ได้รับการตอบรับที่ดีทีเดียว สำหรับ มาสด้า ซีเอ็กซ์-6อี (CX-6e) อีวี ที่เปิดตัวในไทย ต่อจาก “มาสด้า 6อี” ที่ได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน ตั้งแต่เปิดตัวในปีที่ผ่านมา
Mazda CX-6e (ซีเอ็กซ์-6อี) ยังเป็นรถในความร่วมมือระหว่าง ฉางอัน กับ มาสด้า ผลิตที่โรงงานร่วมทุน 50:50 “ฉางอัน มาสด้า ออโตโมบิล” เมืองหนานจิง ซึ่งเป็นโรงงานที่ผลิตรถมาสด้าอย่างเดียว ส่วนรถของฉางอันนั้นใช้โรงงานที่ฉงชิ่ง นั่นทำให้การนำเข้ามาจำหน่ายไม่เสียภาษีนำเข้า จาก “ความตกลงการค้าเสรี อาเซียน-จีน”
ซีเอ็กซ์-6อี ใช้แพลทฟอร์มร่วมกับดีพอล เอส 07 แต่ว่าเป็นแพลทฟอร์มใหม่ ไม่ใช่ในเอส 07 ที่ขายในบ้านเราขณะนี้
แต่รายละเอียดอื่น ๆ นอกจากแพลทฟอร์ม หรือชุดพลังงานไฟฟ้า แล้ว มาสด้าพัฒนาเอง รวมถึงการออกแบบตัวถังภายนอกที่จะเห็นได้ว่าไม่มีกลิ่นของดีพอล แต่อย่างใด รวมถึงการเซ็ตในส่วนอื่น ๆ ทั้งช่วงล่างระบบบังคับเลี้ยวต่าง ๆ รวมถึงซอฟท์แวร์ที่ควบคุมการทำงานของรถ
เปิดตัวมา 2 รุ่นย่อย คือ
- Premium ราคา 1,259,000 บาท
- Premium Sport 1,299,000 บาท
ส่วนต่าง 4 หมื่นบาท ประกอบไปด้วย
รุ่น Premium ได้ล้อ 19 นิ้ว การตกแต่งในห้องโดยสารรวมถึงเบาะหนังผสมผ้าสีดำ
ส่วน Premium Sport ได้ล้อ 21 นิ้ว ภายในหนัง ทูโทน ม่วง-ขาว เบาะนั่งมีระบบระบายอากาศและระบบอุ่นเบาะ แอมเบียนท์ ไลท์ เพิ่มเติมที่คอนโซลกลาง กระจกมองหลังดิจิทัล
และไฮไลท์คือ กระจกมองข้างดิจิทัล แสดงภาพภายในห้องโดยสารบริเวณใต้เสา A ซึ่งมาสด้าบอกว่าการจับภาพผ่านกล้องจะลดจุดบอดได้ดีกว่าการมองผ่านกระจกโดยตรง รวมถึงเมื่อมีฝนตกก็ไม่มีปัญหา เพราะตำแหน่งกล้องออกแบบให้น้ำเข้าถึงได้ยาก
คำนวณอย่างคร่าว ๆ ส่วนต่าง 4 หมื่นบาท น่าจะคุ้มค่าที่ขยับไปเล่นตัวท็อป แต่ว่าล่าสุดหลังเปิดตัว 2 สัปดาห์ มียอดจองประมาณ 1,000 คัน สัดส่วนทั้ง 2 รุ่น พอ ๆ กัน
พูดถึงกระจกมองข้างดิจิทัล ปัจจุบันมีไม่มากนัก ที่เห็นก็เช่น “AVATR 11” ซึ่งการใช้งานถ้าใครไม่เคยใช้มาก่อน ต้องปรับตัวกันเล็กน้อย เพราะตำแหน่งจะต่างจากกระจกมองข้างทั่วไป โดยอยู่ต่ำลงเล็กน้อย ซึ่งผมเองช่วงแรก ๆ ก็มองผิดตำแหน่ง มองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นแต่กล้องที่อยู่บนปลายก้านเรียว ๆ แต่ก็ใช้เวลาไม่นานนัก ก็ชินกับตำแหน่งจอภาพ ไม่มีปัญหาอะไร
แต่ส่วนตัวผมว่าสิ่งที่จะหายไปบ้าง คือ ถ้ามองที่กระจกโดยตรง หางตาเราจะมองเห็นภาพที่กว้างออกไปด้านหลังได้อีกเล็กน้อย
ทั้ง 2 รุ่น ใช้แบตเตอรีเท่ากัน 77.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง
- รุ่น Premium สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 555 กม. ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC
- Premium Sport ลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 524 กม.
มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง
- กำลังสูงสุด 258 แรงม้า
- แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร
การตอบสนองของมอเตอร์ ทำได้รวดเร็ว จังหวะเพิ่มความเร็วไประดับสูง ๆ จังหวะเร่งแซง ทำได้สบาย ๆ ช่วยให้ขับขี่ได้สบายใจในหลากหลายเส้นทาง จะเป็นทางใหญ่ หรือ ทาง 2 เลน สวนทางไม่มีปัญหาอะไร
ส่วนความเร็วสูงสุดทำได้ 185 กม./ชม. ครับ
แต่การเซ็ทของมาสด้า เซ็ทแบบลิเนียร์ คือ ไม่ได้กระชากแบบโหด ๆ ชนิดผู้โดยสารหันมาค้อน แม้จะกดคันเร่งลงไปหนัก ๆ ก็ตาม ซึ่งหากจะเซ็ทแบบหลังติดเบาะทุกครั้งที่กดคันเร่ง ผมว่าก็คงไม่ยากอะไรจากจุดเด่นของมอเตอร์ไฟฟ้าทั่วไป
แต่ผมเชื่อว่ามาสด้าตั้งใจให้มันขับขี่ด้วยอารมณ์ธรรมชาติมากที่สุด และจังหวะการปรับเปลี่ยนความเร็วกระทันหันใกล้เคียงกับรถน้ำมันที่แรงดี ๆ สักคัน ทำให้เป็นมิตรกับผู้โดยสารทั้งคัน รวมถึงส่งกำลังและกระจายกำลัง ค่อนข้างแม่นยำ ไม่มีการปล่อยทิ้งเปล่าประโยชน์ด้วยการให้ล้อปั่นฟรีดังเอี๊ยดอ๊าด
ช่วงล่างอยู่ในเกณฑ์ดีครับ การขับขี่ทุกย่านความเร็ว คุมรถได้ง่าย ๆ ผ่อนคลาย ไม่ต้องเกร็งไม้เกร็งมือ การเข้าออกโค้ง ได้อารมณ์สปอร์ต แต่ความเป็นรถเอสยูวี รถมีการให้ตัวโยนตัวบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาแต่อย่างใด ยังคงคุมรถได้ไม่ยาก
พวงมาลัยน้ำหนักดีครับ และมีความแม่นยำ คม กระชับ ระยะฟรีน้อย ปรับได้ 2 ระดับ คือ ธรรมดา กับ สปอร์ตที่จะเพิ่มน้ำหนักเพิ่มขึ้น แต่เอาจริง ๆ แล้ว แบบธรรมดาก็รองรับทั้งการขับขี่ในเมือง หรือ ทางที่ใช้ความเร็วสูง ๆ ได้ครับ
ซีเอ็กซ์_6อี มีโหมดขับขี่ให้เลือก 3 โหมด คือ Normal, Sport และ Individual โดยแต่ละโหมดจะควบคุมการตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้า พวงมาลัย และการชาร์จคืนพลังงานที่ต่างกัน
ถ้าโดยรวมโหมดที่ตั้งมา ผมชอบ Normal ที่สุด คือ การตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงพอแล้ว พวงมาลัยก็รับมือได้ และแรงหน่วงจากการชาร์จคืนพลังงานอยู่ในระดับที่ดี แต่เพื่อนบางคนบอกว่ามันหน่วงมากไปนิด แต่จริง ๆ แล้วผมว่าเมื่อจะลดความเร็ว ค่อย ๆ ถอนคันเร่งแบบนุ่มนวล ไม่ได้ยกออกจากแป้นคันเร่งทันที การลดความเร็วก็นุ่มนวลแล้วครับ
แต่เอาเถอะ ถ้าไม่ถูกจริตจริง ๆ ก็เลือก Individual ได้ ทีนี้จะปรับแรงหน่วงแบบไม่มีเลยก็ได้ ปล่อยคันเร่งแล้วรถไหลไปตามแรงเฉื่อยยาว ๆ ได้เลย ส่วนน้ำหนักพวงมาลัย และการตอบสนองของมอเตอร์จะเอาแบบ Normal หรือ Sport ก็เลือกได้
ส่วนโหมดสปอร์ต แรงหน่วงเมื่อถอนคันเร่งจะเพิ่มขึ้นชัดเจน ผมว่าอารมณ์แบบนี้ขับท่องเที่ยวภูเขาน่าจะดี เพราะน่าจะสามารถคันเร่งอย่างเดียวควบคุมความเร็วและชะลอรถได้ในหลายช่วง
แต่อารมณ์ของมาสด้าไม่ถึงกับเป็น One Pedal นะครับ
ทั้งนี้สำหรับ ซีเอ็กซ์-6อี ในแง่ของการออกแบบตัวถังนั้น มาสด้าบอกว่าเน้นเรื่องของการจัดการทิศทางลมเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะป็นช่องลมด้านหน้าที่ปิดได้ หากไม่ต้องการลมเข้าไประบายความร้อน ช่องทางเดินอากาศที่มี 9 ตำแหน่ง
ที่โดดเด่นแปลกตาที่สุดคือที่ฝากระโปรงด้านหน้าที่เปิดให้ลมผ่านจากหน้ารถแล้วไปออกที่ด้านบน หรือ ช่องทางลมด้านข้างที่บริเวณเสา D ซึ่งก็น่าจะมีผลต่อการทรงตัวของรถพอควร รวมถึงการกระจายน้ำหนักรถ หน้า/หลัง ที่อยู่ในระดับเกือบ ๆ 50/50
โดยรวมแล้วถือว่า ซีเอ็กซ์-6อี เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะใครที่มองหารถเอสยูวี อีวี ที่ขับขี่ได้สนุก และที่สำคัญคือ การขับ การคอนโทรลรถ ทำได้แบบผ่อนคลายครับ





