก แต่รู้หรือไม่ว่า มาตรฐานใหม่แห่งวงการคือระยะเวลาการตรวจเช็กระยะและการตั้งวาล์ว(Desmo Service) ที่ยาวนานสูงสุดถึงถึง 6 หมื่นกิโลเมตร(กม.) สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ V4 Granturismo หรือเทียบเส้นรอบวงของโลกมีระยะ 4 หมื่น กม. เรียกว่ายังเหลืออีกครึ่งโลก
ดังนั้นการเช็กระยะ ค่าบำรุงรักษาเครื่องยนต์วีโฟร์(ราคารถอยู่ที่หลักล้านเศษ) จึงอยู่ที่ราว 60 สตางค์ต่อ 1 กม. ส่วนรุ่นเครื่องยนต์วีทู(V2) ไม่เกิน 60 สตางค์ต่อ 1 กม. นับเป็นการช่วยทลายข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และมอบความอุ่นใจให้กับผู้ครอบครองตลอดเส้นทาง
“มีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำ ค่าใช้จ่ายที่ต่ำ ด้วยรถ ดีไซน์ เป็นเหตุผลที่ทำไมต้องมีแบรนด์ดูคาติอยู่ในใจเพื่อเป็นหนึ่งในตัวเลือกรถ”
การทลายกำแพงภาพจำที่ผู้บริโภคมอง..ดูคาติแพง “ชินศักดิ์” ย้ำว่า หากมองย้อนมาที่ตัวแบรนด์ ต้องถามตัวเอง “แพงจริงหรือไม่” ซึ่งคำตอบคือ “เรามั่นใจดูคาติไม่แพง”
ดังนั้น ภารกิจจากนี้ไปจึงต้องสื่อสารการตลาดให้ไบเกอร์ กลุ่มเป้าหมายรับรู้ว่าแบรนด์รถจักรยานยนต์ดูคาติไม่ได้แพง ให้ข้อมูลความรู้การบำรุงรักษา ไม่แพง แต่ค่าใช้จ่ายสมเหตุสมผล
“สินค้า High Performance ดีไซน์ล้ำ อยู่ในราคาที่เหมาะสม เราโฟกัสการซ่อมบำรุงต่อระยะทาง แข่งขันได้ และราคาน้ำมันเครื่องที่ใช้ในศูนย์บริการ ต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับคู่แข่งแบรนด์ยุโรป”
"ชินศักดิ์" ยังเล่าสมัยขับขี่ดูคาติ ล้มแปะหรือล้มเบาๆ มีชิ้นส่วนเสียหายเจอค่าซ่อมช็อกโลกมาก่อน ถือเป็น Insight ที่เข้าใจไบเกอร์ และไม่ต้องการให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนตนเอง
“ราคาเราแข่งขันได้ในเกรดรถจักรยานยนต์แบรนด์ยุโรป”
มีรถดูคาติแล้ว การขับขี่ไม่เหงา เพราะแบรนด์มีคอมมูนิตีในการจัดกิจกรรมมากมายให้เหล่าไบเกอร์ได้เข้าร่วมด้วย
“เพื่อให้มั่นใจว่าซื้อดูคาติแล้วไม่เหงา..มีแต่เหนื่อย(ออกทริป)”
ศูนย์บริการและการให้บริการคือหัวใจสำคัญ บริษัทจะเดินหน้าเปิดศูนย์บริการ ได้แก่ ดูคาติ พระราม 4 พิษณุโลก ภูเก็ต อุบลราชธานี บางแค พัทยา และลพบุรี ยังผนึกพันธมิตรใหม่อย่าง "MX House" เปิดตัว Flagship Store แห่งใหม่บนถนนกัลปพฤกษ์ ที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญและเป็นโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ “ดูคาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย” บนพื้นที่กว่า 1,400 ตารางเมตร(ตร.ม.)
“แฟล็กชิปสโตร์ของดูตาติ กำลังจะตอกเสาเข็ม และเปิดให้บริการเดือนพฤษภาคมปี 2570 ซึ่งพื้นที่นี้จะเป็นจุดแฮงก์เอาต์แห่งใหม่ที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของชาว Ducatisti ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
การกลับมาบุกตลาดของ “ดูคาติ” ยังคิกออฟแคมเปญ “69 Quick Delivery" มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์การดูแลที่รวดเร็ว ฉับไว และไร้รอยต่อ โดยการันตีระยะเวลาการจัดส่งอะไหล่แท้เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้กลับไปสนุกกับการขับขี่ได้อย่างรวดเร็วที่สุด ภายใน 6 วัน สำหรับการจัดส่งอะไหล่ที่มีในคลังสินค้าภายในประเทศไทย และภายใน 9 วัน สำหรับการสั่งและส่งตรงอะไหล่จากคลังสินค้ากลาง ณ ประเทศอิตาลี
“ดูคาติ” ยังเตรียมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ด้วยการเผยโฉมรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ "New Hypermotard V2" อย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน และจะยกทัพบิ๊กไบค์รุ่นพิเศษ (Specials Limited) และข้อเสนอโปรโมชั่นสุดเร้าใจเกินห้ามใจ ไปร่วมสร้างความตื่นตาตื่นใจในงานมหกรรมยานยนต์ Thailand International Motor Expo ในช่วงปลายปีนี้อย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม “ดูคาติ” ลงสนามครั้งใหม่ “ชินศักดิ์” ยอมรับว่าท้าทายทุกมิติทั้งการทำตลาด การขาย บริการหลังการขาย ฯ สิ่งสำคัญคือต้องมองโจทย์ ปัญหาให้ทะลุ แล้ววางกลยุทธ์แก้
“บริหารธุรกิจยานยนต์โจทย์หลักหรือ core 60-70% เหมือนกัน ที่เหลือคือคาแร็กเตอร์แบรนด์ และลูกค้า ก้าวแรกของการเข้ามาดูแล คือวางรากฐานให้แกร่ง ทำความเข้าใจ Perception ของลูกค้า การดูแลยาก เคลียร์ Pain point เดิม เพราะสินค้าไม่มีปัญหา อยู่ที่การรับรู้ผู้บริโภค ก้าวต่อไปคือมองยอดขาย ต้องมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่เหมาะสม เทียบเคียงหรือแซงรถจักรยานยนต์แบรนด์ยุโรป”





