ฮูตีเปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตีสนามบินกรุงริยาด จนมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบกว่าสิบปีของซาอุฯ ขณะที่ทรัมป์ส่งสัญญาณพิจารณาร่วมปฏิบัติการทางทหารกับซาอุฯ
KEY POINTS
- กลุ่มกบฏฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีสนามบินในกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียเป็นครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์
- เหตุโจมตีดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย บาดเจ็บกว่า 300 ราย และทำให้สนามบินต้องระงับการให้บริการชั่วคราว
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่ากำลังพิจารณาส่งกองทัพเข้าร่วมกับซาอุดีอาระเบียเพื่อปฏิบัติการทางทหารตอบโต้กลุ่มฮูตี
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้น หลังกลุ่มกบฏฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บพุ่งสูงกว่า 300 ราย นับเป็นเหตุการณ์โจมตีที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบกว่าสิบปีของซาอุฯ ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ส่งสัญญาณพิจารณาเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารกับซาอุฯ เพื่อตอบโต้กลุ่มกบฏ
สำนักงานการบินพลเรือนของซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า การโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในทันทีอย่างน้อย 12 ราย ประกอบด้วยชาวซาอุฯ 4 ราย, บังกลาเทศ 2 ราย และพลเรือนจากสหรัฐ, จอร์แดน, ปาเลสไตน์, ซีเรีย, ซูดาน และอียิปต์ ชาติละ 1 ราย ขณะที่ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 309 ราย ซึ่งหลายรายอาการสาหัสจนทำให้โรงพยาบาลในพื้นที่ต้องเร่งรับผู้ป่วยที่ถูกลำเลียงมาทางรถพยาบาลและเฮลิคอปเตอร์อย่างหนาแน่น
ระบบแจ้งเตือนภัยคุกคามของซาอุฯ ล้มเหลวในการส่งสัญญาณเตือนภัยก่อนเกิดเหตุ ซึ่งการโจมตี 2 ครั้งก่อนหน้านี้ในรอบสัปดาห์ที่สนามบินแห่งเดียวกัน ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 4 ราย และสร้างความเสียหายหนักให้กับเครื่องบินพาณิชย์ที่จอดอยู่บนลานจอด ความสูญเสียนี้เผยจุดอ่อนร้ายแรงในขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของซาอุฯ ในขณะที่กองทัพกำลังทำสงครามทางอากาศกับกลุ่มฮูตีเพื่อสนับสนุนกองกำลังรัฐบาลเยเมน
หลังเกิดเหตุ กองกำลังผสมนำโดยซาอุดีอาระเบียได้ออกมาประกาศว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ขั้นเด็ดขาด โดยที่ผ่านมาซาอุฯ และรัฐบาลเยเมนได้เปิดการโจมตีทางอากาศหลายร้อยครั้งใส่เป้าหมายในเขตอิทธิพลของฮูตี ขณะที่โฆษกของกลุ่มฮูตีได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ประกาศความสำเร็จในการ "สั่งปิดสนามบินนานาชาติริยาด" พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้สายการบินทั่วโลกหลีกเลี่ยงการบินผ่านน่านฟ้าซาอุฯ โดยยกระดับพื้นที่ดังกล่าวให้เป็น "เขตปฏิบัติการทางทหาร"
ทางด้านปฏิกิริยาจากฝั่งสหรัฐ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะส่งกำลังทหารเข้าร่วมกับซาอุฯ ในการโจมตีกลุ่มฮูตี ทรัมป์ระบุว่า "เราอาจจะทำเช่นนั้น เรากำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา เราเพิ่งได้รับรายงานการโจมตีล่าสุด และเราจะตัดสินใจ และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว"
ผลจากการโจมตีครั้งล่าสุดนี้ ส่งผลให้การเดินทางทางอากาศหยุดชะงักลงอย่างสมบูรณ์ สายการบินทั้งหมดต้องสั่งเบี่ยงทิศทางบินออกจากกรุงริยาด และต้องสั่งระงับการดำเนินงานของสนามบินหลักที่รองรับประชากรในเมืองหลวงกว่า 8 ล้านคนเป็นการชั่วคราว ข้อมูลจากเว็บไซต์ Flightradar24 แสดงให้เห็นว่าเที่ยวบินทั้งหมดที่จะมุ่งหน้าสู่กรุงริยาดถูกยกเลิกหรือสั่งเปลี่ยนเส้นทาง โดยมีเพียงเฮลิคอปเตอร์ทหารลอยลำอยู่เหนือสนามบินเท่านั้น
การโจมตีสนามบินริยาดในครั้งนี้นอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงและการเดินทางระหว่างประเทศแล้ว ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของซาอุดีอาระเบียด้วย เนื่องจากการโจมตีเกิดขึ้นก่อนหน้าการจัดงานประชุมใหญ่ด้านพลังงานและการลงทุนระดับโลก ที่กำลังจะจัดขึ้นในกรุงริยาด แม้ว่าผู้จัดการประชุมจะยืนยันว่าจะเดินหน้าจัดงานตามแผนเดิมก็ตาม





