วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2569

Login
Login

เพนตากอนขึ้นบัญชีดำ ‘สถาบันขงจื่อ’ อ้างภัยคุกคาม แทรกซึมความคิด นศ.อเมริกัน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ประกาศขึ้นบัญชีดำศูนย์วัฒนธรรมจีนในมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยจัดให้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ

KEY POINTS

  • กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) ประกาศขึ้นบัญชีดำสถาบันขงจื่อ โดยจัดให้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ
  • สหรัฐกล่าวหาสถาบันขงจื่อว่าเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลจีน เพื่อขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและแทรกซึมความคิดนักศึกษาอเมริกัน
  • ทางการสหรัฐ พบว่าสถาบันเหล่านี้พยายามแฝงตัวดำเนินการในรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่ออื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง
  • ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการรื้อถอนและยุบองค์กรแฝงตัวเหล่านี้แล้ว

สำนักข่าว Channel News Asia รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ประกาศยกระดับการควบคุมศูนย์วัฒนธรรมจีนในมหาวิทยาลัยต่างๆ หรือเป็นที่รู้จักในนามสถาบันขงจื่อ (Confucius Institutes) โดยจัดให้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ โดย พีท เฮกเซท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า กระทรวงฯ ได้ดำเนินการปราบปรามองค์กรดังกล่าวที่ลักลอบแฝงตัวในสถานศึกษาทั่วประเทศแล้ว

การเคลื่อนไหวล่าสุดในครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่รัฐบาลสหรัฐบังคับใช้มาอย่างยาวนานในการกวาดล้างสถาบันขงจื่อ ซึ่งทางการสหรัฐมองว่าเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อและเครื่องมือขยายอิทธิพลของรัฐบาลจีน 

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ได้กล่าวผ่านวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า สถาบันขงจื่อได้พยายามดำเนินการภายใต้การอำพรางรูปแบบใหม่ภายในสถาบันการศึกษาของสหรัฐ จนทำให้เพนตากอนต้องตัดสินใจบรรจุชื่อศูนย์เหล่านี้เข้าสู่บัญชีรายชื่อสถาบันที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ

เฮกเซท ระบุเพิ่มเติมว่า "จากการตรวจสอบพบว่า มีหน่วยโฆษณาชวนเชื่อใหม่จำนวนถึง 80 แห่ง ปรากฏขึ้นในมหาวิทยาลัย 30 แห่ง โดยองค์กรเหล่านี้แอบอ้างใช้ชื่อและกฎระเบียบที่แตกต่างออกไปจากเดิม แต่ยังคงยึดมั่นในภารกิจเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา และการแทรกซึมความคิดในหมู่นักศึกษาชาวอเมริกัน"

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ยืนยันว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมได้ดำเนินมาตรการอย่างเป็นระบบเพื่อรื้อถอนและยุบองค์กรแฝงตัวเหล่านี้ลงทั้งหมด 

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันยังไม่ได้ออกมาแถลงหรือตอบความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว