วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถอดบทเรียนการเมืองมาครง 6 เดือนที่ทรมานของผู้นำเป็ดง่อย

ความไม่สงบครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีของฝรั่งเศส ฉุดรั้งช่วงหกเดือนสุดท้ายของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ให้ผันผวนหนักเข้าไปอีก เผยให้เห็นถึงความไร้อำนาจของผู้นำในการควบคุมความไม่พอใจของสังคมเพราะงบประมาณจำกัด ขาดแคลนทุนทางการเมือง และควบคุมความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมได้ยากขึ้นทุกขณะ

เหตุจลาจลลุกลามไปทั่วประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันเสาร์ (17 ต.ค.) ร้านค้าหลายแห่งถูกปล้นสะดม อาคารต่าง ๆ ถูกวางเพลิง และสถานที่สาธารณะได้รับความเสียหาย เหตุการณ์นี้กลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับประธานาธิบดีมาครง ในช่วงเวลาที่ใกล้สิ้นสุดวาระประธานาธิบดี ประชาชนต่างเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือมากขึ้น ขณะที่ฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงิน จึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการทั้งหมดของประชาชนได้

 มาครงก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสเมื่อเกือบสิบปีก่อน โดยให้คำมั่นว่าจะปฏิรูประบบการเมืองที่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เร่งการปฏิรูปเศรษฐกิจ และเสริมสร้างอำนาจของประธานาธิบดีให้เข้มแข็งขึ้น

ทว่า ในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียงหกเดือนก่อนจะหมดวาระ มาครงกลับแทบไม่มีอิทธิพลทางการเมืองเหลืออยู่เลย ปัจจุบันฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับภาวะชะงักงันทางการเมือง ปัญหาทางการเงินที่รุนแรง และความไม่สงบในหมู่ประชาชน ปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมีขีดจำกัดในการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยและควบคุมสถานการณ์ต่าง ๆ

ไม่เหมือนกับตอนที่กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง (Yellow Vest) ลุกฮือเมื่อปี 2018-2019 มาครงพยายามลดความไม่พอใจของสาธารณชนด้วยการจัดสรรงบประมาณหลายพันล้านยูโร แต่ตอนนี้สถานะทางการคลังของฝรั่งเศสตึงเครียด แถมสภายังแตกแยก เขาจึงมีทางเลือกในการดำเนินนโยบายเหลืออยู่น้อยเต็มที

แม้แต่พันธมิตรเก่าก็ยังออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดเผยว่า ภาวะชะงักงันในปัจจุบันของฝรั่งเศสมีต้นตอมาจากมาครงตัดสินใจจัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาก่อนกำหนดในปี 2024 ทำให้อำนาจของเขาอ่อนแอลง

“ช่วงท้ายของวาระนี้เปรียบเสมือนความทุกข์ทรมานที่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า” ลอยก์ เคอร์วรันอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากฝ่ายของมาครง โพสต์ X “ประธานาธิบดีทำให้ประเทศต้องตกอยู่ในภาวะอัมพาตด้วยการตัดสินใจยุบสภาอย่างไร้เหตุผลในปี 2024 ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5”

  • เลอ เปน‘ขึ้นทางด่วน’มุ่งสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ความปั่นป่วนนี้อาจทำให้มารีน เลอ เปน ผู้นำขวาจัดจากพรรค National Rally ผู้สมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2027 ผู้ที่ได้คะแนนนิยมทั้งฝ่ายที่ไม่พอใจกับมาตรฐานการดำรงชีวิตตกต่ำ และผู้ที่กลัวว่าบ้านเมืองจะไร้ขื่อแปจากความรุนแรงเมื่อสุดสัปดาห์

“เลอ เปน ไม่จำเป็นต้องใช้เงินหาเสียงอีกต่อไปแล้ว” ฌอง-บาติสต์ โมโร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคของมาครงอีกคนหนึ่ง กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์

“มันไม่ใช่แค่ทางโล่ง ๆ สำหรับเธอ แต่มันเป็นทางด่วนหกเลนเลยล่ะ” อดีต ส.ส.รายนี้ย้ำ 

เลอ เปนเองก็ได้ออกแถลงการณ์ส่วนตัวผ่านวีดีโอเมื่อวันอาทิตย์ (18 ต.ค.) นำเสนอภาพรัฐบาลของมาครงว่าเป็นอำนาจที่กำลังเสื่อมถอย พร้อมทั้งวางบทบาทตนเองให้เป็นบุคคลที่สามารถกอบกู้ระเบียบกลับคืนมาได้

ต่อมามาครงก็แถลงกับประชาชนบ้าง แต่นำเสนอแผนอันเป็นรูปธรรมเพียงเล็กน้อย ไม่ประกาศภาวะฉุกเฉิน เขากล่าวว่า การปล้นสะดมยังคงมีอยู่เป็นคืนที่ 2 ติดต่อกัน รวมถึงในย่านหรูของกรุงปารีส นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียน เลอกอร์นู จึงจำเป็นต้องประกาศเคอร์ฟิวเฉพาะพื้นที่ในวันจันทร์

ทั้งฝ่ายตรงข้ามและอดีตพันธมิตรต่างรู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่มาครงแถลง เอดูอาร์ ฟิลิปป์ อดีตนายกรัฐมนตรีของเขาที่ขณะนี้กำลังเตรียมตัวลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนไม่ไว้หน้าประธานาธิบดีแต่อย่างใด

“ท่านประธานาธิบดีครับ ผมได้ฟังท่านเมื่อคืนนี้”ฟิลิปป์โพสต์ X

“ผมและชาวฝรั่งเศสอีกหลายล้านคนคงจะอยากเห็นการตัดสินใจและมาตรการที่นำไปสู่การฟื้นฟูความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่า”

“ประเทศของเราจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข” ฟิลิปป์เสริม แต่ตัวเขาเองก็ต้องพยายามสลัดภาพลักษณ์ที่เคยเกี่ยวข้องกับมาครงมาก่อน ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดหลายสำนักชี้ว่า ฌ็อง ลุค เมลงชง ผู้นำซ้ายจัด นักการเมืองฝ่ายซ้ายจัดฝีปากกล้า มีคะแนนนำเขาอยู่เล็กน้อยในการแข่งขันเพื่อผ่านเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบที่สอง ผลลัพธ์เช่นนี้ชี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่มารีน เลอ เปน จะเป็นผู้ชนะเลือกตั้ง

เมื่อวันจันทร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยขอลาออกกับมาครง แต่เขาปฏิเสธและสั่งให้ทบทวนความล้มเหลวในการรวบรวมข่าวกรองและการเตรียมความพร้อมของตำรวจ ตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ว่ารัฐบาลพยายามควบคุมสถานการณ์ให้ได้อีกครั้ง

ด้านนักลงทุนต่างขวัญผวาเช่นกัน นักวิเคราะห์ตลาดระบุว่าความรุนแรงเมื่อสุดสัปดาห์ได้เพิ่มระดับความเสี่ยงทางการเมืองขึ้นไปอีก ในช่วงเวลาที่ฝรั่งเศสกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากปัญหาภาระหนี้สินที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงความยากลำบากในการลดการขาดดุลงบประมาณ ที่ถือว่าสูงสุดประเทศหนึ่งในยูโรโซน

ตอนนี้ประธานาธิบดีพบว่า ตนเองติดอยู่ในกับดักระหว่างนักลงทุนที่เรียกร้องให้จำกัดการใช้จ่าย และผู้ประท้วงที่เรียกร้องในทางตรงกันข้าม

และแม้มีเสียงเรียกร้องจากฝ่ายตรงข้ามให้อยู่ในฝรั่งเศส มาครงกลับเดินทางไปเยือนประเทศอ่าวเปอร์เซียถึงคูเวตในวันจันทร์ เขากล่าวว่า ทริปนี้จะช่วยให้ได้อุปทานน้ำมันและลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจได้บางส่วน

กระนั้นการเดินทางครั้งนี้มีความเสี่ยง ยิ่งเป็นการตอกย้ำการรับรู้ที่ว่า ประธานาธิบดีไม่เข้าใจความรู้สึกของสาธารณชน มีภาพเขาและบริจิต ภริยา ชมคอนเสิร์ตเซลีน ดิออน เมื่อคืนวันศุกร์ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนความไม่สงบปะทุขึ้น จนกลายเป็นเรื่องล้อเลียนบนโซเชียลมีเดีย และฝ่ายวิจารณ์หยิบมาโจมตีได้ง่าย ๆ ว่าเขาไม่สนใจเรื่องราวใด ๆ ทั้งสิ้น

อีกหนึ่งสัญญาณบ่งบอกว่า อดีตพันธมิตรจำนวนหนึ่งเริ่มผิดหวังในตัวมาครง และพูดคุยอย่างเปิดเผยว่า เขาควรลาออกก่อนสิ้นวาระ โมโร ซึ่งได้พูดคุยกับมาครงเมื่อวันอาทิตย์ กล่าวว่าเขาได้แนะนำให้ประธานาธิบดีวางแผนก้าวลงจากตำแหน่งโดยเร็วและเป็นไปอย่างราบรื่น เขาเชื่อว่าแนวทางนี้จะช่วยยุติภาวะชะงักงันทางการเมือง และป้องกันไม่ให้ฝรั่งเศสต้องเสียเวลาไปอีกหกเดือนโดยปราศจากความคืบหน้าใด ๆ

“เขาไม่ได้อยากลาออกหรอก มันไม่ใช่บุคลิกของเขา แต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาควรทำเพื่อประเทศ” โมโรกล่าว