พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล หนุนเดโมแครตสู้อำนาจวีโต้ของทรัมป์ ดันวาระสำคัญ ปูทางเลือกตั้งปี 2028 ชี้รีพับลีกันแพ้ราบคาบไม่ใช่เรื่องปากท้องอย่างเดียว
พอล ครุกแมน (Paul Krugman) เขียนบทความหลังทราบผลเลือกตั้งกลางเทอม “What Democrats Can Do / Yes, Trump has veto power. Force him to use it.” ใจความว่า ประชาชนชาวอเมริกันเพิ่งส่งสัญญาณปฏิเสธโดนัลด์ ทรัมป์อย่างรุนแรงจนชวนตะลึง หากเรามีระบบรัฐสภา รถขนย้ายก็คงมาจอดอยู่ที่ทำเนียบขาวแล้ว แต่ในระบบที่เป็นอยู่ ทรัมป์ซึ่งนับวันยิ่งเสียสติและอ่อนแรงลง จะยังคงกุมอำนาจด้านนโยบายต่างประเทศ ความมั่นคงแห่งชาติ และการดำเนินงานภายในประเทศของรัฐบาลกลางอีกหลายด้านต่อไปอีกสองปี
ทรัมป์ยังจะคงมีอำนาจยับยั้งกฎหมายด้วย ดังที่เขาจงใจเน้นย้ำบน Truth Social ขณะที่ผลการเลือกตั้งทยอยออกมา และแม้พรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากอย่างท่วมท้นในสภาคองเกรสทั้งสองสภา แต่ก็ยังมีเสียงไม่มากพอที่จะลงมติล้มการยับยั้งของเขาได้
- พรรคเดโมแครตจะทำอะไรได้บ้างด้วยเสียงข้างมากที่เพิ่งได้มา ?
ครุกแมนบอกว่า คำตอบสำคัญข้อหนึ่งคือ ตอนนี้พวกเขาจะได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการต่าง ๆ จึงมีอำนาจดำเนินการสอบสวนและจัดการไต่สวน โดยมีอำนาจออกหมายเรียกเป็นเครื่องมือสนับสนุน เรื่องนี้มีความสำคัญต่อแก๊งทรัมป์มากกว่าที่จะเป็นต่อรัฐบาลปกติ ใครก็ตามที่ติดตามสถานการณ์ย่อมรู้ว่าทรัมป์และพรรคพวกกำลังขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์ แต่ชาวอเมริกันจำนวนมากอาจยังไม่เข้าใจว่าการทุจริตนั้นกว้างขวางเพียงใด การมีอำนาจเปิดโปงการทุจริตเหล่านี้ต่อสาธารณะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของชาวอเมริกันในความสุจริตของรัฐบาล รวมทั้งทำให้ทรัมป์และพวกที่ทำลายบ้านเมืองต้องรับผิด ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อรู้ว่าเวลาของตนใกล้หมดลงแล้ว แก๊งทรัมป์ก็ยิ่งมีแรงจูงใจทุกประการที่จะกอบโกยและปล้นสะดมครั้งใหญ่
และพรรคเดโมแครตก็รู้เรื่องนี้ดี ในคืนวันอังคาร (3 พ.ย. 69) โรเบิร์ต การ์เซีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งน่าจะได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร ส่งสารอย่างตรงไปตรงมาถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์ว่า “เตรียมหาทนายไว้ได้เลย”
- เดโมแครตชนะท่วมท้นสะท้อนคนอเมริกันต้องการปฎิรูปใหญ่
ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม เมื่อผู้สร้างแบบจำลองการเลือกตั้งคาดว่าจะเกิดกระแสชัยชนะของเดโมแครต แต่ไม่ได้คาดว่าจะเป็นสึนามิอันมหึมาเช่นนี้
ครุกแมนระบุว่า การได้คุมตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการเหล่านั้นจะเป็นผลตอบแทนหลัก อย่างไรก็ตาม ชัยชนะขนาดมหึมาแสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกันต้องการการเปลี่ยนแปลงในระดับรากฐาน ต้องการตัดขาดจากแนวทางแบบทรัมป์อย่างเด็ดขาด แต่เมื่อทรัมป์ยังถือปากกายับยั้งกฎหมายอยู่ พวกเขาควรทำอะไรในช่วงสองปีที่เหลือของวาระเขา?
ครุกแมนกล่าวว่า เขารู้คำตอบของคำถามนั้นแล้ว นั่นคือ ผ่านกฎหมายที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและเป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกันทั่วไปอย่างชัดเจน ไม่ใช่ต่อเหล่ามหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจ ทั้งที่รู้ดีว่าทรัมป์จะยับยั้งกฎหมายเหล่านั้น “ขอย้ำว่า พรรคเดโมแครตไม่ควรพยายามทำข้อตกลงกับทรัมป์ ชายผู้ไม่เคยตกลงอะไรโดยไม่พยายามฉีกข้อตกลงนั้นในภายหลัง”
ครุกแมนเสนอว่า พรรคเดโมแครตควรจัดทำชุดข้อเสนอกฎหมายที่ครอบคลุมอย่างกว้างขวาง เพื่อแก้ปัญหาที่รุมเร้าชาวอเมริกันทั่วไป เมื่อทรัมป์ยับยั้งร่างกฎหมายใด พวกเขาควรพยายามลงมติล้มการยับยั้งนั้น โดยบีบให้สมาชิกพรรครีพับลิกันทุกคนต้องเลือกว่าจะสนับสนุนการขัดขวางของทรัมป์ ซึ่งจะทำให้เห็นชัดว่าพวกเขาต้องรับผิดไม่ต่างจากเขา หรือจะกล้ายืนหยัดและให้เสียงเพิ่มเติมที่จำเป็นต่อการล้มการยับยั้งเหล่านั้น
และเมื่อคำนึงถึงว่าทรัมป์กลายเป็นบุคคลที่ชาวอเมริกันต่อต้านมากเพียงใด ก็เป็นไปได้ด้วยซ้ำว่าสมาชิกรีพับลิกันบางคนจะหันหลังให้เขา เพื่อผ่านกฎหมายดี ๆ ได้สักสองสามฉบับ
- กฎหมายแบบไหน ?
ครุกแมนกล่าว พรรคเดโมแครตไม่ควรหลีกเลี่ยงแผนที่ทะเยอทะยานอย่างแท้จริง เช่น ให้ประกันสุขภาพสำหรับทุกคน (Medicare-for-All) แม้ในขณะนี้จะไม่มีโอกาสบังคับใช้เป็นกฎหมายเลยก็ตาม พรรคเดโมแครตต้องแสดงให้ชัดว่าพวกเขายืนหยัดเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง แต่ก็ควรเสนอแนวทางที่ก้าวเล็กลงด้วย เช่น เปิดให้ชาวอเมริกันอายุต่ำกว่า 65 ปีจ่ายเงินเพื่อเข้าร่วมเมดิแคร์ และควรเสนอกฎหมายคืนเงินอุดหนุนภายใต้กฎหมายประกันสุขภาพที่ทุกคนเข้าถึง (Affordable Care Act) ทันที หลังจากทรัมป์และพันธมิตรยกเลิกเงินอุดหนุนเหล่านี้ จนทำให้เบี้ยประกันสุขภาพพุ่งสูงและจำนวนผู้ลงทะเบียนลดฮวบ
- คว่ำบาตรรัสเซีย ฟื้นความช่วยเหลือยูเครน
ในด้านนโยบายต่างประเทศ ครุกแมนเห็นว่า เดโมแครตควรผ่านกฎหมายเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียและฟื้นความช่วยเหลือแก่ยูเครน สมาชิกรีพับลิกันจำนวนไม่น้อยอาจถึงขั้นร่วมลงมติล้มการยับยั้งของทรัมป์ด้วย อย่าลืมว่ามีประชาชนสหรัฐเพียงร้อยละ 3 ที่เห็นใจรัสเซียมากกว่ายูเครน และมีชาวรีพับลิกันเพียงร้อยละ 4 ที่เห็นใจรัสเซีย และผมเชื่อว่าสมาชิกรีพับลิกันหลายคนในสภาคองเกรสรู้สึกละอายอยู่ลึก ๆ ที่เห็นทรัมป์เข้าข้างวลาดิมีร์ ปูตินอย่างชัดเจนเช่นนี้
ครุกแมนเสนอ ตัวอย่างอื่น ๆ ที่เห็นได้ชัด ได้แก่:
· ปฏิเสธการใช้เงินอีกหลายพันล้านดอลลาร์กับสงครามที่ล้มเหลวกับอิหร่าน
· ยุติมาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์
· กำหนดนโยบายคุ้มครองชาวอเมริกันจากอันตรายของ AI และอำนาจครอบงำของศูนย์ข้อมูล
· ปฏิรูปนโยบายภาษี เพื่อไม่ให้เอื้อประโยชน์แก่คนร่ำรวยและเปิดช่องให้บริษัทหลบเลี่ยงภาษีอีกต่อไป
· ยุติการใช้อำนาจโดยมิชอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐ (ICE)
· ยุตินโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่ทำร้ายประเทศตนเอง
· ฟื้นฟูสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคทางการเงิน (Consumer Financial Protection Bureau) และให้อำนาจบังคับใช้กฎหมายแก่หน่วยงานนี้
· จัดเก็บภาษีกำไรส่วนเกินจากบริษัทน้ำมัน
· กำหนดนโยบายที่เอื้อประโยชน์แก่พลังงานสีเขียวที่คุ้มค่าต่อต้นทุน เช่น โซลาร์ฟาร์มและฟาร์มกังหันลม
· ออกกฎหมายตัดช่องทางที่นักการเมืองและสมาชิกครอบครัวจะหาผลประโยชน์ทางการเงินจากตำแหน่งของตน
ในประเด็นทั้งหมดนี้และอีกมากมาย “พรรคเดโมแครตควรบีบให้ทรัมป์ใช้อำนาจยับยั้ง เพื่อให้คนทั้งประเทศเห็นชัดว่าเขาคือต้นเหตุที่ทำให้ชาวอเมริกันต้องทนทุกข์กับนโยบายอันเป็นพิษเป็นภัย ซึ่งเอื้อประโยชน์แก่เหล่ามหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจ ทรัมป์ และพรรคพวกของเขา” ครุกแมน กล่าว
เขาระบุต่อไปว่า กฎหมายทั้งหมดที่พรรคเดโมแครตเสนอควรผ่านการร่างอย่างรอบคอบและเป็นกฎหมายที่ดีเมื่อพิจารณาอย่างเป็นกลาง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นรากฐานของคลังนโยบายที่พรรคเดโมแครตจะนำไปต่อสู้ในการเลือกตั้งปี 2028 ทั้งการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสภาคองเกรส
“ใช่… วันนี้พรรคเดโมแครตกำลังปลาบปลื้มกับผลการเลือกตั้งวันอังคาร แต่เราควรตระหนักด้วยว่า พวกเขายังต้องต่อสู้กับการขัดขวางของพรรครีพับลิกันตลอดสองปีข้างหน้า รวมถึงเสียงข้างมากในศาลสูงสุดที่เป็นปฏิปักษ์ด้วย” เขาย้ำ
เขาเตือนว่า "ขอให้พวกเราเฉลิมฉลองกันเถอะ แต่ก็ต้องตระหนักให้มากด้วยว่าสิ่งนี้—หากอ้างอิงคำพูดของเชอร์ชิล—ยังไม่ใช่จุดจบ และไม่ใช่แม้กระทั่งจุดเริ่มต้นของจุดจบ แต่บางทีอาจเป็นจุดจบของจุดเริ่มต้น ของการต่อสู้เพื่อทวงคืนประเทศนี้"
ไม่ใช่แค่เรื่องปากท้องที่เดโมแครตชนะขาดลอย
ก่อนบทความข้างต้น ครุกแมนยังเขียนบทความอีกชิ้นชื่อว่า “It wasn’t the Economy, Stupid / 2024 was a blip. This was America.” (ไม่ใช่ (แค่) เรื่องเศรษฐกิจหรอก เจ้าโง่
ปี 2024 เป็นเพียงความผิดปกติชั่วคราว นี่ต่างหากคืออเมริกา)
เขาเขียนว่า การเลือกตั้ง (3 พ.ย.) ไม่ใช่การเลือกตั้งธรรมดา แต่เป็นการยืนยันร่วมกันของผู้คนจำนวนมหาศาลว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังคงเชื่อมั่นในคุณค่าพื้นฐานของชาติเรา และเป็นการปฏิเสธครั้งใหญ่ต่อขบวนการที่ต้องการทำลายทุกสิ่งที่ชาติเรายึดถือ และไม่เลย มันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความไม่พอใจต่อเศรษฐกิจเท่านั้น
ใช่ ภาวะเงินเฟ้อจากทรัมป์ที่เกิดจากมาตรการภาษีศุลกากรและความล้มเหลวย่อยยับในเรื่องอิหร่านมีส่วนช่วย แต่การเลือกตั้งที่พลิกไปเพราะประชาชนโกรธแค้นราคาสินค้าที่สูงนั้น จะมีหน้าตาเหมือนปี 2024 เมื่อทรัมป์ชนะคะแนนเสียงรวมทั่วประเทศด้วยส่วนต่าง 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ (percentage points) ส่วนเมื่อคืน ดูเหมือนว่าพรรคเดโมแครตจะชนะคะแนนเสียงรวมทั่วประเทศด้วยส่วนต่าง 13–14 จุด
- อะไรเป็นแรงขับเคลื่อนชัยชนะอันน่าทึ่งครั้งนี้ ?
ครุกแมนตอบคำถามว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื้อสายฮิสแปนิก (Hispanic) ซึ่งหันไปสนับสนุนทรัมป์ในปี 2024 ด้วยความเชื่ออันไร้เดียงสาว่าเขาจะทำให้ราคาสินค้าลดลง ได้หันมาต่อต้านอย่างท่วมท้นต่อระบอบที่กำลังจับกุม คุมขัง และเนรเทศเพื่อนฝูงและครอบครัวของพวกเขา
ครุกแมนชี้ต่อไปว่า ชาวอเมริกันผิวดำออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันอย่างล้นหลาม เพื่อต่อต้านพรรคที่เหยียดเชื้อชาติอย่างโจ่งแจ้งและกำลังพยายามพรากสิทธิเลือกตั้งของพวกเขา ชาวอเมริกันทุกกลุ่มต่างรู้สึกรังเกียจความโหดร้ายของรัฐบาล รวมถึงการทุจริตที่แพร่สะพัดอย่างโจ่งแจ้งและไม่ละอาย
- หนุนเดโมแครตเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์มหาเศรษฐีที่กระทำมิชอบ
ครุกแมนเล่าย้อนว่า หลังปี 2024 ชนชั้นนำจำนวนมากรีบพากันไปหมอบราบต่อหน้าทรัมป์ โดยหาทางโน้มน้าวตัวเองว่า ความพ่ายแพ้อย่างเฉียดฉิวของพรรคเดโมแครตในปีที่พรรครัฐบาลแพ้การเลือกตั้งแทบทุกแห่ง เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงการเมืองสหรัฐ อย่างถาวร และพวกเผด็จการอำนาจนิยมที่ทุจริตและขายความเกลียดชังจะครองอำนาจตลอดไป ยังมีอีกมากที่ควรเขียนถึงว่า เหตุใดโดยเฉพาะเหล่ามหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจจึงพร้อมใจเชื่อว่า คุณค่าประชาธิปไตยในความหมายทั่วไปได้กลายเป็นเรื่องของอดีตไปแล้ว และหนึ่งในสิ่งสำคัญที่พรรคเดโมแครตต้องทำตอนนี้ คือทำให้ไม่เพียงเจ้าหน้าที่ของทรัมป์ แต่รวมถึงผู้ที่เอื้อให้เขาทำสิ่งต่าง ๆ ได้ ต้องรับผิดด้วย
เขาย้ำว่า ประเด็นสำคัญในตอนนี้คือ ขบวนการ MAGA มองผลการเลือกตั้งปี 2024 ว่าเป็นหลักฐานว่าชาวอเมริกันต้องการลัทธิฟาสซิสต์ และลงมือทำตามข้อสันนิษฐานนั้น แต่ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคนได้กล่าวโดยนัยว่า ไม่ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา
“ความเสียหายที่เกิดขึ้นตลอดสองปีที่ผ่านมามหาศาลอย่างเหลือเชื่อ และผมไม่รู้ว่าจะมีส่วนใดบ้างที่ยังพอซ่อมแซมได้ แต่ในที่สุดก็มีความหวัง เพราะเมื่อคืน อเมริกาได้แสดงให้เห็นว่า อเมริกายังคงเป็นอเมริกา” ครุกแมนระบุ
...
อ้างอิงจาก: “What Democrats Can Do / Yes, Trump has veto power. Force him to use it.”
“It wasn’t the Economy, Stupid / 2024 was a blip. This was America.” โดย Paul Krugman /www.substack.com





