วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม 2569

Login
Login

รมว.แรงงาน สั่งฟันบริษัทวีซ่าเถื่อน ตุ๋นทำงานไอร์แลนด์ เสียหายกว่า 21 ล้าน

รมว.แรงงาน สั่งลุยเอาผิดบริษัทวีซ่าเถื่อน หลอกทำงานไอร์แลนด์ มูลค่าความเสียหาย 21 ล้านบาท ด้าน กกจ. ย้ำวีซ่าท่องเที่ยวทำงานไม่ได้ เตือนเช็กข้อมูลบริษัทจัดหางานก่อนโอนเงิน

วันนี้ (29 ก.ค. 69) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.แรงงาน) กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนหางานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จำนวน 20 คน เข้าร้องทุกข์ต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงรายว่า ถูกบริษัทรับทำวีซ่าแห่งหนึ่งหลอกลวงว่าจะพาไปทำงานในตำแหน่งพนักงานขายและพนักงานแพ็คสินค้าที่ประเทศไอร์แลนด์ โดยจ่ายค่าดำเนินการคนละประมาณ 290,000-350,000 บาท แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับพบว่าเป็นเอกสารสัญญาจ้างปลอม จนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไอร์แลนด์จับกุมดำเนินคดีและส่งตัวกลับประเทศ ว่า สำหรับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องคนหางาน โดยได้สั่งการให้กรมการจัดหางานรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากผู้ได้รับความเสียหายทั้งหมด เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งเข้าดูแล ตรวจสอบ และให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายทันที ตลอดจนขยายผลตรวจสอบกลุ่มผู้เสียหายเพิ่มเติมที่มีข้อมูลว่าอาจมีรวมกันมากกว่า 60 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 21 ล้านบาท

"กระทรวงแรงงานมีความห่วงใยพี่น้องแรงงานและครอบครัวเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เป็นการซ้ำเติมคนทำงานที่แสวงหาโอกาสเลี้ยงครอบครัว ตนได้กำชับให้กรมการจัดหางานใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และดำเนินคดีกับบริษัทหรือกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างหลอกลวงแรงงานอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก" รมว.แรงงาน กล่าว

 

ด้าน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงการดำเนินงานในพื้นที่ว่า ขณะนี้สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงรายได้รวบรวมพยานหลักฐาน และรับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหายทั้งหมดแล้ว จากการตรวจสอบพฤติการณ์พบว่าบริษัทดังกล่าวมีการใช้เอกสารสัญญาจ้างปลอมลักษณะสแกมเมอร์ เมื่อตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประเทศไอร์แลนด์โทรศัพท์ติดต่อนายจ้างปลายทาง ได้รับคำตอบว่าไม่ได้เปิดรับแรงงานต่างชาติและเป็นการแอบอ้างสวมรอย นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบฐานข้อมูลของกรมการจัดหางาน พบว่าบริษัทดังกล่าวนั้น ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานให้เป็นบริษัทจัดหางานเพื่อนำคนหางานไปทำงานต่างประเทศแต่อย่างใด เป็นเพียงการจดทะเบียนทำวีซ่าท่องเที่ยวเท่านั้น

โดยจากการตรวจสอบพบว่าบริษัทแห่งนี้ชวนเชื่อและใช้วิธีนำผู้เสียหายเดินทางด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งตามกฎหมายต่างประเทศ วีซ่าท่องเที่ยวไม่สามารถใช้ทำงานได้ทุกกรณี การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ที่หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ โดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจำคุก 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการโฆษณาการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากผู้ที่ได้รับความเสียทั้งหมดเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีทางอาญาอย่างเร่งด่วนต่อไป

 

อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวต่อว่า ขอเตือนประชาชนที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ อย่าหลงเชื่อคำชวนเชื่อผ่านโซเชียลมีเดีย หรือบริษัทที่อ้างว่าสามารถพาไปทำงานได้ การเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีเพียง 5 วิธีเท่านั้น คือ

  • บริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนถูกต้องกับกรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง
  • กรมการจัดหางานจัดส่ง
  • เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง
  • นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงาน
  • นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงาน

ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจโอนเงินหรือทำสัญญาใด ๆ ขอให้พี่น้องที่ประสงค์ไปทำงานต่างประเทศ "ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายก่อนทุกครั้ง" ได้ที่เว็บไซต์ doe.go.th/ipd และหากได้รับความเดือดร้อนสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 0 2248 4792 และ โทร. 0 2245 6763 หรือที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมการจัดหางาน 1506 กด 2