วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ลุ้นผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ โพลชี้เรตติ้งทรัมป์ร่วงใกล้จุดต่ำสุด

การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้ลงแข่งขันด้วย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีบทบาทสำคัญในการหาเสียง คะแนนนิยมในตัวเขาย่อมมีผลต่อพรรครีพับลิกัน ผลโพลพอจะบอกให้เห็นเค้าลางแม้ผลการเลือกตั้งจริงอาจต้องใช้เวลา

KEY POINTS

  • ผลสำรวจรอยเตอร์/อิปซอสชี้ว่าคะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันจำนวนมากมองว่าการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกลางเทอมเป็นการแสดงออกเพื่อต่อต้านทรัมป์
  • ผลสำรวจความนิยมพรรคการเมืองโดยรวมพบว่าพรรคเดโมแครตมีคะแนนนำพรรครีพับลิกันในสัดส่วน 46% ต่อ 38%

การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้ลงแข่งขันด้วย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีบทบาทสำคัญในการหาเสียง คะแนนนิยมในตัวเขาย่อมมีผลต่อพรรครีพับลิกัน ผลโพลพอจะบอกให้เห็นเค้าลางแม้ผลการเลือกตั้งจริงอาจต้องใช้เวลา  ลุ้นผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ โพลชี้เรตติ้งทรัมป์ร่วงใกล้จุดต่ำสุด

ผลสำรวจความคิดเห็นจากรอยเตอร์/อิปซอส เสร็จสิ้นเมื่อวันจันทร์ (2 พ.ย.) พบว่า คะแนนความนิยมของทรัมป์ ยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในตำแหน่งประธานาธิบดี เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันจำนวนมากมองว่าการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกลางเทอมในวันอังคาร (3 พ.ย.) จะเป็นการแสดงออกถึงการต่อต้านประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันรายนี้

ผลสำรวจความเห็นจากผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 1,765 คนผ่านทางออนไลน์ ค่าความผิดพลาดไม่เกิน 2 จุดเปอร์เซ็นต์ เผยให้เห็นจุดอ่อนทางการเมืองของพรรครีพับลิกันผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่ทรัมป์เปิดฉากสงครามกับอิหร่านเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

ในคำถามสำรวจความนิยมของพรรคการเมืองในภาพรวม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งระบุว่า พวกเขาสนับสนุนพรรคเดโมแครตมากกว่าพรรครีพับลิกันสัดส่วนอยู่ที่ 46% ต่อ 38% คำถามนี้เป็นเครื่องมือประเมินภาพรวมว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศต้องการให้พรรคการเมืองใดเข้ามามีอำนาจควบคุมสภาคองเกรสของสหรัฐมากกว่ากัน

อย่างไรก็ตาม คะแนนนำ 8 จุดเปอร์เซ็นต์ของพรรคเดโมแครต ถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ที่เดโมแครตมีคะแนนนิยมนำรีพับลิกันอยู่ 11 จุดเปอร์เซ็นต์ ลุ้นผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ โพลชี้เรตติ้งทรัมป์ร่วงใกล้จุดต่ำสุด

ขณะนี้พรรครีพับลิกันของทรัมป์กำลังดิ้นรนรักษาสถานะการเป็นพรรคเสียงข้างมากในสภาคองเกรสเอาไว้ให้ได้

นักยุทธศาสตร์ทางการเมืองจากทั้งสองพรรคมองว่า พรรคเดโมแครตมีโอกาสดีที่สุดในการควบคุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด 435 ที่นั่ง แต่เส้นทางสู่ชัยชนะในวุฒิสภาของเดโมแครตยากลำบากมากกว่า เนื่องจากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พรรคต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะสูญเสียที่นั่งในรัฐอะแลสกาและมิชิแกน

  •  บทบาททรัมป์ต่อการเลือกตั้ง

แม้ว่าทรัมป์ไม่ได้ลงเลือกตั้งด้วย แต่บทบาทและอิทธิพลทางการเมืองของเขายังคงมีความสำคัญอย่างมาก และเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของโหวตเตอร์

ผู้ตอบแบบสำรวจประมาณ 32% ระบุว่า พวกเขาพึงพอใจต่อการทำงานของทรัมป์ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐ ตัวเลขดังกล่าวไม่เปลี่ยนแปลงจากผลสำรวจเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน และยังสูงกว่าระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ 31% เมื่อสองสัปดาห์ก่อนอยู่เล็กน้อย

เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้ พบว่า 50% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สังกัดพรรค มองการลงคะแนนครั้งนี้ว่าเป็นการลงคะแนนเพื่อต่อต้านทรัมป์ 13% ลงคะแนนเพื่อทรัมป์ อีก 33% กล่าวว่า ประธานาธิบดีไม่ใช่ปัจจัยต่อการลงคะแนน ลุ้นผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ โพลชี้เรตติ้งทรัมป์ร่วงใกล้จุดต่ำสุด

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 78% ระบุว่า ปัญหาค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างมาก หรือเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจว่าจะลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด

เมื่อถามว่าพรรคการเมืองใดมีความสามารถในการจัดการกับปัญหาค่าครองชีพได้ดีกว่ากัน ผู้ตอบแบบสำรวจเลือกพรรคเดโมแครตมากกว่าพรรครีพับลิกันในสัดส่วน 43% ต่อ 32%

ในด้านความกระตือรือร้นดูเหมือนสมาชิกพรรคเดโมแครตอยากไปลงคะแนนมากกว่า ด้วยพรรคหวังว่าจะได้เปรียบหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก โหวตเตอร์เดโมแครตราว 49% กล่าวว่า พวกเขา “พร้อมมาก” สำหรับการเลือกตั้งปีนี้ เทียบกับรีพับลิกันสัดส่วนอยู่ที่ 33%

กล่าวได้ว่า การเลือกตั้งกลางเทอม 3 พ.ย. เพื่อแย่งชิงเสียงข้างมากในสภาคองเกรส เป็นบททดสอบทางการเมืองใหญ่สุดของประธานาธิบดีทรัมป์ ในวาระที่ 2

เว็บไซต์สเตรทส์ไทม์สรายงานว่า ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และอีกหลายพันตำแหน่งในระดับรัฐและท้องถิ่นอาจทราบได้ในเวลาไม่กี่นาทีไปจนถึงหลายสัปดาห์ เนื่องจากการจัดการเลือกตั้งของสหรัฐเป็นระบบกระจายอำนาจแต่ละรัฐมีอำนาจกำหนดกฎเกณฑ์การเลือกตั้งของตนเองมีกฎหมายการเลือกตั้งแตกต่างกันถึง 50 รูปแบบ และในบางรัฐยังมอบหมายหน้าที่สำคัญบางประการให้แก่รัฐบาลท้องถิ่นระดับเคาน์ตีอีกด้วย

แต่ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังปิดหีบ การประกาศผลการแข่งขันชิงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในบางเขตที่สูสีกันในรัฐทางฝั่งตะวันออกน่าจะช่วยให้เห็นภาพได้ว่า กระแสการกวาดชัยชนะครั้งใหญ่ของพรรคเดโมแครต หรือที่เรียกว่า “Blue Wave” ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ กำลังเกิดขึ้นจริงหรือไม่

เดโมแครตต้องการเสียง ส.ส. เพิ่มอีกเพียง 3 เสียง และเสียง ส.ว. เพิ่มอีก 4 เสียงเท่านั้น การคว้าชัยชนะในสภาผู้แทนราษฎรมากพอขัดขวางกฎหมายที่ทรัมป์สนับสนุน และทำให้รัฐบาลของเขาต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากรัฐสภา รวมถึงอาจนำไปสู่กระบวนการถอดถอนประธานาธิบดี (อิมพีชเมนต์) ได้ และหากชนะในวุฒิสภาด้วยก็ยิ่งทำให้เดโมแครตมีอำนาจยับยั้งการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้พิพากษาของทรัมป์ได้

  •  เวลาปิดหีบเลือกตั้ง

แต่ละรัฐกำหนดเวลาปิดหีบเลือกตั้งของตนเอง หน่วยเลือกตั้งแห่งแรก ๆ มีกำหนดปิดในรัฐเคนทักกี และรัฐอินดิแอนา เวลา 18.00 น. ตามเวลานครนิวยอร์ก หรือ 06.00 น. ของวันที่ 4 พ.ย. ตามเวลาประเทศไทย

ส่วนหน่วยเลือกตั้งแห่งสุดท้าย รวมถึงหน่วยเลือกตั้งบนเกาะอะดัก ในรัฐอะแลสกา ซึ่งเป็นพื้นที่เลือกตั้งที่อยู่ทางตะวันตกสุดของสหรัฐมีกำหนดปิดหีบในเวลา 01.00 น. ของวันที่ 4 พ.ย. ตามเวลานครนิวยอร์ก

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนที่เข้าแถวรอใช้สิทธิอยู่ก่อนเวลาปิดหีบ จะยังได้รับอนุญาตให้ลงคะแนนเสียงได้ แม้ว่าจะเลยเวลาปิดหีบอย่างเป็นทางการไปแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ เวลาลงคะแนนอาจถูกขยายออกไปตามคำสั่งศาลได้ในบางสถานการณ์ เช่น กรณีที่หน่วยเลือกตั้งบางแห่งไม่สามารถเข้าถึงได้ในช่วงต้นของวันเลือกตั้ง เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจทำให้การประกาศผลการเลือกตั้งล่าช้าออกไปได้

  •  เวลาเริ่มรายงานผล

รัฐส่วนใหญ่เริ่มรายงานผลคะแนนที่กำลังนับอยู่ได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังจากปิดหีบเลือกตั้ง แต่รายละเอียดในการดำเนินการของแต่ละพื้นที่มีความซับซ้อนแตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น ในรัฐเคนทักกีและรัฐอินดิแอนา เคาน์ตีที่อยู่ในเขตเวลาตะวันออกจะเริ่มรายงานผลคะแนนได้ แม้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่เขตเวลาตอนกลางของรัฐเดียวกันจะยังคงกำลังลงคะแนนเสียงอยู่ก็ตาม

รัฐอื่น ๆ เช่น แอละแบมา อะแลสกา ออริกอน และเซาท์ดาโคตา โดยทั่วไปมักรอจนกว่าหน่วยเลือกตั้งทุกเคาน์ตีปิดลงก่อนจึงจะเริ่มรายงานผลคะแนน

ส่วนรัฐแอริโซนาและไอดาโฮ กฎหมายกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องรอหนึ่งชั่วโมงหลังจากปิดหน่วยเลือกตั้งจึงจะสามารถรายงานผลคะแนนได้

  •  นานแค่ไหนจึงจะทราบผู้ชนะ

หากใช้การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งล่าสุดในปี 2022 เป็นตัวอย่าง ก็อาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะทราบผลที่ชัดเจน สำนักข่าวเอพีประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 16 พ.ย. หรือแปดวันหลังวันเลือกตั้ง เมื่อไมค์ การ์เซีย ได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาใหม่ในเขตเลือกตั้งแคลิฟอร์เนีย ทำให้รีพับลิกันได้ที่นั่ง ส.ส.คนที่ 218 คว้าเสียงข้างมากได้สำเร็จ หากการเลือกตั้งปีนี้สูสีผลการเลือกตั้งในรัฐแคลิฟอร์เนียก็อาจกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดเช่นเดียวกัน

ระบบการลงคะแนนทางไปรษณีย์ของรัฐแคลิฟอร์เนียอนุญาตให้มีการนับบัตรลงคะแนนที่ประทับตราไปรษณีย์ภายในวันเลือกตั้ง แม้ว่าบัตรเหล่านั้นจะถูกส่งมาถึงหน่วยงานเลือกตั้งล่าช้าออกไปอีกถึง 7 วันก็ตาม

หากพรรคเดโมแครตสามารถคว้าชัยชนะในเขตเลือกตั้งสำคัญ ๆ ของสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งแต่ช่วงต้นของการนับคะแนน ก็อาจทำให้เห็นทิศทางได้อย่างชัดเจนว่าพรรคใดมีโอกาสครองเสียงข้างมาก แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศผลครบทั้ง 218 ที่นั่งก็ตาม

  •  ผลการเลือกตั้งลวงตา

คำว่า “Red Mirage” หรือปรากฏการณ์ภาพลวงตาที่ทำให้ดูเหมือนพรรครีพับลิกันกำลังมีคะแนนนำในช่วงแรกของการนับคะแนน เป็นคำที่เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากจอช เมนเดลโซห์นนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลในปี 2020

คำดังกล่าวใช้อธิบายสถานการณ์ที่ผลคะแนนในช่วงแรกดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ให้แก่พรรครีพับลิกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปและมีการนับคะแนนเพิ่มเติม แนวโน้มกลับเปลี่ยนไปในทิศทางตรงกันข้าม

ปัจจุบัน ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองกล่าวถึงปรากฏการณ์ภาพลวงตาทั้งสองทิศทาง ทั้ง Red Mirage และ Blue Mirage

  •  ทำไมเอพีเป็นผู้ประกาศผล

เนื่องจากสหรัฐไม่มีหน่วยงานกลางรับผิดชอบการนับคะแนนและประกาศผลการเลือกตั้งทั้งหมดเพียงหน่วยงานเดียว สำนักข่าวเอพีจึงกลายเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางที่สุดในการรายงานว่าใครเป็นผู้ชนะในแต่ละเขตเลือกตั้ง

เอพีทำหน้าที่รวบรวมและรายงานผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีทุกครั้งมาตั้งแต่สมัยที่แซคารี เทย์เลอร์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 1848