วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ถอดถอน-ฟ้องอาญา ปธน.ปารากวัย ทุจริตจนธนาคารล่ม 3 ล้านคนกดเงินไม่ได้

อัยการปารากวัยได้ตั้งข้อหาต่ออดีตประธานาธิบดี ซานติอาโก เปญญา ในข้อหาประพฤติผิดต่อหน้าที่และบริหารจัดการเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน จากคดีทุจริตธนาคารครั้งมหาศาล

KEY POINTS

  • ซานติอาโก เปญญา อดีตประธานาธิบดีปารากวัย ถูกวุฒิสภาถอดถอนอย่างเป็นเอกฉันท์ และถูกอัยการตั้งข้อหาอาญาในคดีทุจริตที่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ส่วนตัว
  • วิกฤตการณ์นี้เกิดจากการล่มสลายของธนาคารอูเอโน ซึ่งส่งผลให้ประชาชนราว 3 ล้านคน หรือกว่าครึ่งประเทศ ไม่สามารถเข้าถึงเงินฝากและเงินบำนาญได้
  • เหตุการณ์ดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ ขณะที่รองประธานาธิบดีได้เข้ารับตำแหน่งรักษาการแทน พร้อมให้คำมั่นว่าจะชดเชยความเสียหายให้ผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด

สำนักข่าว BBC รายงานว่า อัยการปารากวัยได้ตั้งข้อหาทางอาญาต่ออดีตประธานาธิบดี ซานติอาโก เปญญา ในข้อหาประพฤติผิดต่อหน้าที่และบริหารจัดการเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน จากคดีทุจริตธนาคารครั้งมหาศาล โดยการฟ้องร้องครั้งนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่นาทีหลังจากที่วุฒิสภาถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นเอกฉันท์ เนื่องจากประชาชนกว่าครึ่งประเทศได้รับผลกระทบจากการไม่สามารถเข้าถึงเงินฝากและเงินบำนาญได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวเปญญาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทันทีที่สมาชิกรัฐสภา รวมถึงสมาชิกจากพรรคการเมืองของเขาเอง มีมติเป็นเอกฉันท์ 44 ต่อ 0 เสียง จากสมาชิกทั้งหมด 45 คน โดยมีผู้ไม่มาประชุม 1 คน ในการถอดถอนเปญญาออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศ

วิกฤติครั้งนี้มีชนวนเหตุมาจากการล่มสลายของ ธนาคารอูเอโน ซึ่งเป็นธนาคารดิจิทัลที่มีความเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัวของเปญญา โดยก่อนหน้านี้เขาได้เสนอตัวที่จะลาออกจากตำแหน่งเพื่อลดแรงกดดัน แต่วุฒิสภาปฏิเสธการลาออกและเลือกที่จะลงมติถอดถอน พร้อมตั้งข้อหาประพฤติมิชอบ ซึ่งส่งผลให้เขาถูกยึดเอกสิทธิ์คุ้มกัน ที่ปกติอดีตประธานาธิบดีจะได้รับทันที

ข้อหาการถอดถอนระบุว่า เปญญาที่เคยถือหุ้นในบริษัทแม่ของธนาคารแห่งนี้จนถึงปีที่แล้วนั้น มีพฤติกรรมเข้าข่ายขัดกันทางผลประโยชน์ แทรกแซงและบิดเบือนการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ ยักยอกเงินกองทุนบำนาญ และมีส่วนร่วมในการปกปิดความผิดเชิงสถาบันร่วมกับธนาคารกลางปารากวัย

อย่างไรก็ดี เปญญาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยเผยแพร่วิดีโอผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า "ผมไม่เคยมีความตั้งใจที่จะทรยศต่อความไว้วางใจที่พวกท่านมอบให้" และระบุว่าสิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือ "ความสงบสุขของชาวปารากวัยที่ฝากเงินออมไว้ในระบบการเงินของเรา"

เมื่อธนาคารกลางปารากวัยเข้าอายัดกิจการธนาคารดังกล่าว จึงส่งผลให้ประชาชนราว 3 ล้านคน หรือคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ ไม่สามารถถอนเงินออมและเงินบำนาญออกมาได้ เกิดแถวยาวเหยียดพยายามถอนเงินตามถนนในกรุงอัสซุนซิออน จนลุกลามกลายเป็นการประท้วงระลอกใหญ่ทั่วประเทศ มีการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งต้องใช้แก๊สน้ำตาและฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อควบคุมฝูงชน

ทางด้านวุฒิสมาชิก ราฟาเอล ฟิลิซโซลา ออกมาระบุว่า "เรากำลังเผชิญกับคดีทุจริตคอรัปชันที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยของเรา ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อรัฐ ประชาชน และภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของประเทศ"

ขณะที่ บาซิลิโอ นุญเญซ ประธานวุฒิสภา ยืนยันว่าเปญญา มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน ด้าน ริคาร์โด เปรดา ทนายความฝ่ายจำเลยของเปญญา ได้ออกมาตอบโต้ว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็น "การกล่าวหาที่ไม่ระมัดระวัง ไร้ความรับผิดชอบ และฉวยโอกาสทางการเมือง"

ภายหลังการถอดถอนนั้น เปโดร อัลเลียนา รองประธานาธิบดี ได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการคนใหม่ โดยจะมีระยะเวลาดำรงตำแหน่งไปจนถึงปี 2028 พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่ยื่นมือทอดทิ้งประชาชนหลายล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้ โดยยืนยันว่า "พี่น้องชาวปารากวัยที่กำลังยากลำบากจากเหตุการณ์สถาบันการเงินล่มสลาย จะได้รับการชดเชยอย่างเต็มจำนวน"