ประธานาธิบดีอียิปต์ เรียกร้องให้สภาเปิดประชุมสมัยวิสามัญเร่งด่วน เพื่อเปิดทางให้สามารถอนุมัติการส่งกำลังทหารไปยังซาอุดีอาระเบียได้ทันทีหากมีการร้องขอ
KEY POINTS
- ประธานาธิบดีอียิปต์เรียกร้องให้สภาเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อเตรียมอนุมัติการส่งกำลังทหารไปช่วยเหลือซาอุดีอาระเบีย หากได้รับการร้องขอ
- ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนระดมยิงขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและสนามบินในซาอุฯ อย่างต่อเนื่อง
- อียิปต์มองว่าความมั่นคงของซาอุฯ เป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงแห่งชาติของตน โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มฮูตีเข้าควบคุมชายฝั่งทะเลแดงซึ่งเป็นเส้นทางสู่คลองสุเอซ
สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ประธานาธิบดี อับเดล ฟัตตาห์ เอล-ซีซี แห่งอียิปต์ เรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรเปิดประชุมสมัยวิสามัญเป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อเปิดทางให้สามารถอนุมัติการส่งกำลังทหารและความช่วยเหลือด้านการป้องกันประเทศไปยังซาอุดีอาระเบียได้ทันทีหากมีการร้องขอ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่กบฏฮูตีในเยเมนระดมยิงขีปนาวุธถล่มโครงสร้างพื้นฐานและสนามบินของซาอุฯ อย่างต่อเนื่อง
ประธานาธิบดีเอล-ซีซี แถลงในพิธีสำเร็จการศึกษา ณ โรงเรียนนายร้อยทหารอียิปต์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำถึงความพร้อมของรัฐบาลอียิปต์ในการเคียงข้างและปกป้องพันธมิตรในภูมิภาค
"อียิปต์พร้อมจะดำเนินมาตรการทุกอย่างเพื่อปกป้องซาอุดีอาระเบีย ตามพระราชดำริของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน และมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน" เอล-ซีซีกล่าว พร้อมระบุว่า "ผมรู้ว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสภาอียิปต์ และผมหวังว่าสภาจะประชุมสมัยวิสามัญเพื่อมอบอำนาจอนุมัติหากได้รับการร้องขอ"
ความเคลื่อนไหวของอียิปต์เกิดขึ้นหลังจากซาอุดีอาระเบียตกเป็นเป้าการโจมตีอย่างหนักจากกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยการโจมตีล่าสุดที่ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 14 ราย และบาดเจ็บกว่า 300 ราย นอกเหนือจากการโจมตีสนามบินสำคัญอื่นๆ เช่น ดัมมัม, อับฮา, จาซาน และนัจรัน ซึ่งสอดรับกับปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดินระลอกใหญ่ที่รัฐบาลเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากซาอุฯ เปิดฉากเดินหน้าเพื่อยึดคืนพื้นที่จากกลุ่มฮูตี
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ความมั่นคงในทะเลแดงกลายเป็นประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ โดยก่อนหน้านี้เอล-ซีซีได้พบหารือกับมกุฎราชกุมารซาอุฯ และเน้นย้ำว่า "ความมั่นคงของซาอุดีอาระเบียและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถแยกขาดจากความมั่นคงแห่งชาติของอียิปต์ได้"
การที่กลุ่มฮูตีเข้าควบคุมยึดชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนและช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งเป็นประตูทางเข้าสู่คลองสุเอซ ได้สร้างผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ทางการค้าของอียิปต์ การยื่นมือเข้ามาของอียิปต์จึงเป็นการผนึกกำลังร่วมกับซาอุฯ ที่มีพันธมิตรด้านความมั่นคงผ่านข้อตกลงเมกกะเพื่อการป้องกันประเทศ
นอกเหนือจากประเด็นความมั่นคงในตะวันออกกลางแล้ว ประธานาธิบดีเอล-ซีซี ยังได้ประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองต่อหน้าเหล่านักเรียนนายร้อย โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่า จะไม่แสวงหาหนทางดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อหลังจากปี 2030 เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญของอียิปต์
"ปี 2030 จะเป็นจุดสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของผม หากผมยังมีชีวิตอยู่" เอล-ซีซีระบุ พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจนี้ตกผลึกอย่างสมบูรณ์แล้ว และจะไม่มีการหารือหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ





