กลุ่มฮูตี เตือนอีกรอบ แนะเลี่ยงใช้สนามบินซาอุดีอาระเบีย เสี่ยงถูกโจมตีรอบใหม่ ชี้ ซาอุดีฯ ต้องรับผิดชอบที่สกัดกั้นการโจมตีไม่ได้
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กลุ่มฮูตีในเยเมน ประกาศเตือนรอบใหม่ในวันอาทิตย์ (11 ต.ค.) ว่า ให้สายการบินต่างๆ พนักงานสนามบิน และนักเดินทาง หลีกเลี่ยงใช้สนามบินของซาอุดีอาระเบีย และเน้นย้ำว่า ควรให้ความสำคัญกับคำเตือนดังกล่าวอย่างจริงจัง และทางราชอาณาจักรต้องรับผิดชอบต่อ “ความล้มเหลวในการสกัดกั้นการโจมตี”
ด้านยาห์ยา ซารี โฆษกกองทัพฮูตีโพสต์ใน X ว่า สนามบินในเมกกะและเมดินา ได้รับการยกเว้นจากการโจมตี
การประกาศดังกล่าว มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากเกิดเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติในกรุงริยาด ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย และบาดเจ็บกว่า 300 ราย
สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า สายการบิน Kuwait Airways ประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งขาไปและขากลับจากริยาดในวันอาทิตย์ โดยระบุว่า มาจากการระงับปฏิบัติการชั่วคราวในสนามบินนานาชาติคิงคาลิดของทางการซาอุดีฯ
ส่วนกองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีฯ ประกาศว่า เครื่องบินรบได้โจมตีฐานที่มั่น กลุ่มนักรบ และยานพาหนะของกลุ่มฮูตีในพื้นที่เนินเขาอัล-มักรามี, อัล-จาอิชา และอัล-ซาลาล ทางตะวันออกของเมืองทาอิซ รวมถึงป้อมอัล-มุคฮาฟ และพื้นที่บาลาน ทางตอนใต้ของเมืองทาอิซ
ซาอุดีอาระเบีย อาจเอาคืนรุนแรง
ดาเนีย ทาเฟอร์ กรรมการบริหาร Gulf International Forum กล่าวกับอัลจาซีราว่า แม้กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับให้การสนับสนุนซึ่งกันและกัน แต่พวกเขาจำเป็นต้องระมัดระวังไม่ให้ “สถานการณ์บานปลายเต็มรูปแบบ” ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น
เธออธิบายว่า หากพิจารณาจากท่าทีของซาอุดีอาระเบียที่มีต่อสงครามนี้มาตั้งแต่ปี 2015 คาดการณ์ได้ว่าพวกเขาจะตอบโต้กลุ่มฮูตีอย่างรุนแรง
"ฉันยังคงเชื่อว่าซาอุดีอาระเบียต้องการลดระดับความขัดแย้งมากกว่า พวกเขาไม่ต้องการให้สถานการณ์ยืดเยื้อหรือบานปลาย แต่กลุ่มฮูตีกลับทำให้เรื่องนี้ยากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติซาอุดีอาระเบียเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางทะเลระหว่างประเทศอีกด้วย การต่อสู้ครั้งนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่กว่าแค่การตอบโต้กันไปมาแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน"





