รมว.แรงงาน สั่งลุยเอาผิดบริษัทวีซ่าเถื่อน หลอกทำงานไอร์แลนด์ มูลค่าความเสียหาย 21 ล้านบาท ด้าน กกจ. ย้ำวีซ่าท่องเที่ยวทำงานไม่ได้ เตือนเช็กข้อมูลบริษัทจัดหางานก่อนโอนเงิน
วันนี้ (29 ก.ค. 69) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.แรงงาน) กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนหางานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จำนวน 20 คน เข้าร้องทุกข์ต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงรายว่า ถูกบริษัทรับทำวีซ่าแห่งหนึ่งหลอกลวงว่าจะพาไปทำงานในตำแหน่งพนักงานขายและพนักงานแพ็คสินค้าที่ประเทศไอร์แลนด์ โดยจ่ายค่าดำเนินการคนละประมาณ 290,000-350,000 บาท แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับพบว่าเป็นเอกสารสัญญาจ้างปลอม จนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไอร์แลนด์จับกุมดำเนินคดีและส่งตัวกลับประเทศ ว่า สำหรับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องคนหางาน โดยได้สั่งการให้กรมการจัดหางานรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากผู้ได้รับความเสียหายทั้งหมด เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งเข้าดูแล ตรวจสอบ และให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายทันที ตลอดจนขยายผลตรวจสอบกลุ่มผู้เสียหายเพิ่มเติมที่มีข้อมูลว่าอาจมีรวมกันมากกว่า 60 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 21 ล้านบาท
"กระทรวงแรงงานมีความห่วงใยพี่น้องแรงงานและครอบครัวเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เป็นการซ้ำเติมคนทำงานที่แสวงหาโอกาสเลี้ยงครอบครัว ตนได้กำชับให้กรมการจัดหางานใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และดำเนินคดีกับบริษัทหรือกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างหลอกลวงแรงงานอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก" รมว.แรงงาน กล่าว
ด้าน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงการดำเนินงานในพื้นที่ว่า ขณะนี้สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงรายได้รวบรวมพยานหลักฐาน และรับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหายทั้งหมดแล้ว จากการตรวจสอบพฤติการณ์พบว่าบริษัทดังกล่าวมีการใช้เอกสารสัญญาจ้างปลอมลักษณะสแกมเมอร์ เมื่อตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประเทศไอร์แลนด์โทรศัพท์ติดต่อนายจ้างปลายทาง ได้รับคำตอบว่าไม่ได้เปิดรับแรงงานต่างชาติและเป็นการแอบอ้างสวมรอย นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบฐานข้อมูลของกรมการจัดหางาน พบว่าบริษัทดังกล่าวนั้น ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานให้เป็นบริษัทจัดหางานเพื่อนำคนหางานไปทำงานต่างประเทศแต่อย่างใด เป็นเพียงการจดทะเบียนทำวีซ่าท่องเที่ยวเท่านั้น
โดยจากการตรวจสอบพบว่าบริษัทแห่งนี้ชวนเชื่อและใช้วิธีนำผู้เสียหายเดินทางด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งตามกฎหมายต่างประเทศ วีซ่าท่องเที่ยวไม่สามารถใช้ทำงานได้ทุกกรณี การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ที่หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ โดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจำคุก 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการโฆษณาการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากผู้ที่ได้รับความเสียทั้งหมดเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีทางอาญาอย่างเร่งด่วนต่อไป
อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวต่อว่า ขอเตือนประชาชนที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ อย่าหลงเชื่อคำชวนเชื่อผ่านโซเชียลมีเดีย หรือบริษัทที่อ้างว่าสามารถพาไปทำงานได้ การเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีเพียง 5 วิธีเท่านั้น คือ
- บริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนถูกต้องกับกรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง
- กรมการจัดหางานจัดส่ง
- เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง
- นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงาน
- นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงาน
ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจโอนเงินหรือทำสัญญาใด ๆ ขอให้พี่น้องที่ประสงค์ไปทำงานต่างประเทศ "ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายก่อนทุกครั้ง" ได้ที่เว็บไซต์ doe.go.th/ipd และหากได้รับความเดือดร้อนสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 0 2248 4792 และ โทร. 0 2245 6763 หรือที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมการจัดหางาน 1506 กด 2


