CPAC ยกระดับงานก่อสร้าง ทุบสถิติอาเซียน ส่งมอบความเป็น “ที่สุด” กับโครงการสุดท้าทาย ONE BANGKOK

CPAC นำนวัตกรรมใหม่ส่งมอบความเป็นที่สุดสู่การก่อสร้างฐานรากโครงการ One Bangkok พัฒนาคอนกรีตความร้อนต่ำสูตรพิเศษ รองรับกำลังอัดสูงถึง 600 ksc. เพื่องานคอนกรีตฐานรากใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างงานคุณภาพ มั่นคงแข็งแรง พร้อมทั้งช่วยลดเวลาทำงาน ลดต้นทุนวัสดุเหลือทิ้งตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นการสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้โครงการ พร้อมยกระดับงานก่อสร้างของประเทศ สร้างนวัตกรรมงานคอนกรีต และก้าวขึ้นสู่ผู้นำด้าน Construction Solution ในระดับภูมิภาคอาเซียน
นายชนะ ภูมี Vice President - Cement and Construction Solution Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด หรือ CPAC ได้มีส่วนร่วมเข้าไปบริหารจัดการงานเทคอนกรีตฐานรากขนาดใหญ่ของโครงการ One Bangkok ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ท้าทายสำหรับ CPAC ทั้งขนาดโครงการที่มีขนาดใหญ่มาก มีมูลค่าก่อสร้างถึง 1.2 แสนล้านบาท สูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของไทย
ดังนั้นการที่ CPAC เข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์หลักในงานก่อสร้าง จึงได้นำเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในโครงการนี้ โดยเฉพาะงานเทคอนกรีตฐานราก CPAC ได้ร่วมออกแบบคอนกรีตกับเจ้าของโครงการและผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้รับเหมา ผู้ออกแบบ ตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อนำเทคโนโลยีคอนกรีตที่ดีที่สุด และมีความมั่นคงแข็งแรงสูงสุดเข้ามาใช้ในโครงการนี้ รวมทั้งการควบคุมคุณภาพให้ได้ตรงกันทุกจุด
โดยทีมวิศกรของ CPAC ได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านคอนกรีต มาพัฒนาและคิดค้นผลิตคอนกรีตสูตรพิเศษสำหรับโครงการนี้โดยเฉพาะ ออกแบบคอนกรีตความร้อนต่ำ (Low Heat Concrete) เพื่อช่วยลดอุณหภูมิแกนกลางคอนกรีต ป้องการแตกร้าวของคอนกรีต แต่มีความสามารถในการรับกำลังอัดได้สูงถึง 600 ksc. ซึ่งนับเป็นคอนกรีตที่มีกำลังอัดสูงที่สุดสำหรับงานเทฐานรากขนาดใหญ่ ที่มีความลึกมากถึง 21 เมตร กว้าง 59.1 เมตร ยาว 91.5 เมตร และหนา 4.5เมตร ทำลายสถิติที่ได้บันทึกไว้ในวงการก่อสร้างไทย
นอกจากนี้ปูนซีเมนต์ที่ใช้เป็นส่วนผสมคอนกรีตยังเป็นผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้รับรองมาตรฐาน “ได้รับฉลากเขียว (Green Label)” รายแรกและรายเดียวในไทย ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของโครงการฯ เพื่อสามารถคว้ามาตรฐานอาคารเขียวระดับสูงสุด หรือ LEED Platinum
สำหรับการเทฐานรากขนาดใหญ่ให้เสร็จลุล่วงนี้ ไม่เพียงแต่ต้องใช้เทคโนโลยีคอนกรีตที่ทันสมัย แต่ต้องบริหารจัดการวัตถุดิบ ระบบโลจิสติกส์ การจัดระบบจราจร รวมถึงการวางแผนป้องกันสิ่งแวดล้อมไม่ให้กระทบต่อความเป็นอยู่ของชุมชนรอบข้าง โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม CPAC ได้ดำเนินการฉีดสเปรย์น้ำรอบโครงการเป็นระยะ เพื่อลดฝุ่นละออง มีระบบน้ำวนหรือบ่อล้างล้อรถโม่ทุกคันก่อนออกจากโรงงานและโครงการ และใช้ผ้าใบคลุมท้ายรางโม่เพื่อป้องกันเศษคอนกรีตร่วงหล่นบนพื้นผิวถนน เป็นต้น
“โครงการ One Bangkok เป็นโครงการที่มีการเทคอนกรีตฐานรากต่อเนื่องในครั้งเดียวที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ใช้เวลาทั้งหมดในการเท 33 ชั่วโมง ดังนั้น จึงต้องวางแผนทุกอย่างให้ละเอียดรอบคอบ ปิดจุดบกพร่องต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยก่อนการเทคอนกรีตได้มีการวางแผนและประชุมร่วมกับพาร์ทเนอร์ของโครงการทั้งหมด รวมถึงการประสานงานจัดส่งจากโรงงานคอนกรีตซีแพคที่ตั้งอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล การวางแผนเส้นทางขนส่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ที่จะเข้ามาและอำนวยความสะดวกให้เกิดความคล่องตัวในการขนส่งมายังโครงการ One Bangkok ที่อยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพ และการนำเทคโนโลยีไอทีเข้ามาใช้ในการควบคุมติดตามการเดินรถทั้งหมด 547 คัน ให้ได้ตามที่กำหนด และที่สำคัญได้ให้ความสำคัญกับการประชุมร่วมกับชุมชน พยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนให้น้อยที่สุด”
สำหรับ เทคโนโลยีในการเทคอนกรีตรากฐานในครั้งนี้ จะช่วยลดระยะเวลาในการเทคอนกรีตฐานรากจากวิธีการทำงานเดิมๆ ลดเศษวัสดุเหลือทิ้งไม่เกิน 5% จากเดิมที่มีวัสดุเหลือทิ้ง 15 – 20% ซึ่งแม้ว่าต้นทุนการเทคอนกรีตฐานรากแบบนี้จะสูงกว่าเดิม แต่เมื่อคิดถึงภาพรวมทั้งหมดจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า เพราะการก่อสร้างเสร็จเร็วขึ้น ทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยต่างๆ ต้นทุนค่าจ้างแรงงาน ต้นทุนค่าบริหารโครงการก็จะลดลง รวมถึงต้นทุนวัสดุเหลือทิ้งก็ลดลง ทำให้เจ้าของโครงการมีความคุ้มค่ามากกว่า ซึ่งจะเห็นว่า Waste โดยรวมทั้งหมดลดลง เกิดเป็น Wealth เป็นการยกระดับการก่อสร้างให้กับทุกฝ่ายอย่างยั่งยืน
นายชนะ กล่าวทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่ท้าทายในโครงการนี้มีอยู่ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. เรื่องคน เราจะต้องมองจากมุมมองของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นมุมมองของลูกค้า มุมมองของเจ้าของโครงการ มุมมองของชาวบ้าน มุมมองของตำรวจจราจร มุมมองของคนงาน ให้ทุกฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วม ใช้เวลาพูดคุยแชร์ข้อมูลให้มากที่สุด เพื่อนำไปสู่การสร้างระบบบริหารจัดการที่มาจากมุมมองของทุกฝ่าย
2. เรื่องซัพพลายเชน ที่ต้องประสานให้ทุกฝ่ายทำได้ตามเวลาที่กำหนด เพราะในแต่ละชั่วโมงจะต้องเทคอนกรีต 1,150 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งนับเป็นสถิติที่มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งเป็นการเทคอนกรีตครั้งเดียวต่อเนื่องจนจบ โดยได้ใช้รถโม่จัดส่งคอนกรีตมายังหน้างานรวมทั้งสิ้น 547คัน และใช้ระยะเวลาการเทคอนกรีตจนแล้วเสร็จ 33 ชั่วโมง 15 นาที ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องอาศัยการคำนวณที่เที่ยงตรง การขนส่งวัสดุต่างๆที่ตรงเวลา เพื่อให้สำเร็จตามที่กำหนด
3.เรื่องเทคโนโลยี ที่จะต้องใช้ปูนซีเมนต์ที่มีคุณสมบัติพิเศษ และกรรมวิธีการเทคอนกรีตฐานรากแบบใหม่ เพื่อให้คอนกรีตสามารถรองรับกำลังอัดไม่ต่ำกว่า 600 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร จึงต้องมีการออกแบบ พัฒนาสินค้า และเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ CPAC ได้นำเทคโนโลยี BIM (Building Information Modeling) ซึ่งเป็นระบบสร้างแบบจำลองเสมือนจริงในคอมพิวเตอร์มาใช้ในการออกแบบก่อสร้างด้วย เพื่อให้ผู้ทำงานทุกฝ่ายเห็นส่วนประกอบทุกส่วนตรงกัน และสามารถตรวจสอบงานในส่วนต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ
“เฟส 1 ของโครงการ One Bangkok จะแล้วเสร็จภายใน 4 ปี ซึ่งเมื่อถึงวันที่เปิดโครงการ เทคโนโลยีที่ใช้ในการก่อสร้างจะต้องไม่ล้าสมัย อาคารที่ส่งมอบให้ลูกค้าจะต้องมีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง และมีหน้าตาที่ดีดังนั้น จึงต้องใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับโครงการ รวมทั้งลดวัสดุของเสียที่เกิดจากการก่อสร้างให้น้อยที่สุดทำให้ต้นทุนโดยรวมลดลง ยกระดับการก่อสร้างให้กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง”












