อีซูซุ ระบุตลาดปิกอัพถดถอย เหตุหลายปัจจัยลบฉุดกำลังซื้อ ขอรัฐ ออกมาตรการเพิ่มสะดวกลูกค้าซื้อรถ พร้อม ส่งเครื่องยนต์ใหม่ เทอร์โบคู่ แรงสุดที่เคยผลิต
ตลาดรถปิกอัพเคยเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของไทยมายาวนาน โดยบางช่วงมีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของตลาด ก่อนที่จะหดตัวอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
โดยล่าสุดช่วง 8 เดือน ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ระบุว่าตลาดรวมรถยนต์ขยายตัว 18% แต่หลัก ๆ มาจากรถยนต์นั่งและเอสยูวี ขณะที่ปิกอัพมียอดใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว
และคาดว่าตลาดทั้งปีที่ประเมินว่าจะมียอด 7 แสนคัน จะเป็นรถปิกอัพ 1.4 แสนคัน ใกล้เคียงปีที่แล้ว คิดเป็นสัดส่วนตลาด 20% เท่านั้น
ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า การหดตัวของปิกอัพมีผลต่อเนื่องต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ เนื่องจากปิกอัพเป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงที่สุดกว่า 90%
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้คือตลาดหดตัวรุนแรง ส่วนหนึ่งคือความสามารถในการเข้าถึงรถของผู้บริโภคจากหลาย ๆ ปัญหา ทั้งหนี้ครัวเรือน ความเข้มงวดของสถาบันการเงิน สถานการณ์ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น หากไม่ได้รับการสนับสนุนอาจจะทำให้สถานการณ์แย่กว่าเดิม
ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐก็มีมาตรการส่งเสริม เช่น มาตรการที่ผ่าน บสย.ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและต้องขอบคุณภาครัฐ แต่สถานการณ์ขณะนี้มองว่ามีความจำเป็นที่น่าจะมีมาตรการอื่น ๆ ต่อเนื่อง เช่น เทรดอิน หรือ มาตรการแนวทางเดียวกับ ชิม ช้อป ใช้ เช่น การเปิดให้ผู้ซื้อปิกอัพสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ เป็นต้น
"จำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการซื้อรถได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม อาจจะคล้าย ๆ แนวคิดของ ชิม ช้อป ใช้ เช่น กำหนดให้นำเงินที่ซื้อรถปิกอัพ อย่างเช่น 1 แสนบาท สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมผู้ที่ต้องการใช้ปิกอัพและอยู่ในระบบภาษีโดยตรง"
ซาโต้ กล่าวว่า ในส่วนของ อีซูซุ ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มียอดขาย 5.28 หมื่นคัน ลดลง 1.3% และคาดว่าทั้งปีจะมียอดรวมทั้งปิกอัพ พีพีวี และรถบรรทุก 7.04 หมื่นคัน ลดลง 4%
ทั้งนี้แม้ตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปมาก รวมถึงได้รับผลกระทบจากรถกลุ่มอื่น ๆ รวมถึง อีวี แต่กลุ่มลูกค้าหลัก ๆ ยังคงมีความต้องการใช้รถปิกอัพ เช่น เกษตรกร พ่อค้า หรือพนักงานโรงงาน เป็นต้น
ล่าสุด อีซูซุ มีความเคลื่อนไหวเพื่อสร้างแรงดึงดูดลูกค้า ด้วยการเสริมเครื่องยนต์ใหม่ 2.2 Ddi Maxforce Biturbo ในรถปิกอัพ และ พีพีวี บางรุ่น
ส่วนเครื่องยนต์ 2.2 เทอร์โบเดี่ยว ก็ยังมีทำตลาด เช่นเดียวกับเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร แต่ลดรุ่นย่อยลงมา เหลือเฉพาะรุ่นที่ต้องการกำลังฉุดลาก เช่น
- V-Cross Z 2 ประตู
- Spacecab S
- Spark 4x4 S
- Spark 4x2 รุ่น S
- Spark 4x2 และยังเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Cab-Chassis เพื่อจับตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ โดยติดตั้งเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร
สำหรับเครื่องยนต์ใหม่เป็นการเสริมเทอร์โบแรงดันสูงเข้าไปทำงานร่วมกับเทอร์โบแปรผัน (VGS) เพิ่มรูหัวฉีดจาก 8 เป็น 10 รู ปรับเปลี่ยนระบบหล่อเย็น และหล่อลื่น เพื่อรองรับสมรรถนะเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น
โดยเครื่องยนต์ใหม่จะเป็นเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดที่อีซูซุเคยผลิตมาในตลาดนี้ ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร





