วันเสาร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

อีเมลขู่วางระเบิดสื่อ ‘ไอร์แลนด์-บัลแกเรีย’ เจ้าหน้าที่ ‘อียู’ เชื่อกดดันชาติหนุน ‘ยูเครน’

กองบรรณาธิการข่าวในประเทศไอร์แลนด์และบัลแกเรีย ได้รับอีเมลขู่วางระเบิดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จากผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคลื่นความปั่นป่วนจากการขู่วางระเบิดที่ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินพาณิชย์ทั่วทวีปยุโรป

KEY POINTS

  • สถานีโทรทัศน์ในไอร์แลนด์และบัลแกเรียได้รับอีเมลขู่วางระเบิด ทำให้ต้องอพยพเจ้าหน้าที่และระงับการออกอากาศชั่วคราว
  • เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพยุโรป (EU) เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นส่วนหนึ่งของยุทธการ "สงครามผสมผสาน" จากรัสเซีย
  • การข่มขู่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความปั่นป่วนและกดดันประเทศในยุโรปที่ให้การสนับสนุนยูเครนในการต่อสู้กับรัสเซีย
  • คลื่นการขู่วางระเบิดนี้ยังส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินพาณิชย์หลายสิบเที่ยวบินทั่วยุโรป แต่จากการตรวจสอบไม่พบวัตถุระเบิดใดๆ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า กองบรรณาธิการข่าวในประเทศไอร์แลนด์ และบัลแกเรีย ได้รับอีเมล ขู่วางระเบิด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จากผู้ที่อ้างตนเองในชื่อ "มีฮาอิล อันโดรปอฟ" โดยกล่าวอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคลื่นความปั่นป่วนจากการขู่วางระเบิดที่ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินพาณิชย์ทั่วทวีปยุโรปในขณะนี้ ส่งผลให้สถานีโทรทัศน์ต้องสั่งอพยพเจ้าหน้าที่และระงับการออกอากาศฉุกเฉิน ขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยุโรปออกมาตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นส่วนหนึ่งของยุทธการสงครามผสมผสานจากฝั่งรัสเซีย เพื่อบ่อนทำลายและสร้างความระส่ำระสายในชาติที่ให้การสนับสนุนยูเครน

ข้อความคำขู่ดังกล่าวถูกส่งไปยังสถานีโทรทัศน์ Nova TV ของบัลแกเรีย และสถานีโทรทัศน์สาธารณะ RTE ของไอร์แลนด์ ทำให้ต้องทำการอพยพพนักงานออกจากอาคารและสั่งระงับการออกอากาศรายการชั่วคราว โดยอีเมลดังกล่าวใช้หัวข้อว่า "ข้อความถึงชาติตะวันตก" (Message to the West) และระบุว่า การขู่ครั้งนี้เป็นเพียงการอุ่นเครื่องก่อนเปิดฉากการโจมตีระบบคมนาคมและขนส่งทั่วทั้งยุโรป นอกจากนี้ สำนักข่าว Sky ของอังกฤษเปิดเผยว่าได้รับข้อความข่มขู่ในลักษณะเดียวกัน อย่างไรก็ดี สำนักข่าว Reuters ระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันตัวตนของผู้ส่ง ต้นทางของอีเมล หรือความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ขู่วางระเบิดเที่ยวบินหลายสิบเที่ยวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ได้แน่ชัด

แม้จะยังไม่มีการยืนยันผู้ส่งที่ชัดเจน แต่ความเคลื่อนไหวนี้ได้เพิ่มความกังวลให้แก่เจ้าหน้าที่ยุโรปอย่างมาก โดยมองว่าข้อความป่วนเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของยุทธการก่อความไม่สงบแบบผสมผสาน ซึ่งหลายฝ่ายปักใจเชื่อว่าเป็นฝั่งรัสเซียที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อแก้แค้นและสร้างความกลัวในประเทศที่ให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครน ด้าน โฆเซ มานูเอล อัลบาเรส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสเปน ออกมาชี้ว่า ขณะนี้ยุโรปกำลังตกอยู่ภายใต้ "การรุกรานแบบผสมผสานและสงครามจิตวิทยา" ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเครื่องบินและพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด รวมถึงเที่ยวบินที่ถูกขู่ในวันศุกร์ ไม่พบวัตถุระเบิดใดๆ และเครื่องบินทุกลำสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระบุว่า การขู่วางระเบิดอาจมีเป้าหมายเพื่อลงโทษประเทศในยุโรปที่ส่งมอบอาวุธและเงินทุนสนับสนุนแก่ยูเครนในการต่อสู้กับการบุกรุกของรัสเซียที่เปิดฉากขึ้นเมื่อปี 2022 หรืออาจเป็นเพียงการกระทำของกลุ่มคนที่ฉวยโอกาสเลียนแบบเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ หรือเกิดจากความแค้นส่วนบุคคล โดยเหตุป่วนทางอากาศในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบประมาณ 6 เที่ยวในวันอังคาร และพุ่งสูงกว่า 20 เที่ยวบินในวันพฤหัสบดี จนบางลำต้องลงจอดฉุกเฉินหรือต้องใช้เครื่องบินขับไล่ขึ้นบินคุ้มกันไปยังจุดหมายปลายทาง

สำหรับเหตุการณ์ในวันศุกร์ เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานอิตาลีเปิดเผยว่า เที่ยวบินของสายการบิน Wizz Air จากปรากมุ่งหน้าไปโรม ต้องเบี่ยงทิศทางไปลงจอดที่เมืองเวนิส อย่างไรก็ดี แม้จะมีคำขู่ปลอมมากกว่าสิบครั้ง แต่ภาพรวมความระส่ำระสายต่อการเดินทางทางอากาศเริ่มลดน้อยลงแล้ว ขณะเดียวกัน เครื่องบินรบของฮังการีได้ออกบินคุ้มกันเครื่องบินพาณิชย์ที่บินจากบรัดเซลส์ไปโซเฟีย และจากปรากไปบูคาเรสต์ ท่ามกลางรายงานจาก รอมูลุส รุสซิน-เซนดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฮังการี ที่ระบุว่าองค์การนาโต (NATO) ได้สั่งการให้มีการลาดตระเวนทางอากาศในพื้นที่ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีรายงานว่าพันธมิตรทางการทหารฝั่งตะวันตกเข้ามามีบทบาทในวิกฤตครั้งนี้

แม้จะยังไม่มีรัฐบาลใดออกมาระบุตัวตนผู้ก่อเหตุอย่างเป็นทางการ แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตามหลังคลื่นการวินาศกรรมเป้าหมายทั่วยุโรปหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีสถานีไฟฟ้าย่อยในเยอรมนี โรงงานกลาโหมในภูมิภาคบอลติก ไปจนถึงการทำลายตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ฝรั่งเศสและหลายชาติ โดยรัฐบาลเยอรมนีได้ออกมาระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า รัสเซียอยู่เบื้องหลังการส่งโดรนก่อกวนสนามบินไลป์ซิก

เฮนนา เวย์กคูเนน กรรมาธิการด้านเทคโนโลยีของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยกับ Reuters ว่า นับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ยุโรปต้องเผชิญกับปฏิบัติการผสมผสานที่หลากหลาย ทั้งการวินาศกรรมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ การรุกล้ำของโดรน การเจาะระบบไซเบอร์ และการแทรกแซงการเลือกตั้ง เธอย้ำว่า "เราถูกโจมตีอยู่ตลอดเวลา เป้าหมายของปฏิบัติการเหล่านี้คือการสร้างความไร้เสถียรภาพในสังคมและสร้างความไม่ไว้วางใจในหมู่ประชาชน แม้จะไม่ใช่รัสเซียทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีเหล่านี้ แต่ส่วนใหญ่แล้วก็คือรัสเซีย"

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจากสนามบินในอิตาลีระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีอีเมลขู่วางระเบิดส่งไปยังสายการบินและผู้ให้บริการสนามบินหลายแห่งในกรุงโรมและเมืองมิลาน โดยอ้างว่ามาจากกลุ่ม "Male State" ซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านสิทธิสตรีและแนวคิดขวาจัดที่ถูกสั่งห้ามในรัสเซีย อย่างไรก็ดี รอยเตอร์สยังไม่สามารถยืนยันตัวตนผู้ส่งอีเมลดังกล่าวได้ ขณะที่ วลาดิสลาฟ ปอซดนยาคอฟ บล็อกเกอร์ ชาวรัสเซียผู้ก่อตั้งกลุ่ม Male State ในปี 2016 ออกมาปฏิเสธว่ากลุ่มดังกล่าวได้สลายตัวไปนานแล้วและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด